รับทราบกันแล้วว่า พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีได้รับความเดือดร้อนและความเสียหายเป็นอย่างมาก และความเสียหายดังกล่าวนี้ก็เกิดขึ้นกับโรงเรียนนับหลายแห่งด้วย *** ผลจากการสำรวจหลังจากน้ำลดลง มีโรงเรียนจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งตามเป้าหมายของการสำรวจพื้นที่ของเรานั้น เน้น “โรงเรียนระดับประถมศึกษา”เป็นหลัก เนื่องจากโรงเรียนประถมศึกษามักมีปัญหาขาดแคลนงบประมาณ และหากของบประมาณจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ก็ยากที่จะได้รับอนุมัติ หรือถึงแม้จะได้รับอนุมัติก็ไม่เต็มตามจำนวนที่ยื่นขอไป ที่สำคัญกว่าจะได้รับการอนุมัติก็ไม่ทันการณ์ โรงเรียนจึงต้องช่วยเหลือตัวเอง ค่อยๆทำไปตามมีตามเกิดตามกำลังที่มีอยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ภาคเอกชนจึงต้องร่วมมือกันช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอุทกภัยครั้งนี้ เป็นการอาสามาช่วยเหลือกัน เท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ ***สำหรับพื้นที่จัดกิจกรรม คือ โรงเรียนบ้านผักหย่า และโรงเรียนบ้านไร่ใต้ ต.ไร่ใต้ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ทั้งสองโรงเรียนถูกน้ำท่วมอย่างหนักเต็มพื้นที่โรงเรียนแบบ100% นั่นคือ ไม่มีพื้นที่ใดเลยที่ไม่ถูกน้ำท่วม โดยท่วมขังอยู่เป็นเวลานานคือ ตั้งแต่วันที่ 5 – 25 กันยายน 2562 ส่งผลทำให้สภาพอาคารเรียน...
*คนทั่วไป อาจรู้จัก “คุณนวลพรรณ ล่ำซ่ำ” ในบทบาทของ “มาดามแป้ง” ในเส้นทางของโลกแห่งฟุตบอล ทั้งการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รวมถึงการเป็นประธานสโมสรการท่าเรือในศึกไทยลีก1 หลายคนรู้ว่า บริษัทเมืองไทยประกันภัยเป็นสปอนเซอร์หลักของสโมสรการท่าเรือรวมถึงทีมชาติไทย รู้ว่ามาดามแป้งเกี่ยวพันโดยตรงกับบริษัทเมืองไทยประกันภัย แต่คนทั่วไปยังไม่ได้เกี่ยวพันในเชิงลูกค้ากับบริษัทเมืองไทยประกันภัยแต่อย่างใด *นั่นหมายถึง คนทั่วไปรู้จักมาดามแป้งในมุมของคนที่สนใจและสนับสนุนเรื่องฟุตบอลเท่านั้น และมีความเชื่ออยู่พอสมควรว่า มาดามแป้งเข้ามาทำด้วยหัวใจ แต่ในมุมที่มาดามแป้งเกี่ยวพันในฐานะกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือ CEOของบริษัท เมืองไทยประกันภัยนั้น ถือว่ายังห่างจากความเชื่อในวงการฟุตบอลอย่างแน่นอน บนความเชื่อถือของคนในสังคมที่มีต่อมาดามแป้ง บริษัท เมืองไทยประกันภัยจึงเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ จึงจับเอา “ความเชื่อถือและความศรัทธาในเชิงตัวบุคคล” มาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด ดึงตัวบุคคลมาเป็นตัวนำในการทำมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งในเมื่อมาดามแป้งรับบทบาท CEO จึงกลายมาเป็นCEO Marketing โดยใช้ตัวตนของมาดามแป้งเป็นจุดรุกทางการตลาดที่ชื่อว่า “เชื่อแป้ง เชื่อเมืองไทยประกันภัย” เพื่อบ่งบอกกับคนทั่วไปว่า มาดามแป้งไม่ได้มีความมุ่งมั่นและตั้งใจในเรื่องฟุตบอลเท่านั้น แต่ทุ่มเทด้วยหัวใจกับเมืองไทยประกันภัยอยู่ด้วย ดังนั้นหากมีความเชื่อมั่นใจตัวมาดามแป้ง ก็ขอให้เชื่อมั่นเมืองไทยประกันภัยด้วย ซึ่งความเชื่อมั่นเมืองไทยประกันภัยก็คือ การเข้ามาเป็นลูกค้าของบริษัทฯนั่นเอง แน่นอนกลยุทธ์...
ไทยเราพยายามเป็นรัฐสวัสดิการผ่าน3กองทุนหลัก คือ ...กองทุนสุขภาพแห่งชาติ รักษาทุกโรค...อันนี้ชาวบ้านได้ รัฐจ่ายทั้งหมด ...กองทุนประกันสังคม อันนี้เฉพาะคนทำงาน...นายจ้าง ลูกจ้างช่วยกันจ่าย รัฐสมทบบ้าง ...กองทุนสวัสดิการข้าราชการ ...ซึ่งรัฐจ่ายทั้งหมด ...รัฐจ่ายก็คือประชาชนจ่ายนั่นแหละครับ... ***ถ้ามองเฉพาะ กองทุนสวัสดิการข้าราชการ แล้วโฟกัสเฉพาะสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการและครอบครัว เราต้องเลี้ยงข้าราชการถึง5ล้านคน ซึ่งถ้ามองค่าใช้จ่ายต่อหัวแล้ว ตก 12,671บาท ซึ่งสูงกว่าค่าหัวของชาวบ้านที่ได้รับสิทธิ์ในอีกสองกองทุนหลายเท่า....แล้วที่สำคัญงบประมาณเพื่อการนี้ก็เพิ่มขึ้นทุกๆปีด้วย ...ว่ากันว่า ถ้ายังต้องอัดงบฯเลี้ยงแบบนี้ รับรองรัฐไทยนับถอยหลังเจ๊งอย่างแน่นอน... ***มีคนพยายามเสนอทางออก นั่นคือให้ระบบประกันภัยดูแลเรื่องสวัสดิการรักษาพยาบาลแทนรัฐ ซึ่งข้อดีคือ งบฯไม่เพิ่มทุกปีอย่างแน่นอน ขณะที่การควบคุมค่ารักษาพยาบาลดีขึ้น ควบคุมมาตรฐานค่ารักษาก็ดีขึ้น แล้วการบริการก็ไม่แย่กว่าเดิมอย่างแน่นอน ...ซึ่งอันนี้น่าจะรับประกันได้ เพราะเท่าที่เราเห็น คนที่ทำประกัน เข้าโรงพยาบาลแล้วไม่ค่อยมีปัญหาการบริการ.... ...แต่ก็นั่นแหละครับ..ด้วยระบบราชการที่กินลึกเข้ากระดูกดำมานาน...จะเปลี่ยนอะไรสักที ยากแสนยาก....เพราะอำนาจลดลง แถมรั่วไหลไม่ได้ ...ดังนั้น...ถ้าไม่เปลี่ยน เราก็จำต้องเลี้ยงข้าราชการเพิ่มขึ้นๆไปเรื่อยๆ... เขียนโดย: สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์
โดย : สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์ อาทิตย์ที่แล้ว มีข่าวหนึ่งเกิดขึ้นในวงการประกันภัยครับ ***คือข่าวบริษัท ฟินิกซ์ประกันภัยเปลี่ยนชื่ออีกครั้ง ที่ผมต้องบอกว่า เปลี่ยนชื่ออีกครั้ง ก็เพราะ นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งแรก ***บริษัทฟินิกซ์ประกันภัย มาจากบริษัทธนวัฒน์ประกันภัย ที่เป็นบริษัทประกันวินาศภัยแห่งใหม่ อันเป็นผลจากรัฐบาลอนุมัติให้จัดตั้งในปี 2543 ***หลังจากบริษัทธนวัฒน์ประกันภัยทำธุรกิจไปได้ 7 ปีก็ประสบปัญหาทางการเงิน จนส่งผลให้เงินกองทุนไม่ครบตามที่กฎของคปภ.กำหนด ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นธนวัฒน์เองก็มีหนี้สินผูกพันอยู่กับเจ้าหนี้อย่างตระกูลนิธิภัทรารัตน์ เจ้าของธุรกิจค้าปุ๋ย และอสังหาริมทรัพย์ ในที่สุดบริษัทนี้ก็ถูกโอนต่อให้กับตระกูลนิธิภัทรารัตน์ในปี 2550 ***คุณเขม นิธิภัทรารัตน์เข้ามานั่งบริหารต่อ พร้อมกับเข้ามาแก้ปัญหาหนี้สินด้วย ซึ่งก็หนีไม่พ้นการเพิ่มทุนจดทะเบียนในปี 2552 ...แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะพยายามแก้ปัญหา ฟินิกซ์ก็หนีไม่พ้น โดยถูกคปภ.สั่งให้หยุดรับประกันภัยเป็นการชั่วคราวในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 นั่นหมายความว่า ฟินิกซ์ต้องรีบเร่งฟื้นฟูสถานะให้กลับมาอย่างมั่นคง ซึ่งที่สุดก็สามารถแก้ปัญหาจนเข้าเกณฑ์ที่คปภ.กำหนด จนได้รับการอนุมัติให้รับประกันภัยได้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2555 ***ปี 2558...

...ขอพูดเรื่องTalk of the townครับ คือ เรื่อง 'คุณยายคนหนึ่ง ที่หาดใหญ่สงขลา ถูกลูกชายร่วมกับตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทประกันแห่งหนึ่งถอนเงินออกไป' ***เงินที่ถอนออกไปคือ ค่าสินไหมทดแทนจากกรณีลูกสาวของยายเสียชีวิต ซึ่งลูกสาวระบุตอนทำประกันว่า ผู้เป็นแม่(คือคุณยายตามข่าว)เป็น'ผู้รับประโยชน์' ดังนั้นยายจึงเป็นเจ้าของเงิน ***จริงๆแล้ว ข่าวเสื่อมเสียในเชิงที่โยงใยไปถึงตัวแทนประกันชีวิตหายไปนานแล้วครับ....นับสิบๆปีมานี้ทุกฝ่ายช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดกับประกันชีวิต ขณะที่สำนักงานคปภ.เอง ก็มีกรอบกติกาในการควบคุมตัวแทนที่เข้มงวดขึ้น ข่าวทางลบจึงค่อยๆหายไป ส่งผลให้ทัศนคติทางบวกของชาวบ้านที่มีต่อประกันชีวิตดีขึ้นมามาก ....กรณีตามข่าว จะจริงจะเท็จอย่างไร และตัวแทนประกันชีวิตเกี่ยวข้องโดยตรงหรือไม่นั้น ผมคิดว่า เป็นมุมที่ไม่สู้ดีแล้วครับ ...มุมแบบนี้ 'ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคปภ.'คงไม่คาดคิดว่า จะเกิดในยุคนี้ เลยต้องออกแรงทำเรื่องที่ไม่น่าจะต้องทำ กันอีกครั้ง.... ***ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม แยกออกอย่างนี้ครับ • 1. ถ้ามองไปถึงตัวแทนประกันชีวิต ตามข่าวมีตำแหน่ง'ผู้จัดการภาคอาวุโส' ผมคิดว่า ในบรรดาบริษัทประกันชีวิตทั้งหมด มีไม่กี่บริษัทหรอกครับ ที่มีโครงสร้างตำแหน่งแบบนี้ ...แต่นั่นไม่สำคัญเท่าอายุงาน เพราะกว่าจะได้คำแหน่งระดับนี้ ต้องผ่านการเป็นตัวแทนธรรมดาๆมาก่อน...
คุณเชื่อหรือไม่?...ว่าประเทศไทยส่งออกตึกด้วย ***นี่คือตึกที่สูง12ชั้น ที่ส่งออกทางเรือไปญี่ปุ่น ...ญี่ปุ่นสั่งสร้างตึกในไทย เนื่องจากต้นทุนในการก่อสร้างถูกกว่ามาก โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรง เมื่อสร้างเสร็จก็ลำเลียงลงเรือ...เรียกว่า บรรทุกไปทั้งตึก... แล้วก็ไปลำเลียงขึ้นฝั่งที่ท่าเรือของญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง ...ขอบคุณภาพจากพี่นิพันธ์ เสมสันทัดจากบริษัท ไทยสตาร์ชัวร์ตี้..ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยที่ดูแลเรื่องประกันความเสี่ยงต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้าง จนกระทั่งการขนส่งไปญี่ปุ่น ....นี่คือเรื่องหนึ่งของประเทศไทยในตอนนี้ ที่เป็นฝีมือของคนไทยล้วนๆ.... โดย :สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ (กลาง) เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และ นาวาโทหญิงแพทย์หญิงอุบลวัณณ์  จรูญเรืองฤทธิ์ (แถวกลาง ที่ 3 จากขวา) ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พร้อมด้วย คุณอรนุช สำราญฤทธิ์ (แถวกลาง ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโสสายประกันชีวิต บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำทีมพนักงานจิตอาสาที่มีความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจแห่งการเป็นผู้ให้ ร่วมบริจาคโลหิต เพื่อลดภาวการณ์ขาดแคลนโลหิตและเพิ่มปริมาณโลหิตสำรอง เนื่องในโอกาสวันประกันชีวิตแห่งชาติประจำปี 2562 โดยกรุงเทพประกันชีวิตได้รณรงค์ให้พนักงานบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ทุก 3 เดือน ยังสามารถบริจาคได้ที่สำนักงานใหญ่กรุงเทพประกันชีวิต เพื่อให้โลหิตเพียงพอต่อความต้องการนำไปรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้บริจาคด้านการช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดใหม่ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ อีกด้วย ถือเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่กรุงเทพประกันชีวิตทำอย่างต่อเนื่องเสมอมา เพื่อชีวิตที่มีความสุขมากกว่าของคนไทยทุกคน ณ...
มาว่ากันต่อเรื่องธุรกิจประกันชีวิตปี 2560ครับ ***เป็นเบี้ยประกันชีวิตเฉพาะ Single Premium ซึ่งเบี้ยประเภทนี้ เป็นส่วนสำคัญของเบี้ยประกันชีวิตรับของหลายๆ บริษัท ...ผมจะแยกให้เห็นเพียงแค่สัดส่วนเบี้ยฯ Single ที่เกิดจากช่องทางตัวแทนหรือ Agency กับที่เกิดจากช่องทางธนาคารหรือ Banc นะครับ ว่าแต่ละบริษัทประกันชีวิตเป็นอย่างไร เมื่อดูเปอร์เซนต์ตัวเลขทั้งสองช่องทางแล้วรวมกัน ส่วนที่เหลือจากนั้น ก็จะเป็นเบี้ยฯในช่องทาง direct marketing:DM (ส่วนใหญ่คงเป็นเบี้ยฯจาก Tele หรือ การขายทางโทรศัพท์) และเบี้ยฯในช่องทางขายอื่นฯ (Other) เช่นแขายในระบบอินเตอร์เน็ต ***เรามาไล่สัดส่วนเปอร์เซนต์รายบริษัทกันเลยครับ (เป็นสัดส่วนเบี้ยฯ Single Premium -Agency : Banc) ชับบ์ไลฟ์ 0:100 เอไอเอ 36:63 เอไลฟ์ 100:0 อลิอันซ์ อยุธยา 0:95 กรุงเทพ 23:76 บางกอกสห 0:0 ทิพย...
"ความสุขของประชาชนคือตัวกำหนดการเติบโตของธุรกิจ" ...ขอพูดเรื่องธุรกิจประกันชีวิตหน่อยครับ.... ***สมาคมประกันชีวิตไทย รายงานถึงอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย โดยระบุว่า เบี้ยประกันชีวิตรับรวม(คือเบี้ยประกันชีวิตทุกประเภททั้งเบี้ยฯปีแรก และเบี้ยฯต่ออายุรวมกัน)ณ สิ้นเดือนกรกรกฎาคมที่ผ่านมา(คือตั้งแต่มกราคม-กรกฎาคม2561) มีอัตราเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน(2560)=4.69% ...สมาคมประกันชีวิตไทยระบุว่า 'เติบโตค่อนข้างดี' ...แต่ในความคิดของผมนั้น แม้จะมองว่า ค่อนข้างดี แต่ถือว่าเป็นทิศทางที่ไม่ดีครับ ....ทำไมถึงไม่ดี...? ...เหตุผลก็คือ เป็นอัตราการเติบโตในทิศทางที่ลดลง ลดลงอย่างไร? ***ผมเอาตัวเลขอัตราการเติบโตของเบี้ยฯรับรวมในรอบปีนี้ ที่สมาคมประกันชีวิตไทยแถลงนี่แหละครับ มาแสดง ...เดือนมกราคม-มีนาคม เติบโต 8.22% ...เดือนมกราคม-เมษายน เติบโต 7.80% ...เดือนมกราคม-พฤษภาคม เติบโต 6.78% ...เดือนมกราคม-มิถุนายน เติบโต 5.01% ...เดือนมกราคม-กรกฎาคม เติบโต 4.69% ...นี่แหละครับ สิ่งที่ผมบอกว่า เป็นทิศทางที่ลดลง ****ผมจึงคิดว่า ตัวเลขอัตราการเติบโตของเบี้ยฯปีแรก ที่เป็นธุรกิจใหม่ หรือการรับประกันชีวิตรายใหม่ ซึ่งสมาคมประกันชีวิตไทย ไม่ได้ทำตัวเลขให้เห็นนั้น จะต้องเติบโตลดลงด้วย ....ผมคิดว่า การเติบโตในทิศทางที่ลดลงดังกล่าวนี้ เป็นผลโดยตรงมาจากเศรษฐกิจครับ เศรษฐกิจในประเทศของเรา มันไม่ดีจริงๆ เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนก็ไม่มีเงินใช้จ่าย จึงส่งผลไปถึงความสุขของประชาชนจริงๆ ....สมัยก่อนเราบอกกันว่าอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตมีผลโดยตรงมาจากการเติบโตของGDPของชาติ...
"ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ" ...คำๆนี้มีความหมายเดียวกับ "ค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมรถ"ครับ ... ***เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับการประกันภัยรถยนต์โดยตรง แต่คนทำประกันรถยนต์ไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ และไม่คุ้นกับเรื่องนี้ ..."เรื่องนี้ จริงๆแล้ว บริษัทประกันไม่ได้ปกปิดหรอกครับ เพียงแต่ไม่เปิดเผยเท่านั้นเอง"... ...ไม่เปิดเผยอย่างไร? ***ปกติเวลาเราทำประกันรถแบบสมัครใจ(คือแบบที่ไม่ใช่ประกันพ.ร.บ.)เราดูแค่หน้าตารางกรมธรรม์ที่บริษัทประกันส่งให้ ซึ่งในหน้าตารางกรมธรรม์ไม่ได้ระบุเรื่องราวอย่างว่า ไว้เลยครับ... ...เรื่องความรับผิดของบริษัทประกันภัย ไปซ่อนอยู่ในกฎหมายประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเราไม่เคยสนใจมันเลย... ...เราสนใจเฉพาะสิ่งที่วางอยู่ข้างหน้าเพราะเหตุนี้นะครับ ที่ผมจึงบอกว่า เรื่องค่าขาดประโยชน์ถูกนำไปซ่อนไว้.. ...ที่ผ่านมาคนที่รู้กฎหมายก็เรียกร้องได้ แต่คนอีกเกือบร้อยเปอร์เซนต์ไม่รู้ เขาก็ขาดประโยชน์ในสิ่งสมควรได้... ...จริงๆแล้ว ที่ผ่านมาผมเคยแนะนำบางท่านเรียกร้องค่าใช้จ่ายอย่างว่ากับบริษัทประกันไปบ้างเหมือนกัน...แต่เอาเข้าจริงบางครั้งก็ลืมไป..แม้บางครั้งรถยนต์ของคนใกล้ชิดเกิดอุบัติเหตุ ก็ลืมบอกไปเลย... ****ต้องขอบคุณสมาคมประกันวินาศภัยไทยที่เอาสิ่งที่อยู่ในที่มืดมาวางในที่แจ้ง ให้ประชาชนได้เห็นว่า พวกเขามีสิทธิ์ในประโยชน์ที่เกิดจากการทำประกัน ...ผมทราบว่า จะมีการทำให้เป็นหลักเกณฑ์ที่ชัดขึ้นว่า "ถ้ารถของคุณเกิดอุบัติเหตุ และมีคู่กรณีและเป็นฝ่ายถูก" คุณก็สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากบริษัทที่รับประกันรถยนต์ของคู่กรณี หรือเรียกร้องจากคู่กรณีได้ ในจำนวนเงินที่ชัดเจนขึ้น..เพื่อจะได้ไม่ต้องถกเถียงกันมากมายกับบริษัทประกัน ...แต่สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้ทำคือ คือการระบุบนหน้าตารางกรมธรรม์ให้ชัดครับว่า คุ้มครองเรื่องเหล่านี้ด้วย...เนื่องจากชาวบ้านจะดูเฉพาะเอกสารส่วนนี้เท่านั้น.... ...เรื่องนี้สอนให้เห็นว่า วิธีคิดที่บอกว่า 'คนต้องรู้กฎหมาย การไม่รู้กฎหมายถือเป็นความผิด' ...เพราะความเป็นจริงก็คือ "เราไม่ได้เปิดเผยสิ่งที่มีอยู่จริง"ต่างหาก.... (เขียนโดย :สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์)

ติดตามเราได้ที่

3,963แฟนคลับชอบ
611ผู้ติดตามติดตาม

E-Magazine