งาน"พี่เพื่อน้อง จากผองเพื่อนชาวประกันและมวลมิตรธุรกิจเพื่อสังคม ปีที14 ตอน: โรงเรียนพอเพียง" ณ โรงเรียนบ้านท่าแย้ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี จบไปแล้วครับ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ทีมงานบ้านไทยแลนด์ "นิตยสารไทยแลนด์ อินชัวรันส์" ขอขอบคุณทุกท่าน ทุกบริษัท ทุกองค์กร ที่ให้การสนับสนุนงานนี้ตลอดมา สำหรับภาพปีนี้ ผมจะพยายามทยอยนำมาเขียนนะครับ คงเขียนกันอีกนาน เพราะเยอะมาก หลายคนถามว่า ปีหน้า 2561 จะไปจัดที่ไหน ต้องบอกว่า เหลืออีกปีเต็ม ดังนั้นค่อยติดตามกันครับ ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์
"งานพี่เพื่อน้อง จากผองเพื่อนชาวประกันและมวลมิตรธุรกิจเพื่อสังคม ปีที่15" กำหนดจัดวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561นี้ ที่โรงเรียนวัดดอนผิงแดด อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ***ปีนี้สถานที่จัดงานใกล้ที่สุดนับตั้งแต่จัดมา ***ฝากถึงหน่วยงาน องค์กร บริษัท และทุกท่านที่เคยร่วมงานนี้ หรือยังไม่เคยร่วมงานมาก่อน เตรียมตัว เตรียมความพร้อม ล็อควันไว้ได้เลยครับ ***ส่วนกิจกรรม ไม่เกินอาทิตย์นี้จะแจ้งให้ทราบกัน ***สำหรับท่านที่ต้องการสนับสนุนหรือบริจาค ก็เตรียมๆไว้ได้เลยเช่นกัน ...ทางทีมงานนิตยสารฯจะรีบส่งเป็นหนังสือเชิญร่วมงานไปถึงทุกหน่วยงานครับ ...บางท่านอาจถามว่า ' "ถ้าไม่สังกัดหน่วยงาน ไม่สังกัดบริษัท สามารถไปร่วมได้มั๊ย?" ..ขอบอกเลยครับว่า "มาได้เลยครับ ยินดีต้อนรับเลย มาแบบอาสามาเลยครับ เราคือคนสนิท คนคุ้นเคยกัน ไม่จำเป็นว่า จะต้องสังกัดบริษัทหรอกครับ" ...ติดตามกันต่อไปครับ ...ยินดีต้อนรับทุกท่าน...ขอบคุณล่วงหน้านะครับ ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา จาก : ทีมงานบ้านไทยแลนด์
"แบงก์ชาติเชือดไก่ให้ลิงดู กระเทือนครบถ้วน" กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติ ลงดาบธนาคารกรุงไทยกับธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานความผิดบังคับให้ลูกค้าสินเชื่อเลือกทำประกันอัคคีภัยกับบริษัทประกันวินาศภัยเพียงบริษัทเดียวนั้น ไม่ได้กระทบเพียงแค่ธนาคารเท่านั้น แต่กระเทือนไปถึงบริษัทประกันภัยด้วย กรณีที่ว่านี้ เกิดจากธนาคารกรุงไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ ยื่นรายชื่อบริษัทประกันภัยให้ลูกค้าสินเชื่อพิจารณาเพียงบริษัทเดียว แล้วที่สุดลูกค้าไม่พอใจ จึงร้องเรียนไปยังแบงก์ชาติว่า ทั้งสองธนาคารบังคับให้เลือกบริษัทประกันภัยเพียงบริษัทเดียวเท่านั้น ในเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจประกันภัย ธนาคารมีฐานะเป็นนายหน้าประกันภัย เป็นนายหน้าประเภทนิติบุคคล การเป็นนายหน้าประกันภัยนั้นมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ซึ่งในแง่ของการเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าเลือกบริษัทประกันภัยนั้น จะต้องมีรายชื่อและรายละเอียดให้ลูกค้าเลือกมากกว่าหนึ่งบริษัท ซึ่งกฎเกณฑ์ของแบงก์ชาติก็ระบุไว้เช่นนี้ด้วย ดังนั้น การแสดงข้อมูลเพียงแค่หนึ่งบริษัท จึงทำให้ลูกค้าไม่มีทางเลือกอื่นๆ จึงเท่ากับว่า ทั้งสองธนาคารบังคับลูกค้าให้เลือกบริษัทนั้นบริษัทเดียว เรื่องทำนองอย่างนี้ เป็นเรื่องใหญ่ทางธุรกิจ ทั้งธนาคารและบริษัทประกันภัย เหตุเพราะธนาคาร มีรายไดจำนวนมาก ที่เกิดจากคอมมิสชั่นในการขายประกัน ขณะที่บริษัทประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยจำนวนมหาศาลที่มาจากการขายผ่านช่องทางธนาคารหรือ Bancassurance ที่ผ่านมาบริษัทประกันภัยที่อยู่ในเครือของธนาคารพาณิชย์ มักได้เปรียบบริษัทประกันภัยอื่นๆที่ไม่มีอยู่ในเครือธนาคาร โดยบริษัทประกันภัยนั้นๆใช้ธนาคารเป็นช่องทางสำคัญอันเป็นที่มาของเบี้ยประกันภัย ขณะเดียวกันบริษัทประกันภัย ที่ไม่ได้อยู่ในเครือของธนาคาร ก็แสวงหาธนาคารมาเป็นช่องทางการขาย โดยทำสัญญาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกัน ซึ่งการเป็นพันธมิตรกันนั้น ตอบสนองกันด้วยอัตราคอมมิสชั่นที่สูงพอสมควร และหากธนาคารแห่งใดมีบริษัทประกันภัยหลายบริษัทเป็นพันธมิตรด้วย บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งก็ระดมสิทธิพิเศษให้กับธนาคาร เพื่อให้ธนาคารแนะนำให้ลูกค้าเลือกทำประกันกับบริษัทประกันภัยของตน สถานการณ์จริงๆในตลาดประกันภัยระหว่างธนาคารกับบริษัทประกันภัยเป็นแบบนี้จริงๆ ดังนั้น เมื่อเกิดกรณีแบงก์ชาติลงดาบธนาคารขึ้นมา...
"ความสุขของประชาชนคือตัวกำหนดการเติบโตของธุรกิจ" ...ขอพูดเรื่องธุรกิจประกันชีวิตหน่อยครับ.... ***สมาคมประกันชีวิตไทย รายงานถึงอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย โดยระบุว่า เบี้ยประกันชีวิตรับรวม(คือเบี้ยประกันชีวิตทุกประเภททั้งเบี้ยฯปีแรก และเบี้ยฯต่ออายุรวมกัน)ณ สิ้นเดือนกรกรกฎาคมที่ผ่านมา(คือตั้งแต่มกราคม-กรกฎาคม2561) มีอัตราเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน(2560)=4.69% ...สมาคมประกันชีวิตไทยระบุว่า 'เติบโตค่อนข้างดี' ...แต่ในความคิดของผมนั้น แม้จะมองว่า ค่อนข้างดี แต่ถือว่าเป็นทิศทางที่ไม่ดีครับ ....ทำไมถึงไม่ดี...? ...เหตุผลก็คือ เป็นอัตราการเติบโตในทิศทางที่ลดลง ลดลงอย่างไร? ***ผมเอาตัวเลขอัตราการเติบโตของเบี้ยฯรับรวมในรอบปีนี้ ที่สมาคมประกันชีวิตไทยแถลงนี่แหละครับ มาแสดง ...เดือนมกราคม-มีนาคม เติบโต 8.22% ...เดือนมกราคม-เมษายน เติบโต 7.80% ...เดือนมกราคม-พฤษภาคม เติบโต 6.78% ...เดือนมกราคม-มิถุนายน เติบโต 5.01% ...เดือนมกราคม-กรกฎาคม เติบโต 4.69% ...นี่แหละครับ สิ่งที่ผมบอกว่า เป็นทิศทางที่ลดลง ****ผมจึงคิดว่า ตัวเลขอัตราการเติบโตของเบี้ยฯปีแรก ที่เป็นธุรกิจใหม่ หรือการรับประกันชีวิตรายใหม่ ซึ่งสมาคมประกันชีวิตไทย ไม่ได้ทำตัวเลขให้เห็นนั้น จะต้องเติบโตลดลงด้วย ....ผมคิดว่า การเติบโตในทิศทางที่ลดลงดังกล่าวนี้ เป็นผลโดยตรงมาจากเศรษฐกิจครับ เศรษฐกิจในประเทศของเรา มันไม่ดีจริงๆ เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนก็ไม่มีเงินใช้จ่าย จึงส่งผลไปถึงความสุขของประชาชนจริงๆ ....สมัยก่อนเราบอกกันว่าอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตมีผลโดยตรงมาจากการเติบโตของGDPของชาติ...
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือคปภ.ประกาศก่อนสิ้นปี 2560 มีข้อความประมาณว่า "ไม่ควรมอบหรือไม่ให้กระเช้าหรือขอบขวัญแก่คนคปภ.ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้" ข้อความที่ว่านี้ คงส่งตรงไปถึงธุรกิจประกันภัย คือบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย บริษัทนายหน้าประกันภัย รวมไปถึงองค์กรประเภทสมาคมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย ปกติ หน่วยงานในธุรกิจประกันภัย มักมอบของขวัญหรือกระเช้าปีใหม่ให้กับ "คนคปภ." ซึ่งคนคปภ.ที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงพนักงานระดับล่างๆหรอกครับ แต่หมายถึงระดับเลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ ผู้อำนวยการกองสำคัญๆ เช่น กฎหมาย เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมามอบกันจนกระทั่งกลายเป็นเรื่องปกติของธุรกิจนี้ ดังนั้น ข้อความที่บอกว่า "ไม่ให้มอบ" ย่อมหมายถึงคนในธุรกิจประกันภัยอย่างแน่นอน คงไม่ได้หมายถึงคนในหน่วยงานคปภ.หรอกครับ เพราะปกติคนคปภ.ไม่เคยมอบขวัญให้กับคนในธุรกิจประกันภัยอยู่แล้ว ผมเห็นด้วยกับการแสดงเจตนาเช่นนี้ เนื่องจากคปภ.เป็นหน่วยงานที่เป็นกลาง จึงต้องคงความเป็นธรรมและความยุติธรรมไว้ให้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้ดีกว่านี้ คนคปภ.ไม่ควรรับของขวัญหรือกระเช้าหรือสิ่งอื่นใดที่เป็นเสมือนของขวัญของชำร่วย จากคนในธุรกิจประกันภัยในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลหรือไม่เทศกาลก็ตาม เพราะถ้าเป็นการห้ามเฉพาะเทศกาลปีใหม่ ผู้มอบก็สามารถนำไปมอบให้ ภายหลังเทศกาลปีใหม่จบลงไปแล้วก็ได้ เอาเป็นว่า...
"ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ" ...คำๆนี้มีความหมายเดียวกับ "ค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมรถ"ครับ ... ***เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับการประกันภัยรถยนต์โดยตรง แต่คนทำประกันรถยนต์ไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ และไม่คุ้นกับเรื่องนี้ ..."เรื่องนี้ จริงๆแล้ว บริษัทประกันไม่ได้ปกปิดหรอกครับ เพียงแต่ไม่เปิดเผยเท่านั้นเอง"... ...ไม่เปิดเผยอย่างไร? ***ปกติเวลาเราทำประกันรถแบบสมัครใจ(คือแบบที่ไม่ใช่ประกันพ.ร.บ.)เราดูแค่หน้าตารางกรมธรรม์ที่บริษัทประกันส่งให้ ซึ่งในหน้าตารางกรมธรรม์ไม่ได้ระบุเรื่องราวอย่างว่า ไว้เลยครับ... ...เรื่องความรับผิดของบริษัทประกันภัย ไปซ่อนอยู่ในกฎหมายประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเราไม่เคยสนใจมันเลย... ...เราสนใจเฉพาะสิ่งที่วางอยู่ข้างหน้าเพราะเหตุนี้นะครับ ที่ผมจึงบอกว่า เรื่องค่าขาดประโยชน์ถูกนำไปซ่อนไว้.. ...ที่ผ่านมาคนที่รู้กฎหมายก็เรียกร้องได้ แต่คนอีกเกือบร้อยเปอร์เซนต์ไม่รู้ เขาก็ขาดประโยชน์ในสิ่งสมควรได้... ...จริงๆแล้ว ที่ผ่านมาผมเคยแนะนำบางท่านเรียกร้องค่าใช้จ่ายอย่างว่ากับบริษัทประกันไปบ้างเหมือนกัน...แต่เอาเข้าจริงบางครั้งก็ลืมไป..แม้บางครั้งรถยนต์ของคนใกล้ชิดเกิดอุบัติเหตุ ก็ลืมบอกไปเลย... ****ต้องขอบคุณสมาคมประกันวินาศภัยไทยที่เอาสิ่งที่อยู่ในที่มืดมาวางในที่แจ้ง ให้ประชาชนได้เห็นว่า พวกเขามีสิทธิ์ในประโยชน์ที่เกิดจากการทำประกัน ...ผมทราบว่า จะมีการทำให้เป็นหลักเกณฑ์ที่ชัดขึ้นว่า "ถ้ารถของคุณเกิดอุบัติเหตุ และมีคู่กรณีและเป็นฝ่ายถูก" คุณก็สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถจากบริษัทที่รับประกันรถยนต์ของคู่กรณี หรือเรียกร้องจากคู่กรณีได้ ในจำนวนเงินที่ชัดเจนขึ้น..เพื่อจะได้ไม่ต้องถกเถียงกันมากมายกับบริษัทประกัน ...แต่สิ่งสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้ทำคือ คือการระบุบนหน้าตารางกรมธรรม์ให้ชัดครับว่า คุ้มครองเรื่องเหล่านี้ด้วย...เนื่องจากชาวบ้านจะดูเฉพาะเอกสารส่วนนี้เท่านั้น.... ...เรื่องนี้สอนให้เห็นว่า วิธีคิดที่บอกว่า 'คนต้องรู้กฎหมาย การไม่รู้กฎหมายถือเป็นความผิด' ...เพราะความเป็นจริงก็คือ "เราไม่ได้เปิดเผยสิ่งที่มีอยู่จริง"ต่างหาก.... (เขียนโดย :สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์)
คุณเชื่อหรือไม่?...ว่าประเทศไทยส่งออกตึกด้วย ***นี่คือตึกที่สูง12ชั้น ที่ส่งออกทางเรือไปญี่ปุ่น ...ญี่ปุ่นสั่งสร้างตึกในไทย เนื่องจากต้นทุนในการก่อสร้างถูกกว่ามาก โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรง เมื่อสร้างเสร็จก็ลำเลียงลงเรือ...เรียกว่า บรรทุกไปทั้งตึก... แล้วก็ไปลำเลียงขึ้นฝั่งที่ท่าเรือของญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง ...ขอบคุณภาพจากพี่นิพันธ์ เสมสันทัดจากบริษัท ไทยสตาร์ชัวร์ตี้..ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยที่ดูแลเรื่องประกันความเสี่ยงต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้าง จนกระทั่งการขนส่งไปญี่ปุ่น ....นี่คือเรื่องหนึ่งของประเทศไทยในตอนนี้ ที่เป็นฝีมือของคนไทยล้วนๆ.... โดย :สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์
วันที่ 14 กรกฎาคม... ***วันนี้ เป็นวันครบรอบการก่อตั้ง 'นิตยสารไทยแลนด์ อินชัวรันส์'ครับ ...เราเริ่มต้นในยุคเศรษฐกิจดิ่งลงเหว เป็น'ยุคค่าเงินบาทลอยตัว' ซึ่งมีการลดค่าเงินบาท ในปี 2542 ...ตอนนี้เราเดินทางมาถึง'ยุครัฐบาลลอยตัว' เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจมากมาย แต่เศรษฐกิจก็ย่ำแย่อย่างหนักเช่นกัน ***เป็นเหมือนเข้ารอบแห่งวงจรทางเศรษฐกิจนะครับ... ....แต่เอาล่ะ ปีที่19แล้ว เราต้องเดินฝ่าฝันมรสุมทางเศรษฐกิจกันต่อไป... ***ช่วงเวลาที่ผ่านมา ต้องย้ำว่า เรายังยึดมั่นแนวทางเดิมมาตลอด นั่นคือ ....หนึ่ง...ร่วมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านประกันภัยให้กับประชาชน : เราเกิดในยุคที่คนในสังคม มีทัศนคติไม่ดีนักในเรื่องประกันภัย ภาคธุรกิจก็ไม่ได้เปิดกว้างด้านข้อมูลข่าวสารเท่าที่ควร แต่เราก็ทำหน้าที่เรื่อยมา จนทุกอย่างดีขึ้น ชาวบ้านมีทัศนคติในด้านบวกมากขึ้น ธุรกิจประกันภัยพัฒนาไปมาก วงการประกันภัยเองก็เปิดเผยข้อมูลต่างๆมากขึ้น ...สอง...ด้านการนำภาคประกันภัยลงไปให้เข้าถึงชาวบ้านและชุมชน : ถือเป็นหน้าที่หลักของเรา เราทำมานานและทำมาก่อนใคร แม้เวลาที่ผ่านมาบางงานบางกิจกรรม เราอาจถูกรบกวนถูกเบียดบังไปบ้าง แต่เราก็พยายามปรับตัว เพื่อเดินไปข้างหน้าตามกำลังที่เรามีอยู่... ****มาถึงปี 2561 โลกเปลี่ยน ประเทศไทยเปลี่ยน และธุรกิจก็เปลี่ยนไปอย่างมาก....การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้กระทบมาถึงสื่ออย่างชัดเจน ยิ่งมาเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจกระหน่ำเพิ่มเข้ามาด้วย ก็ยิ่งเป็นผลกระทบที่บังคับให้ต้องถอยร่นในบางด้าน ....ถามว่า...
โดย : สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์ อาทิตย์ที่แล้ว มีข่าวหนึ่งเกิดขึ้นในวงการประกันภัยครับ ***คือข่าวบริษัท ฟินิกซ์ประกันภัยเปลี่ยนชื่ออีกครั้ง ที่ผมต้องบอกว่า เปลี่ยนชื่ออีกครั้ง ก็เพราะ นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งแรก ***บริษัทฟินิกซ์ประกันภัย มาจากบริษัทธนวัฒน์ประกันภัย ที่เป็นบริษัทประกันวินาศภัยแห่งใหม่ อันเป็นผลจากรัฐบาลอนุมัติให้จัดตั้งในปี 2543 ***หลังจากบริษัทธนวัฒน์ประกันภัยทำธุรกิจไปได้ 7 ปีก็ประสบปัญหาทางการเงิน จนส่งผลให้เงินกองทุนไม่ครบตามที่กฎของคปภ.กำหนด ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นธนวัฒน์เองก็มีหนี้สินผูกพันอยู่กับเจ้าหนี้อย่างตระกูลนิธิภัทรารัตน์ เจ้าของธุรกิจค้าปุ๋ย และอสังหาริมทรัพย์ ในที่สุดบริษัทนี้ก็ถูกโอนต่อให้กับตระกูลนิธิภัทรารัตน์ในปี 2550 ***คุณเขม นิธิภัทรารัตน์เข้ามานั่งบริหารต่อ พร้อมกับเข้ามาแก้ปัญหาหนี้สินด้วย ซึ่งก็หนีไม่พ้นการเพิ่มทุนจดทะเบียนในปี 2552 ...แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะพยายามแก้ปัญหา ฟินิกซ์ก็หนีไม่พ้น โดยถูกคปภ.สั่งให้หยุดรับประกันภัยเป็นการชั่วคราวในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 นั่นหมายความว่า ฟินิกซ์ต้องรีบเร่งฟื้นฟูสถานะให้กลับมาอย่างมั่นคง ซึ่งที่สุดก็สามารถแก้ปัญหาจนเข้าเกณฑ์ที่คปภ.กำหนด จนได้รับการอนุมัติให้รับประกันภัยได้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2555 ***ปี 2558...
ดูๆเหมือนสคบ.แจกไม่อั้นรางวัล Call Center 14 บริษัทประกัน ปกติสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือสคบ.จะไม่ค่อยมีภารกิจที่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยมากนัก แม้มีบางเรื่องน่าจะยุ่งเกี่ยวในเชิงคุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้เอาประกันภัยอยู่ได้บ้าง แต่น้อยครั้งที่สคบ.ลงมาแตะต้อง อาจจะเป็นเพราะว่า ในภาคประกันภัยนั้น ทางคปภ.หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ดูแลด้วยความเข้มข้นอยู่แล้วก็เป็นได้ ดังนั้น สคบ.จึงแตะแบบห่างๆ หรือเพียงแค่เหลือบหางตาแบบเอียงๆไปมองเท่านั้น เรื่องที่เอียงหางตาไปดูก็คือ แนวทางการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านหรือผู้บริโภค ซึ่งเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561ที่ผ่านมา สคบ.ได้มอบรางวัลศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ประจำปี พ.ศ. 2560 ให้บริษัทต่างๆในหลากหลายธุรกิจ รวมถึงธุรกิจประกันภัยด้วย บริษัทที่ได้รับรางวัล จัดเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ดีเด่น แล้วสามารถบริหารจัดการปัญหาและชดเชยเยียวยาให้แก่ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีช่องทางพิเศษในการประสานงาน เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการจัดการปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ รางวัลที่มอบแบ่งเป็น 5 กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจ ประกอบด้วย...

ติดตามเราได้ที่

3,540แฟนคลับชอบ
611ผู้ติดตามติดตาม

E-Magazine