ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือคปภ.ประกาศก่อนสิ้นปี 2560 มีข้อความประมาณว่า "ไม่ควรมอบหรือไม่ให้กระเช้าหรือขอบขวัญแก่คนคปภ.ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้" ข้อความที่ว่านี้ คงส่งตรงไปถึงธุรกิจประกันภัย คือบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย บริษัทนายหน้าประกันภัย รวมไปถึงองค์กรประเภทสมาคมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย ปกติ หน่วยงานในธุรกิจประกันภัย มักมอบของขวัญหรือกระเช้าปีใหม่ให้กับ "คนคปภ." ซึ่งคนคปภ.ที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงพนักงานระดับล่างๆหรอกครับ แต่หมายถึงระดับเลขาธิการ รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ ผู้อำนวยการกองสำคัญๆ เช่น กฎหมาย เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมามอบกันจนกระทั่งกลายเป็นเรื่องปกติของธุรกิจนี้ ดังนั้น ข้อความที่บอกว่า "ไม่ให้มอบ" ย่อมหมายถึงคนในธุรกิจประกันภัยอย่างแน่นอน คงไม่ได้หมายถึงคนในหน่วยงานคปภ.หรอกครับ เพราะปกติคนคปภ.ไม่เคยมอบขวัญให้กับคนในธุรกิจประกันภัยอยู่แล้ว ผมเห็นด้วยกับการแสดงเจตนาเช่นนี้ เนื่องจากคปภ.เป็นหน่วยงานที่เป็นกลาง จึงต้องคงความเป็นธรรมและความยุติธรรมไว้ให้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้ดีกว่านี้ คนคปภ.ไม่ควรรับของขวัญหรือกระเช้าหรือสิ่งอื่นใดที่เป็นเสมือนของขวัญของชำร่วย จากคนในธุรกิจประกันภัยในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลหรือไม่เทศกาลก็ตาม เพราะถ้าเป็นการห้ามเฉพาะเทศกาลปีใหม่ ผู้มอบก็สามารถนำไปมอบให้ ภายหลังเทศกาลปีใหม่จบลงไปแล้วก็ได้ เอาเป็นว่า...
*คนทั่วไป อาจรู้จัก “คุณนวลพรรณ ล่ำซ่ำ” ในบทบาทของ “มาดามแป้ง” ในเส้นทางของโลกแห่งฟุตบอล ทั้งการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รวมถึงการเป็นประธานสโมสรการท่าเรือในศึกไทยลีก1 หลายคนรู้ว่า บริษัทเมืองไทยประกันภัยเป็นสปอนเซอร์หลักของสโมสรการท่าเรือรวมถึงทีมชาติไทย รู้ว่ามาดามแป้งเกี่ยวพันโดยตรงกับบริษัทเมืองไทยประกันภัย แต่คนทั่วไปยังไม่ได้เกี่ยวพันในเชิงลูกค้ากับบริษัทเมืองไทยประกันภัยแต่อย่างใด *นั่นหมายถึง คนทั่วไปรู้จักมาดามแป้งในมุมของคนที่สนใจและสนับสนุนเรื่องฟุตบอลเท่านั้น และมีความเชื่ออยู่พอสมควรว่า มาดามแป้งเข้ามาทำด้วยหัวใจ แต่ในมุมที่มาดามแป้งเกี่ยวพันในฐานะกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือ CEOของบริษัท เมืองไทยประกันภัยนั้น ถือว่ายังห่างจากความเชื่อในวงการฟุตบอลอย่างแน่นอน บนความเชื่อถือของคนในสังคมที่มีต่อมาดามแป้ง บริษัท เมืองไทยประกันภัยจึงเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ จึงจับเอา “ความเชื่อถือและความศรัทธาในเชิงตัวบุคคล” มาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด ดึงตัวบุคคลมาเป็นตัวนำในการทำมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งในเมื่อมาดามแป้งรับบทบาท CEO จึงกลายมาเป็นCEO Marketing โดยใช้ตัวตนของมาดามแป้งเป็นจุดรุกทางการตลาดที่ชื่อว่า “เชื่อแป้ง เชื่อเมืองไทยประกันภัย” เพื่อบ่งบอกกับคนทั่วไปว่า มาดามแป้งไม่ได้มีความมุ่งมั่นและตั้งใจในเรื่องฟุตบอลเท่านั้น แต่ทุ่มเทด้วยหัวใจกับเมืองไทยประกันภัยอยู่ด้วย ดังนั้นหากมีความเชื่อมั่นใจตัวมาดามแป้ง ก็ขอให้เชื่อมั่นเมืองไทยประกันภัยด้วย ซึ่งความเชื่อมั่นเมืองไทยประกันภัยก็คือ การเข้ามาเป็นลูกค้าของบริษัทฯนั่นเอง แน่นอนกลยุทธ์...
ไทยเราพยายามเป็นรัฐสวัสดิการผ่าน3กองทุนหลัก คือ ...กองทุนสุขภาพแห่งชาติ รักษาทุกโรค...อันนี้ชาวบ้านได้ รัฐจ่ายทั้งหมด ...กองทุนประกันสังคม อันนี้เฉพาะคนทำงาน...นายจ้าง ลูกจ้างช่วยกันจ่าย รัฐสมทบบ้าง ...กองทุนสวัสดิการข้าราชการ ...ซึ่งรัฐจ่ายทั้งหมด ...รัฐจ่ายก็คือประชาชนจ่ายนั่นแหละครับ... ***ถ้ามองเฉพาะ กองทุนสวัสดิการข้าราชการ แล้วโฟกัสเฉพาะสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการและครอบครัว เราต้องเลี้ยงข้าราชการถึง5ล้านคน ซึ่งถ้ามองค่าใช้จ่ายต่อหัวแล้ว ตก 12,671บาท ซึ่งสูงกว่าค่าหัวของชาวบ้านที่ได้รับสิทธิ์ในอีกสองกองทุนหลายเท่า....แล้วที่สำคัญงบประมาณเพื่อการนี้ก็เพิ่มขึ้นทุกๆปีด้วย ...ว่ากันว่า ถ้ายังต้องอัดงบฯเลี้ยงแบบนี้ รับรองรัฐไทยนับถอยหลังเจ๊งอย่างแน่นอน... ***มีคนพยายามเสนอทางออก นั่นคือให้ระบบประกันภัยดูแลเรื่องสวัสดิการรักษาพยาบาลแทนรัฐ ซึ่งข้อดีคือ งบฯไม่เพิ่มทุกปีอย่างแน่นอน ขณะที่การควบคุมค่ารักษาพยาบาลดีขึ้น ควบคุมมาตรฐานค่ารักษาก็ดีขึ้น แล้วการบริการก็ไม่แย่กว่าเดิมอย่างแน่นอน ...ซึ่งอันนี้น่าจะรับประกันได้ เพราะเท่าที่เราเห็น คนที่ทำประกัน เข้าโรงพยาบาลแล้วไม่ค่อยมีปัญหาการบริการ.... ...แต่ก็นั่นแหละครับ..ด้วยระบบราชการที่กินลึกเข้ากระดูกดำมานาน...จะเปลี่ยนอะไรสักที ยากแสนยาก....เพราะอำนาจลดลง แถมรั่วไหลไม่ได้ ...ดังนั้น...ถ้าไม่เปลี่ยน เราก็จำต้องเลี้ยงข้าราชการเพิ่มขึ้นๆไปเรื่อยๆ... เขียนโดย: สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์
"แบงก์ชาติเชือดไก่ให้ลิงดู กระเทือนครบถ้วน" กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติ ลงดาบธนาคารกรุงไทยกับธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานความผิดบังคับให้ลูกค้าสินเชื่อเลือกทำประกันอัคคีภัยกับบริษัทประกันวินาศภัยเพียงบริษัทเดียวนั้น ไม่ได้กระทบเพียงแค่ธนาคารเท่านั้น แต่กระเทือนไปถึงบริษัทประกันภัยด้วย กรณีที่ว่านี้ เกิดจากธนาคารกรุงไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ ยื่นรายชื่อบริษัทประกันภัยให้ลูกค้าสินเชื่อพิจารณาเพียงบริษัทเดียว แล้วที่สุดลูกค้าไม่พอใจ จึงร้องเรียนไปยังแบงก์ชาติว่า ทั้งสองธนาคารบังคับให้เลือกบริษัทประกันภัยเพียงบริษัทเดียวเท่านั้น ในเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจประกันภัย ธนาคารมีฐานะเป็นนายหน้าประกันภัย เป็นนายหน้าประเภทนิติบุคคล การเป็นนายหน้าประกันภัยนั้นมีหน้าที่ให้คำปรึกษา ซึ่งในแง่ของการเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าเลือกบริษัทประกันภัยนั้น จะต้องมีรายชื่อและรายละเอียดให้ลูกค้าเลือกมากกว่าหนึ่งบริษัท ซึ่งกฎเกณฑ์ของแบงก์ชาติก็ระบุไว้เช่นนี้ด้วย ดังนั้น การแสดงข้อมูลเพียงแค่หนึ่งบริษัท จึงทำให้ลูกค้าไม่มีทางเลือกอื่นๆ จึงเท่ากับว่า ทั้งสองธนาคารบังคับลูกค้าให้เลือกบริษัทนั้นบริษัทเดียว เรื่องทำนองอย่างนี้ เป็นเรื่องใหญ่ทางธุรกิจ ทั้งธนาคารและบริษัทประกันภัย เหตุเพราะธนาคาร มีรายไดจำนวนมาก ที่เกิดจากคอมมิสชั่นในการขายประกัน ขณะที่บริษัทประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยจำนวนมหาศาลที่มาจากการขายผ่านช่องทางธนาคารหรือ Bancassurance ที่ผ่านมาบริษัทประกันภัยที่อยู่ในเครือของธนาคารพาณิชย์ มักได้เปรียบบริษัทประกันภัยอื่นๆที่ไม่มีอยู่ในเครือธนาคาร โดยบริษัทประกันภัยนั้นๆใช้ธนาคารเป็นช่องทางสำคัญอันเป็นที่มาของเบี้ยประกันภัย ขณะเดียวกันบริษัทประกันภัย ที่ไม่ได้อยู่ในเครือของธนาคาร ก็แสวงหาธนาคารมาเป็นช่องทางการขาย โดยทำสัญญาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกัน ซึ่งการเป็นพันธมิตรกันนั้น ตอบสนองกันด้วยอัตราคอมมิสชั่นที่สูงพอสมควร และหากธนาคารแห่งใดมีบริษัทประกันภัยหลายบริษัทเป็นพันธมิตรด้วย บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งก็ระดมสิทธิพิเศษให้กับธนาคาร เพื่อให้ธนาคารแนะนำให้ลูกค้าเลือกทำประกันกับบริษัทประกันภัยของตน สถานการณ์จริงๆในตลาดประกันภัยระหว่างธนาคารกับบริษัทประกันภัยเป็นแบบนี้จริงๆ ดังนั้น เมื่อเกิดกรณีแบงก์ชาติลงดาบธนาคารขึ้นมา...
"งานพี่เพื่อน้อง จากผองเพื่อนชาวประกันและมวลมิตรธุรกิจเพื่อสังคม ปีที่15" กำหนดจัดวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561นี้ ที่โรงเรียนวัดดอนผิงแดด อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ***ปีนี้สถานที่จัดงานใกล้ที่สุดนับตั้งแต่จัดมา ***ฝากถึงหน่วยงาน องค์กร บริษัท และทุกท่านที่เคยร่วมงานนี้ หรือยังไม่เคยร่วมงานมาก่อน เตรียมตัว เตรียมความพร้อม ล็อควันไว้ได้เลยครับ ***ส่วนกิจกรรม ไม่เกินอาทิตย์นี้จะแจ้งให้ทราบกัน ***สำหรับท่านที่ต้องการสนับสนุนหรือบริจาค ก็เตรียมๆไว้ได้เลยเช่นกัน ...ทางทีมงานนิตยสารฯจะรีบส่งเป็นหนังสือเชิญร่วมงานไปถึงทุกหน่วยงานครับ ...บางท่านอาจถามว่า ' "ถ้าไม่สังกัดหน่วยงาน ไม่สังกัดบริษัท สามารถไปร่วมได้มั๊ย?" ..ขอบอกเลยครับว่า "มาได้เลยครับ ยินดีต้อนรับเลย มาแบบอาสามาเลยครับ เราคือคนสนิท คนคุ้นเคยกัน ไม่จำเป็นว่า จะต้องสังกัดบริษัทหรอกครับ" ...ติดตามกันต่อไปครับ ...ยินดีต้อนรับทุกท่าน...ขอบคุณล่วงหน้านะครับ ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา จาก : ทีมงานบ้านไทยแลนด์
คุณเชื่อหรือไม่?...ว่าประเทศไทยส่งออกตึกด้วย ***นี่คือตึกที่สูง12ชั้น ที่ส่งออกทางเรือไปญี่ปุ่น ...ญี่ปุ่นสั่งสร้างตึกในไทย เนื่องจากต้นทุนในการก่อสร้างถูกกว่ามาก โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรง เมื่อสร้างเสร็จก็ลำเลียงลงเรือ...เรียกว่า บรรทุกไปทั้งตึก... แล้วก็ไปลำเลียงขึ้นฝั่งที่ท่าเรือของญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง ...ขอบคุณภาพจากพี่นิพันธ์ เสมสันทัดจากบริษัท ไทยสตาร์ชัวร์ตี้..ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยที่ดูแลเรื่องประกันความเสี่ยงต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้าง จนกระทั่งการขนส่งไปญี่ปุ่น ....นี่คือเรื่องหนึ่งของประเทศไทยในตอนนี้ ที่เป็นฝีมือของคนไทยล้วนๆ.... โดย :สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์
วันที่ 14 กรกฎาคม... ***วันนี้ เป็นวันครบรอบการก่อตั้ง 'นิตยสารไทยแลนด์ อินชัวรันส์'ครับ ...เราเริ่มต้นในยุคเศรษฐกิจดิ่งลงเหว เป็น'ยุคค่าเงินบาทลอยตัว' ซึ่งมีการลดค่าเงินบาท ในปี 2542 ...ตอนนี้เราเดินทางมาถึง'ยุครัฐบาลลอยตัว' เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจมากมาย แต่เศรษฐกิจก็ย่ำแย่อย่างหนักเช่นกัน ***เป็นเหมือนเข้ารอบแห่งวงจรทางเศรษฐกิจนะครับ... ....แต่เอาล่ะ ปีที่19แล้ว เราต้องเดินฝ่าฝันมรสุมทางเศรษฐกิจกันต่อไป... ***ช่วงเวลาที่ผ่านมา ต้องย้ำว่า เรายังยึดมั่นแนวทางเดิมมาตลอด นั่นคือ ....หนึ่ง...ร่วมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านประกันภัยให้กับประชาชน : เราเกิดในยุคที่คนในสังคม มีทัศนคติไม่ดีนักในเรื่องประกันภัย ภาคธุรกิจก็ไม่ได้เปิดกว้างด้านข้อมูลข่าวสารเท่าที่ควร แต่เราก็ทำหน้าที่เรื่อยมา จนทุกอย่างดีขึ้น ชาวบ้านมีทัศนคติในด้านบวกมากขึ้น ธุรกิจประกันภัยพัฒนาไปมาก วงการประกันภัยเองก็เปิดเผยข้อมูลต่างๆมากขึ้น ...สอง...ด้านการนำภาคประกันภัยลงไปให้เข้าถึงชาวบ้านและชุมชน : ถือเป็นหน้าที่หลักของเรา เราทำมานานและทำมาก่อนใคร แม้เวลาที่ผ่านมาบางงานบางกิจกรรม เราอาจถูกรบกวนถูกเบียดบังไปบ้าง แต่เราก็พยายามปรับตัว เพื่อเดินไปข้างหน้าตามกำลังที่เรามีอยู่... ****มาถึงปี 2561 โลกเปลี่ยน ประเทศไทยเปลี่ยน และธุรกิจก็เปลี่ยนไปอย่างมาก....การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้กระทบมาถึงสื่ออย่างชัดเจน ยิ่งมาเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจกระหน่ำเพิ่มเข้ามาด้วย ก็ยิ่งเป็นผลกระทบที่บังคับให้ต้องถอยร่นในบางด้าน ....ถามว่า...
มาว่ากันต่อเรื่องธุรกิจประกันชีวิตปี 2560ครับ ***เป็นเบี้ยประกันชีวิตเฉพาะ Single Premium ซึ่งเบี้ยประเภทนี้ เป็นส่วนสำคัญของเบี้ยประกันชีวิตรับของหลายๆ บริษัท ...ผมจะแยกให้เห็นเพียงแค่สัดส่วนเบี้ยฯ Single ที่เกิดจากช่องทางตัวแทนหรือ Agency กับที่เกิดจากช่องทางธนาคารหรือ Banc นะครับ ว่าแต่ละบริษัทประกันชีวิตเป็นอย่างไร เมื่อดูเปอร์เซนต์ตัวเลขทั้งสองช่องทางแล้วรวมกัน ส่วนที่เหลือจากนั้น ก็จะเป็นเบี้ยฯในช่องทาง direct marketing:DM (ส่วนใหญ่คงเป็นเบี้ยฯจาก Tele หรือ การขายทางโทรศัพท์) และเบี้ยฯในช่องทางขายอื่นฯ (Other) เช่นแขายในระบบอินเตอร์เน็ต ***เรามาไล่สัดส่วนเปอร์เซนต์รายบริษัทกันเลยครับ (เป็นสัดส่วนเบี้ยฯ Single Premium -Agency : Banc) ชับบ์ไลฟ์ 0:100 เอไอเอ 36:63 เอไลฟ์ 100:0 อลิอันซ์ อยุธยา 0:95 กรุงเทพ 23:76 บางกอกสห 0:0 ทิพย...
ดูๆเหมือนสคบ.แจกไม่อั้นรางวัล Call Center 14 บริษัทประกัน ปกติสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือสคบ.จะไม่ค่อยมีภารกิจที่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยมากนัก แม้มีบางเรื่องน่าจะยุ่งเกี่ยวในเชิงคุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้เอาประกันภัยอยู่ได้บ้าง แต่น้อยครั้งที่สคบ.ลงมาแตะต้อง อาจจะเป็นเพราะว่า ในภาคประกันภัยนั้น ทางคปภ.หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ดูแลด้วยความเข้มข้นอยู่แล้วก็เป็นได้ ดังนั้น สคบ.จึงแตะแบบห่างๆ หรือเพียงแค่เหลือบหางตาแบบเอียงๆไปมองเท่านั้น เรื่องที่เอียงหางตาไปดูก็คือ แนวทางการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านหรือผู้บริโภค ซึ่งเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561ที่ผ่านมา สคบ.ได้มอบรางวัลศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ประจำปี พ.ศ. 2560 ให้บริษัทต่างๆในหลากหลายธุรกิจ รวมถึงธุรกิจประกันภัยด้วย บริษัทที่ได้รับรางวัล จัดเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ดีเด่น แล้วสามารถบริหารจัดการปัญหาและชดเชยเยียวยาให้แก่ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีช่องทางพิเศษในการประสานงาน เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการจัดการปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ รางวัลที่มอบแบ่งเป็น 5 กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจ ประกอบด้วย...
โดย : สิทธิ์ บ้านไทยแลนด์ อาทิตย์ที่แล้ว มีข่าวหนึ่งเกิดขึ้นในวงการประกันภัยครับ ***คือข่าวบริษัท ฟินิกซ์ประกันภัยเปลี่ยนชื่ออีกครั้ง ที่ผมต้องบอกว่า เปลี่ยนชื่ออีกครั้ง ก็เพราะ นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งแรก ***บริษัทฟินิกซ์ประกันภัย มาจากบริษัทธนวัฒน์ประกันภัย ที่เป็นบริษัทประกันวินาศภัยแห่งใหม่ อันเป็นผลจากรัฐบาลอนุมัติให้จัดตั้งในปี 2543 ***หลังจากบริษัทธนวัฒน์ประกันภัยทำธุรกิจไปได้ 7 ปีก็ประสบปัญหาทางการเงิน จนส่งผลให้เงินกองทุนไม่ครบตามที่กฎของคปภ.กำหนด ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นธนวัฒน์เองก็มีหนี้สินผูกพันอยู่กับเจ้าหนี้อย่างตระกูลนิธิภัทรารัตน์ เจ้าของธุรกิจค้าปุ๋ย และอสังหาริมทรัพย์ ในที่สุดบริษัทนี้ก็ถูกโอนต่อให้กับตระกูลนิธิภัทรารัตน์ในปี 2550 ***คุณเขม นิธิภัทรารัตน์เข้ามานั่งบริหารต่อ พร้อมกับเข้ามาแก้ปัญหาหนี้สินด้วย ซึ่งก็หนีไม่พ้นการเพิ่มทุนจดทะเบียนในปี 2552 ...แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะพยายามแก้ปัญหา ฟินิกซ์ก็หนีไม่พ้น โดยถูกคปภ.สั่งให้หยุดรับประกันภัยเป็นการชั่วคราวในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 นั่นหมายความว่า ฟินิกซ์ต้องรีบเร่งฟื้นฟูสถานะให้กลับมาอย่างมั่นคง ซึ่งที่สุดก็สามารถแก้ปัญหาจนเข้าเกณฑ์ที่คปภ.กำหนด จนได้รับการอนุมัติให้รับประกันภัยได้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2555 ***ปี 2558...

ติดตามเราได้ที่

3,734แฟนคลับชอบ
611ผู้ติดตามติดตาม

E-Magazine