อุบัติเหตุบนท้องถนนที่พบเห็นในปัจจุบันนี้ สาเหตุหลักอย่างหนึ่ง มาจากผู้ใช้รถในถนนที่ขาดวินัยในการขับขี่และไม่เคารพกฏจราจร โดยเฉพาะการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน เป็นช่วงที่มีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่างเร่งรีบ ใช้ความเร็ว ฝ่าไฟแดง ไม่ปฏิบัติตามกฏจราจรจนเป็นเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุและจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมีผู้ประสบภัยจากรถจำนวนมากที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง,ต้องเสียเงินรักษาตนเอง และต้องดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายด้วยตนเอง        ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการที่ผู้ประสบภัยจากรถถูกละเมิดจากรถที่ไม่มีการทำประกันภัย พ.ร.บ. ทำให้ผู้ประสบภัยจำนวนมากไม่ได้รับการคุ้มครองหรือไม่ได้รับสิทธิที่พึงได้รับจาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งเป็นการประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถทุกคนต้องทำ         และที่สำคัญหากนำรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ.มาใช้ ยังผิดกฎหมายอีกด้วย โดยกฎหมายมีบทลงโทษผู้ที่นำรถที่ไม่มีประกันภัย พ.ร.บ.มาใช้ มีความผิด มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และรวมไปถึงเจ้าของรถคันที่ฝ่าฝืนไม่ทำประกันภัย พ.ร.บ.ก็มีความผิด มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท เช่นกัน  ...
ดร.กรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์ นักวิชาการ ด้านการวิจัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทีดีอาร์ไอ ให้ข้อมูลน่าสนใจว่า  โมเดลการพัฒนาประเทศที่ผ่านมาเน้นหลักการเติบโตก่อน  เก็บกวาดทีหลัง  ด้วยการมุ่งเน้นการผลิตสินค้าจำนวนมากเพื่อส่งออก โดยไม่ได้สนใจเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แล้วพอเกิดปัญหามลพิษหรือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตามมา ก็ไม่ได้มีการเตรียมการรับมืออย่างจริงจัง เป็นกับดักการพัฒนาสีเทา ที่เต็มไปด้วยปัญหา ข้อจำกัด และราคาที่ต้องจ่าย ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเติบโตและขับเคลื่อนโดยการใช้พลังงานอย่างเข้มข้น ประเทศไทยมีการใช้พลังงานในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีอัตราการเติบโตสูงกว่าการเติบโตของภาคเศรษฐกิจเสียอีก โดยพลังงานส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในภาคขนส่ง และภาคอุตสาหกรรมสูงที่สุด     นอกจากนี้ เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายลงมากในช่วงการพัฒนาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาพื้นที่ป่าไม้ที่ลดลง มลพิษทางน้ำ  ปัญหาขยะที่ไม่ได้รับการจัดการที่ถูกต้อง ปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสีย  และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงขึ้น เราจำเป็นที่จะต้องออกจากกับดักการพัฒนาสีเทาเพื่อมุ่งไปสู่โมเดลการพัฒนาสีเขียว เพื่อการพัฒนาประเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพ และยั่งยืน  โดยกรอบแนวคิดภายใต้โมเดลการพัฒนาสีเขียว มีที่มาจาก เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs) ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาของสหประชาชาติ(UN) ที่ไทยเป็นสมาชิกและลงนามให้คำมั่นว่าจะร่วมกันบรรลุ...
           บมจ.ซิกน่า ประกันภัย บริษัทในเครือของ ซิกน่า บริษัทประกันสุขภาพ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยถึงผลการสำรวจจาก 11 ประเทศทั่วโลก ด้วย แบบสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยในปีนี้พบว่า คนไทยในปัจจุบันประสบภับภาวะ “Life ไม่ Balance” และกำลังเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งในปีที่ผ่านมาพบว่า 75% ของคนไทยยังไม่มีเงินเพียงพอสำหรับใช้ในยามเกษียณ เนื่องจากขาดการเตรียมพร้อมด้านการเงินที่ดีพอ เพราะคิดว่า“ตนเองยังไม่แก่”ทำให้หลายคนตกสู่ “กับดักอายุ” ในปีนี้คนไทยก็ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินของตนเองเช่นเดียวกัน โดยมีคนไทยถึง 40% คาดว่าเมื่อเกษียณแล้วจะต้องควักกระเป๋าจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยเงินเก็บของตนเอง 29% คิดจะพึ่งพาสวัสดิการจากภาครัฐในการดูแลและจ่ายค่ารักษาพยาบาล และมีคนไทยเพียง 23% เท่านั้นที่บอกว่ามีความคุ้มครองที่เพียงพอจากแผนประกันสุขภาพส่วนบุคคลที่ทำไว้  ...
ฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 กลายเป็นอีกหนึ่งมลพิษที่อยู่คู่กับคนไทยอย่างยาวนาน เพราะสาเหตุหลักสำคัญเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ซึ่งการจะแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาดยังต้องอาศัยเทคโนโลยีและแนวทางจัดการจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำอย่างยั่งยืน ดังนั้นเมื่อเรายังต้องเผชิญไปอีกพักใหญ่ สิ่งที่จะทำได้คือการรู้เท่าทันความอันตราย หลีกเลี่ยงและระมัดระวังการใช้ชีวิต เพื่อให้มีผลกระทบเชิงลบต่อร่างกายน้อยที่สุด
         เอไอเอ ประเทศไทย ประกาศผลสำรวจของโครงการ “Healthiest Workplace by AIA Vitality” ประจำปี 2561 โครงการสำรวจด้านสุขภาพบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำรวจพนักงานจำนวน 7,539 คน จาก 146 องค์กรในประเทศไทย ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า การใช้ชีวิตที่ทำลายสุขภาพและการมีความเครียดสูงส่งผลต่อการสูญเสียเวลาการทำงานของพนักงานสูงถึง 73 วันต่อคนต่อปี จากการขาดงานและการมาทำงานแต่ไม่มีประสิทธิภาพของพนักงาน เทียบกับ 49 วันในออสเตรเลีย และ 74 วันในประเทศอื่นในเอเชีย ส่งผลให้องค์กรในประเทศไทยสูญเสียค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยกว่า 6,169,237  บาทต่อองค์กรต่อปี          การศึกษานี้เปิดเผยว่า...
          คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ หรือ Chulalongkorn Business School นำผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันการศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจอันดับ 1 ของ QS World University Rankings 2018 จากสามประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง มาร่วมเป็นวิทยากรฟันธงทักษะที่ผู้นำต้องมีในอนาคต เนื่องในโอกาสครบรอบสถาปนาคณะฯ 80 ปี            เนื่องในโอกาสที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Chulalongkorn Business School ครบรอบ...
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) นักวิชาการ แนะชาวนา เร่งปรับตัวหันปลูกพืชใช้น้ำน้อย รวมถึงเลื่อนเวลาปลูกข้าว รับมือภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น  โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังเป็นพื้นที่ที่มีการใช้น้ำชลประทานมากที่สุดในฤดูแล้ง  โดยรัฐต้องมีนโยบายสนับสนุนให้ความรู้และเทคโนโลยีแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาเกษตรกร ชาวนาไทย ทำนาปลูกข้าวทั้งนาปี และนาปรัง เลี้ยงประชากรทั้งในประเทศ  และส่งออกขายยังต่างประเทศ  คิดเป็นเม็ดเงินมูลค่ามหาศาล แต่ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา เกษตรกรเริ่มประสบปัญหาภัยแล้งหนักขึ้น  ทำให้ผลผลิตข้าวลดลง  และสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก  เนื่องจากขาดแคลนน้ำ  ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเพาะปลูก  โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่นอกพื้นที่เขตชลประทาน  ต้องหยุดการปลูกข้าวนาปรังเป็นจำนวนมาก  ในขณะที่พื้นที่ในเขตชลประทานเองก็ประสบปัญหาเรื่องน้ำเช่นกัน สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการตกของฝนที่เลื่อนไปตกในภาคกลางและภาคใต้เพิ่มขึ้น และจำนวนวันที่ฝนตกในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มลดลง และอาจเกิดภาวะฝนแล้งขึ้นได้ในอนาคต  ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ  ทำให้การปลูกข้าวนาปรังลดลงอย่างมาก  แต่พื้นที่ปลูกพืชใช้น้ำน้อยกลับไม่เพิ่มขึ้น แม้รัฐสนับสนุนให้มีการปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทน  จึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยใน “โครงการการปรับตัวต่อภาวะภัยแล้งของเกษตรกรทำนาในพื้นที่ชลประทาน พร้อมประเมินโครงการบูรณาการความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบต่อภัยแล้ง” ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ( สกว.) เพื่อศึกษาผลกระทบจากภัยแล้งต่อการทำนาของเกษตรกรในพื้นที่ชลประทาน...
         สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และ สหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย Asia Marketing Federation (AMF) องค์กรระดับภูมิภาคและเป็นเครือข่ายของสมาคมการตลาดในเอเชีย โดยมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาเครือข่ายให้เข้มแข็งและส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคมการตลาดในแถบภูมิภาคเอเชีย เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคมในประเทศสมาชิก อันประกอบด้วย ประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ ไต้หวัน มองโกเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย พม่า กัมพูชา เวียดนาม ศรีลังกา และ บังคลาเทศ           ได้ร่วมกันจัดทำรายงานพิเศษ...

ติดตามเราได้ที่

3,365แฟนคลับชอบ
611ผู้ติดตามติดตาม

E-Magazine