กรุงศรีคาด 2561 เงินบาทอาจแข็งค่าสุดในรอบ4 ปี แนะเอสเอ็มอีป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินผันผวน

0
41

นายตรรก บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กล่าวถึงทิศทางค่าเงินบาทปี 2561 ว่า ยังมีความผันผวน โดยปัจจัยสำคัญคือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(FED) หากปรับขึ้นตามคาดการณ์ 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25%  เงินบาทจะอ่อนค่าลงเป็นช่วงๆ แต่หากชะลอการขึ้นดอกเบี้ย เงินบาทแข็งค่าจนอาจแตะระดับ 31.75% ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี  และยังมีปัจจัยการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยอยู่ในระดับสูงอีกด้วย

สำหรับการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงครึ่งปีแรกไว้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีต้นทุนต่ำ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีแรกก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 1%  การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโนบายจึงมีแนวโน้มปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 จากปัจจุบัน1.5% เป็น 1.75%  ตามภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโต 4.3% ส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น 1.75%

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตามอง เช่น  ความคืบหน้าของการปฏิรูปสหรัฐฯ การเจรจา Brexit ระหว่างอังกฤษและEU  เสถียรภาพของเศรษฐกิจและตลาดเงินจีน ซึ่งสถานการณ์ต่างประเทศเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถคาดเดาได้  ดังนั้นผู้ประกอบการส่งออกต้องให้สำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

โดยธนาคารกรุงศรีฯมีโครงการบริการความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้ความรู้และช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอีผู้นำเข้าและส่งออก ที่มีรายได้ไม่เกิน 400 ล้านบาทต่อปี ที่เป็นสมาชิกของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยสนับสนุนให้เอสเอ็มอี มีความสามารถในการแข่งขันในสภาวะที่ตลาดและค่าเงินมีความผันผวน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here