กสิกรไทยเปิดสำนักงานใหญ่เซินเจิ้น เดินหน้า“กลยุทธธนาคารดิจิทัลAEC+3”

0
58

นายบัณฑูรล่ำซำประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่าได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการกำกับดูแลภาคธนาคารของจีน (CBRC) ให้กสิกรไทยจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นจดทะเบียน (LII) เต็มรูปแบบในชื่อ“ไคไท่หยินหาง (จงกั๋ว)”หรือบริษัท ธนาคารกสิกรไทย (ประเทศจีน) จำกัดโดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ ณ เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้งพร้อมเครือข่ายบริการสาขาเซินเจิ้น (และสาขาย่อยหลงกั่ง) สาขาเฉิงตูสาขาเซี่ยงไฮ้สาขาฮ่องกงสำนักงานผู้แทน ณ นครปักกิ่งและสำนักงานผู้แทน ณ เมืองคุนหมิงซึ่งการเป็นธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่นทำให้ธนาคารให้บริการลูกค้าบรรษัทได้ครบวงจรและบริการลูกค้าบุคคลได้ในอนาคตอันใกล้ รวมไปถึงการขยายสาขายกระดับสำนักงานตัวแทนเป็นสาขาได้เร็วขึ้น

ที่สำคัญเซินเจิ้นยังเป็นที่ตั้งของฟินเทคสตาร์ทอัพรวมถึงยูนิคอร์นต่างๆที่เอื้อต่อการพัฒนาด้านนวัตกรรมโดยกสิกรไทยวางแผนจะร่วมมือกับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่พัฒนา Digital Banking Platform เชื่อมโยงบริการในประเทศจีน ไทย และประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการชำระเงินในภูมิภาค AEC+3(จีนญี่ปุ่น และเกาหลีใต้)ที่ให้บริการทั้งด้านการเงินการให้คำปรึกษาการลงทุนและการจับคู่ธุรกิจโดยตั้งเป้าปริมาณธุรกิจสาขาต่างประเทศของธนาคารมียอดสินเชื่อในปี 2561 ที่ 29,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30%และยอดปริมาณธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศที่ 150,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 40% จากปี 2560

“ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจของธนาคารเพราะจีนมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อสูง มีแผนการพัฒนาเศรษฐกิจที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าบรรษัทและลูกค้าบุคคลของธนาคารมากมาย เช่น นโยบาย “One Belt, One Road” แผนพัฒนาประเทศฉบับที่ 13  ที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับคนจีนทีช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้นักธุรกิจจีนลงทุนในตลาด AEC มากขึ้นซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์เชิงโครงสร้างและนโยบายภาครัฐของไทย โดยเฉพาะนโยบาย EEC (Eastern Economic Corridor) ที่มุ่งผลักดันพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมภาคการผลิตในบริเวณอีสเทิร์นซีบอร์ดที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงไปในตลาด AEC”

ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีเครือข่ายบริการในต่างประเทศครอบคลุม 17 แห่งเป็นธนาคารท้องถิ่น 2 แห่งคือเซินเจิ้นประเทศจีนและสปป.ลาว ที่นครเวียงจันทน์สาขาต่างประเทศ 7 แห่งได้แก่เซี่ยงไฮ้เฉิงตูฮ่องกงสาขาย่อยหลงกั่งพนมเปญบ้านโพนสีนวนและหมู่เกาะเคย์แมนสำนักงานผู้แทน 8 แห่งได้แก่ปักกิ่งคุนหมิงย่างกุ้งฮานอยโฮจิมินห์จาการ์ตาโตเกียว และลอสแอนเจลิส

ทางด้านนายเจิ้งเจี้ยนหลงอธิบดีกรมพาณิชย์แห่งมณฑลกวางตุ้งกล่าวว่า นักลงทุนจากกวางตุ้งนอกจากจะเป็นนักลงทุนจีนในไทยที่ใหญ่ที่สุดด้วยมูลค่ากว่า 390 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯแล้วยังมีความเชื่อมโยงด้านวัฒนธรรมจากชาวจีนเชื้อสายแต้จิ๋วในกวางตุ้งคิดเป็น 79% ของชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทยอีกด้วย ดังนั้นไทยและกวางตุ้งจึงเป็นเสมือนเมืองพี่เมืองน้องซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีนไปอีกหนึ่งขั้นในมิติของการค้าการลงทุนผ่านแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์พร้อมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างกัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here