กองทุนประกันชีวิต แนะผู้เอาประกัน ตรวจสอบสิทธิ์

0
353

นายจรัญสอนสวัสดิ์ผู้จัดการกองทุนประกันชีวิตเปิดเผยถึงบทบาทและหน้าที่ของกองทุนประกันชีวิต ว่า เนื่องจากปัจจุบันประชาชนที่ทำประกันชีวิตแต่ไม่รู้ถึงสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ยังมีอยู่อีกเป็นจำนวนมากโดยจะเห็นได้จากเงินคืน ตามกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความที่ผู้เอาประกันไม่ได้ไปขอรับเงินคืนจากบริษัทประกันชีวิตจนระยะเวลาล่วงพ้น10 ปีจนบริษัทประกันชีวิตต้องนำส่งเหล่านี้ เข้ากองทุนประกันชีวิตตามกฎหมาย

ดังนั้นภารกิจในการตามหาผู้เอาประกันตามเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความจึงตกเป็นของกองทุนประกันชีวิตซึ่งปัจจุบันได้ก่อตั้งขึ้นมาเข้าสู่ปีที่10 แล้วพบว่ามีเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความอยู่ที่กว่า886 ล้านบาทและผู้เอาประกันที่มีสิทธิได้รับเงินคืนมากถึง638,746 ราย

แต่กองทุนฯเพิ่งได้จ่ายเงินคืนให้ผู้มีสิทธิ์รับเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความไปเพียง11 กว่าล้านบาทจากผู้มารับสิทธิเพียง1,078 รายเท่านั้น(วันที่31 มี.. 2561)

ผู้จัดการกองทุนประกันชีวิตเปิดเผยถึงสาเหตุหลักที่เกิดเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความว่ามี4 ปัจจัยด้วยกันคือ1.ไม่สามารถติดต่อผู้ทำประกันได้เช่นย้ายที่อยู่แต่ไม่ได้แจ้งบริษัท2.ผู้ทำประกันเสียชีวิตและไม่ได้แจ้งให้ทายาททราบว่าได้ทำประกันชีวิตไว้3.ผู้ทำประกันชีวิตไม่ส่งเบี้ยประกันปีต่ออายุทำให้ขาดความคุ้มครองแต่ไม่ทราบว่ากรมธรรม์มีมูลค่าเงินสดและ4. เช็คขาดอายุ

ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างของผู้ที่มารับเงินกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความเมื่อเดือนที่แล้วซึ่งมี2 ท่านด้วยกันโดยท่านแรกพ่อทำประกันชีวิตไว้แต่ไม่ได้บอกลูกพอเสียชีวิตจึงไม่มีผู้รับประโยชน์ที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ไปรับสินไหมฯจากบริษัทประกันชีวิตนั้นจนบริษัทประกันชีวิตดังกล่าวต้องเก็บเงินสินไหมฯนั้นไว้ให้จนครบระยะเวลา10 ปีถึงได้นำส่งมอบแก่กองทุนประกันชีวิตเพื่อตามหาเจ้าของที่แท้จริงต่อไป

ส่วนอีกท่านหนึ่งนั้นทำประกันชีวิตไว้แล้วไม่ได้ส่งเบี้ยประกันปีต่ออายุทำให้กรมธรรม์ขาดความคุ้มครองแถมยังไม่ทราบอีกว่าว่ากรมธรรม์ที่ทำไว้นั้นมีมูลค่าเงินสดอยู่จึงไม่ได้ไปรับเงินส่วนนั้น  บริษัทประกันชีวิตนั้นก็ต้องเก็บเงินก้อนนั้นไว้ให้ลูกค้าจนครบระยะเวลา10 ปีถึงได้นำส่งมอบแก่กองทุนประกันชีวิตเพื่อตามหาเจ้าของที่แท้จริงต่อไปเช่นกันนายจรัญกล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่