คปภ.ยกพลลงชุมชนลำไย จ.เชียงใหม่ ถอดบทเรียนหลังเริ่มใช้ กธ.ประกันภัยลำไยฉบับแรกของโลก

0
91

         ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้บริหาร สำนักงาน คปภ. เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านประกันภัยของ สำนักงาน คปภ. ผู้แทนจากกองทุนประกันชีวิต กองทุนประกันวินาศภัย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิต สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทประกันภัย ลงพื้นที่ในรูปแบบ Mobile Insurance Unit ซึ่งเป็นครั้งแรกของการลงพื้นที่ตามโครงการ คปภ. เพื่อชุมชนปี 3 เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัยให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชนลำไยมัดปุ๊ก บ.ร้องขุด อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

          พื้นที่ดังกล่าวเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของชาวชุมชน จากข้อมูล จ.เชียงใหม่มีพื้นที่เพาะปลูกลำไยแปลงใหญ่ ทั้งสิ้น 315,177 ไร่ และคาดการณ์ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 261,225 ตัน โดยในพื้นที่ อ.สันป่าตอง ในปี 62 มีพื้นที่ปลูกลำไย 27,280 ไร่ ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของจังหวัดฯ คาดการณ์ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 21,008 ตัน และมีผลผลิตลำไยเป็นอันดับ 5 ของจังหวัด รองจาก อ.จอมทอง ดอยเต่า พร้าว และสารภี มีเกษตรกรสวนลำไยที่ทำประกันภัยลำไย จำนวน 115 ราย เป็นชาวชุมชนบ้านร้องขุด กลุ่มเกษตรกรชาวสวนลำไยมัดปุ๊ก และเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกลำไยแปลงใหญ่ มีการบริหารจัดการแบบกลุ่มเพื่อพัฒนาผลผลิตและการตลาด อีกทั้งยังเป็นผู้รวบรวมรับซื้อลำไยในพื้นที่ มีการรับซื้อเฉลี่ยวันละ 30 – 50 ตัน เพื่อจำหน่ายในประเทศ เช่น ตลาดไอยรา และตลาดไทย พร้อมทั้งส่งออกไปประเทศมาเลเซีย และจีน ปัจจุบันมีสมาชิก 110 คน ครอบคลุมพื้นที่ 500 ไร่ มีสวนลำไย ที่ได้มาตรฐาน GAP จำนวน 70 แปลง และกำลังพัฒนาให้เป็นเกษตรอินทรีย์

 

          ซึ่ง คปภ.ได้ลงพื้นที่เพื่อพูดคุย รับฟังสภาพปัญหาและเยี่ยมชม สวนลำไย และจัดเวทีเสวนาให้ความรู้ด้านประกันภัยแก่ชุมชน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิของ คปภ. ได้แก่ นายชัยยุทธ มังศรี ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ นางคนึงนิจ สุจิตจร ที่ปรึกษา สำนักงาน คปภ. นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกฎหมายและคดี นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย และผู้แทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยมีนายสุรินทร์ ตนะศุภผล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค เป็นผู้ดำเนินรายการเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการทำประกันภัยลำไย

          สำหรับรูปแบบการให้ความรู้ด้านประกันภัยในครั้งนี้ ได้นำร่องให้ความรู้จากการถอดบทเรียนกรณีศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เพื่อให้ชุมชนเข้าใจถึงบทบาทของระบบประกันภัยที่เข้ามาช่วยในการบริหารความเสี่ยง พร้อมเปิดเวทีไขข้อข้องใจและแนะนำในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการทำประกันภัยลำไยเพื่อให้เป็นชุมชนต้นแบบขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศ ในลักษณะการขับเคลื่อนรณรงค์จากฐานรากไปสู่ส่วนบน ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายคมสัน สุวรรณอัมพร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย โดยมี นายทองอินทร์ วงค์คำปัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ.ร้องขุด ได้พาเยี่ยมชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของชาวชุมชน รวมทั้งมีการจัดทำเทปบันทึกกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับชมผ่านรายการโทรทัศน์ทีวีดิจิทัลช่องอัมรินทร์ทีวี (ช่อง 34) อีกด้วย

        ด้านนายประจวบ ทาก๊า หรือพ่อหลวงประจวบ ชุมชนลำไยมัดปุ๊ก เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ให้ความรู้ด้านประกันภัยลำไยทำให้ชาวบ้านในชุมชนฯ เข้าใจระบบประกันภัยลำไยมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็เกิดการตื่นตัวที่จะทำประกันภัยลำไยกันมากขึ้นด้วย เห็นได้จากชาวบ้านให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก และมีคำถามเกี่ยวกับการทำประกันภัยลำไยในหลายประเด็น เช่น กรณีลำไยผลแตก เนื่องจากอากาศร้อนจะมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือไม่ กรณีที่มีการปลูกลำไยนอกฤดูกาลจะสามารถทำประกันภัยได้หรือไม่ กรณีเกษตรกรที่ไม่ใช่ลูกค้า ธ.ก.ส.จะทำประกันภัยได้หรือไม่ กรณีที่จะทำประกันภัยลำไยมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ฯลฯ ซึ่งวิทยากรได้ไขข้อข้องใจจนกระจ่างและทำให้ชาวบ้านมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประกันภัยลำไยเป็นอย่างมาก

          ส่วนนางชุติกาญจน์ กันทะธง เกษตรกรผู้ปลูกลำไย จำนวน 6 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 10 บ.ร้องขุด บอกว่า การนำองค์ความรู้ด้านประกันภัยสู่ประตูบ้านชุมชนเช่นนี้ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านในชุมชนเป็นอย่างมาก ทำให้เข้าใจถึงระบบการทำประกันภัยลำไยดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันชาวบ้านผู้ปลูกลำไยก็สามารถสะท้อนสภาพปัญหาและความต้องการที่จะให้บริษัทประกันภัยรับประกันภัยลำไยได้ตรงตามความต้องการ เช่น กรณีลำไยผลแตก ก่อนที่จะถึงระยะเวลาเก็บเกี่ยวบริษัทจะให้ความคุ้มครองหรือไม่ รวมทั้งควรเพิ่มความคุ้มครองอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ เช่นเดียวกับการประกันภัยข้าวนาปีได้หรือไม่ นอกจากนี้ควรขยายการประกันภัยไปยังพืชชนิดอื่นๆ เช่น หัวหอม และกระเทียม

          เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่มีเกษตรกรผู้ปลูกลำไยได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง จำนวน 14 อำเภอ และขณะนี้โครงการประกันภัยลำไยสามารถบรรเทาความเสียหายของเกษตรกรจากภัยแล้งได้ 584 ราย จำนวน 584 กรมธรรม์ จำนวนเงินชดเชย 914,700 บาท และล่าสุด บมจ.ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) และ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้มอบเงินชดเชยแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งตามโครงการประกันภัยพืชผลลำไยจากภัยแล้งโดยใช้ดัชนีน้ำฝน (ตรวจวัดด้วยดาวเทียม) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่รอบ 2 (สะสม 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2562) โดยสามารถบรรเทาความเสียหายของเกษตรกรจากภัยแล้งได้ถึง 873 ราย จำนวนเงินชดเชย 2,497,800 บาท ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ได้มีการจ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรผู้ปลูกลำไย รวมทั้ง 2 รอบ เป็นเงิน 3.41 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับเงินชดเชยสามารถนำเงินไปใช้ได้ทันสำหรับฟื้นฟูการเพาะปลูกลำไยต่อไป

           “โครงการประกันภัยลำไยถือเป็นการที่มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยลำไยครั้งแรกของโลกและมีการใช้ดาวเทียมมาช่วยตรวจวัดความเสียหายเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งนานาชาติให้ความสนใจมาก โดยในปีนี้กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 100,000 ไร่ แต่เนื่องจากเพิ่งเปิดตัวโครงการมีระยะเวลาประชาสัมพันธ์น้อยและเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจ จึงทำให้มีเกษตกร เข้าร่วมโครงการเพียง 1,053 ราย ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกน้อยกว่าเป้าหมาย โดยบริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการมีรายรับจากเบี้ยประกันภัยเพียง 540,429.79 บาท แต่มีการชดเชยค่าเสียหายให้กับเกษตรกรผู้ทำประกันถึง 3.41 ล้านบาท มากกว่าเบี้ยประกันภัยที่ได้รับมาก จึงเป็นการบริหารความเสี่ยงที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ในโครงการนำร่องกำหนดภัยธรรมชาติที่คุ้มครอง คือ “ภัยแล้ง” แต่จากการรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรผู้เพาะปลูกสะท้อนความต้องการที่อยากจะให้ครอบคลุมภัยธรรมชาติอื่นๆ ด้วย ซึ่งจะได้นำไปทบทวนปรับปรุงเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยลำไยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อเกษตกรผู้เพาะปลูกอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ทางบริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการยังยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป ซี่งหากท่านมีข้อสงสัยหรือมีข้อเสนอแนะเรื่องประกันภัยลำไย สามารถสอบถามหรือให้ข้อแนะนำได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186” เลขาธิการ คปภ. กล่าวเสริมในตอนท้าย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่