คปภ.เผยผลประเมิน FSAP สาขาประกันผ่านฉลุย พร้อมนำข้อมูลต่อยอดสู่แผนพัฒนาฯ ฉบับ 4

0
30

        คปภ. – ธปท. – ก.ล.ต. เผยผลการประเมินภาคการเงิน Financial Sector Assessment Program (FSAP) สาขาประกันภัยไทยผ่านฉลุย เป็นลำดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลำดับที่ 4 ของโลก เตรียมนำข้อเสนอไปพิจารณาต่อยอดการจัดทำแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 (2564 – 2568) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและเสริมเขี้ยวเล็บของธุรกิจประกันภัยของไทยให้เทียบชั้นมาตรฐานสากล

          ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เปิดเผยถึงผลการประเมินภาคการเงินตามโครงการ Financial Sector Assessment Program (FSAP) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า ไทยเคยเข้ารับการประเมินภาคการเงิน (FSAP) แบบ Voluntary Basis (สมัครใจ) ครั้งแรกเมื่อปี 2550 (2007) ซึ่งในการประเมินครั้งนั้น สาขาประกันภัยไม่ได้เข้าประเมินแบบเต็มรูปแบบ แต่เป็นการประเมินเฉพาะประเด็น(Focus Review) ซึ่งได้รับข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์มาก เป็นผลให้มีการจัดตั้ง สำนักงาน คปภ. เป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ ตลอดจนมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายแม่บทด้านการประกันภัย การนำระบบการกำกับดูแลตามความเสี่ยงมาใช้ในภาคธุรกิจประกันภัย ตลอดจนมีการจัดตั้งกองทุนประกันชีวิต กองทุนประกันวินาศภัย

          การเข้ารับการประเมินครั้งนี้ของสาขาประกันภัยถือเป็นการเข้ารับการประเมินอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกอย่างละเอียดครบทุกมิติในการกำกับดูแลด้านประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นการประเมินจากหลักเกณฑ์ประกันภัยระหว่างประเทศ (ICP) ฉบับปรับปรุงล่าสุดของสมาคมหน่วยงานกำกับดูแลด้านประกันภัยระหว่างประเทศ (IAIS) ทั้ง 26 ข้อ ซึ่งถือเป็นกติกาสากลด้านประกันภัยที่ทุกประเทศถือปฏิบัติตลอดจนการประเมินจากการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย ฯลฯ ซึ่งมีคณะผู้ประเมินภาคการเงิน (FSAP) สาขาประกันภัยจาก World  Bank ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก IMF เข้ามาประเมินในช่วงต้นปีนี้ ซึ่ง คปภ.เตรียมความพร้อมไว้แล้วตั้งแต่ปี 2559 และมีการทดสอบประเมินตนเอง (self-assess) ในด้านการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยเป็นระยะๆ ทำให้ทราบจุดอ่อนจุดแข็ง และมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ รวมทั้งพัฒนาการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในหลายๆด้านอย่างต่อเนื่องทำให้กติกาต่างๆสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

         นอกจากนี้ คณะผู้ประเมินได้มีการประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในระบบประกันภัย อาทิเช่น หน่วยงานภาครัฐ บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย บริษัทนายหน้าประกันภัย และสมาคมประกันภัยทุกสมาคมตลอดจนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

         “เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการว่าผลการประเมินเต็มรูปแบบของสาขาประกันภัยของประเทศไทยในครั้งนี้เราผ่านการประเมินตามเกณฑ์ ICP ทั้ง 26 ข้อ โดยได้คะแนนในระดับที่ดีมาก เมื่อเปรียบเทียบกับผลการประเมินของประเทศอื่นๆ ที่รับการประเมินแล้วประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 4 ของโลกและเป็นลำดับที่ 2 ของภูมิภาคอาเซียน ในจำนวนนี้ผ่านการประเมินในระดับ Observed(O) ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จำนวน 10 ข้อ ผ่านการประเมินระดับ Largely Observed(LO) จำนวน 12 ข้อ และผ่านการประเมินระดับ Partly Observed(PO) จำนวน 4 ข้อ โดยไม่มีข้อใดที่ประเมินไม่ผ่าน ซึ่งในส่วนที่ผลการประเมินอยู่ในระดับ Partly Observed (PO) จำนวน 4 ข้อ ก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะหลายข้อเป็นเรื่องที่สำนักงาน คปภ. เสนอขอแก้ไขปรับปรุงกฎหมายไปแล้วและขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ขณะที่บางข้อเป็นเรื่องความร่วมมือในการกำกับดูแลระหว่างประเทศ ซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือ MOU กับหลายประเทศ และอยู่ระหว่างการขยายผลให้เป็นรูปธรรมต่อไป”เลขาธิการ คปภ. กล่าวและว่า

จากรายงานการประเมินที่เป็นทางการชี้ว่าทิศทางการกำกับดูแลด้านประกันภัยของไทยเป็นไปอย่างถูกทาง มีพัฒนาการที่ดีสอดคล้องกับมาตรฐานสากล บุคลากรของสำนักงาน คปภ. มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยที่ดี และมีประสิทธิภาพ และการกำกับดูแลของสำนักงาน คปภ. ในหลายๆด้าน มีการพัฒนาและส่งผลให้มีการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ เช่น กรอบการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง การกำกับคนกลางประกันภัยและพฤติกรรมทางการตลาด การดำรงเงินกองทุน การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ หนี้สิน สำรองประกันภัย และการกำกับดูแลเสถียรภาพระดับมหภาคในธุรกิจประกันภัย

          “การได้รับเกณฑ์การประเมินที่ดีมาจากการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล ธนาคารแห่งประเทศไทย ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมประกันภัย และคาดว่าจะประโยชน์ต่อประเทศ สร้างความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อระบบการเงินของไทย คนไทยและนักลงทุนจากต่างประเทศ สามารถนำมาปรับปรุงเพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของประเทศไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่ง คปภ. ข้อมูลไปประกอบการกำหนดแนวทางในพัฒนาการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ทั้งในเรื่องการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติต่างๆ ในแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 (2564 – 2568)” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here