คปภ.จัดงานThailand Insurance Symposium 2019 ด้วยแนวคิด“ใช้เทคโนฯในเชิงรุก เพื่อความยั่งยืน”

0
379

          สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดย สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง เปิดเวทีระดมความรู้ในงานประชุมสัมมนาวิชาการด้านการประกันภัย ครั้งที่ 6 ประจำปี พ.ศ. 2562 (Thailand Insurance Symposium 2019) ภายใต้แนวคิด “Proactive InsurTech for National Sustainability” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการประกันภัย ให้กับบุคลากรประกันภัย หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัย และเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านการประกันภัยมาเชื่อมโอกาสธุรกิจประกันภัยในยุคดิจิทัล โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 400 คน เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ณ ห้องบอลรูม 2-3 โรงแรม คอนราด

          สำหรับการจัดงาน Thailand Insurance Symposium 2019 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. บอกว่า เป็นเวทีเปิดกว้างสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างการมีส่วนร่วม ของธุรกิจประกันภัยและธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จะนำมาใช้ธุรกิจในยุคดิจิตอล ซึ่งประชาชนได้รับประโยชน์ไปพร้อมการเติบโตในตลาดการเงินของประเทศด้วย  ในปี 2562 คปภ. ได้กำหนดให้เป็น “ปีแห่งการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมประกันภัยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง” มุ่งเน้นสนับสนุนงานวิชาการ งานวิจัยและการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ สร้างความรู้ความเข้าใจและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อธุรกิจประกันภัยใน 4 มิติหลัก ประกอบด้วย

           มิติแรก คือการเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมประกันภัย ด้วยการนำระบบสารสนเทศเข้ามาใช้ลดต้นทุนการประกอบธุรกิจประกันภัย ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัย 2) ด้านการขาย 3) ด้านการพิจารณารับประกันภัย 4) ด้านการจัดการค่าสินไหม มิติที่สอง คือการเสริมสร้างความรู้และการเข้าถึงการประกันภัยผ่านการพัฒนาช่องทางการสื่อสารต่างๆ ของสำนักงาน คปภ.ให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากขึ้น มิติที่สาม คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขัน ผ่านการส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงตลาดประกันภัยในภูมิภาคอาเซียนผ่านการจัดทำหลักสูตรและความร่วมมือระหว่างประเทศ และ มิติที่สี่ คือการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการประกันภัย ด้วยการพัฒนาและยกระดับบุคลากรประกันภัยผ่านสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านประกันภัยระดับสูงของประเทศ ด้วยการส่งเสริมด้านการวิจัย เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันภัยให้ดียิ่งขึ้น

          สำหรับการจัดงาน Thailand Insurance Symposium ภายใต้ หัวข้อ “Proactive InsurTech for National Sustainability” ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์โดยวิทยากรผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งในด้านประกันภัยและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Technology Innovation for Agriculture Insurance” โดย Mr. Ajeet Phatak, Head of Agriculture, Munich Re India Branch การบรรยายพิเศษเรื่อง “How InsurTech companies around the world are re-inventing the industry?” โดย Mr. Jinesh Patel, Partner at Dymon Asia Ventures, Singapore และปิดท้ายด้วยการบรรยายพิเศษเรื่อง Insurance innovation cannot happen without successful distribution network โดย Mr. Yuen Tuck Siew, Founder and CEO of Jirnexu, Malaysia อีกทั้งยังมีพิธีมอบรางวัลผลงานวิชาการให้กับนักศึกษาหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง วปส. รุ่น 8 จำนวน 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลผลงานดีเด่น เรื่อง “การพัฒนา Mobile Application เพื่อส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพ ให้ความรู้และสร้างความตระหนักในการทำประกันภัยกับประชาชนอย่างยั้งยืน” และผลงานดี เรื่อง “ระบบข้อมูลสิทธิการรักษาพยาบาลจากกรมธรรม์ประกันสุขภาพ (Private Health Insurance Benefits Bureau)”

         “ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยกำลังต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงรูปแบบใหม่ๆ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง สภาวะโลกร้อน การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ระบบเศรษฐกิจและการเงินของโลกที่ผันผวน รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด  ด้านเทคโนโลยีการประกันภัย หรือที่เรียกว่า InsurTech เป็นอนาคตของธุรกิจประกันภัยที่ทำให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการดำเนินการ ซึ่งงานประชุมสัมมนาวิชาการด้านประกันภัยในปีนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาสร้างประโยชน์อย่างสร้างสรรค์และขับเคลื่อนระบบการประกันภัยในเชิงรุก และเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความเห็นเกี่ยวกับงานวิชาการ และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่มาปรับใช้ในเชิงปฏิบัติ เพื่อเป็นการต่อยอดและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการประกันภัยอย่างยั่งยืน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่