ทาลิส ย้ำเป็น “Boutique Asset Management” ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้

0
20
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. ทาลิส จำกัด

         นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด เปิดเผยว่าตั้งแต่ปลายไตรมาสแรกของปี 2561 ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งเป็นชนวนสำคัญของความผันผวนในตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ส่งผลให้ ผลตอบแทนในปี 2561 ติดลบเกือบทุกสินทรัพย์ เช่นเดียวกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย (SET Index) ที่ผลตอบแทนในปี 2561 ติดลบสวนทางกับตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจ โดย ณ สิ้นปี 2561 ดัชนีปิดที่ 1,564 จุด ลดลง 10.82% ในขณะที่ GDP ของประเทศไทย ขยายตัวที่ระดับ 4%  ทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมกองทุนรวม ได้รับผลกระทบ โดยภาพรวม NAV ณ สิ้นปี 2561 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ ณ สิ้นปี 2560 จากการที่นักลงทุนชะลอการตัดสินใจลงทุน เพื่อเลี่ยงความผันผวนของตลาดหุ้น และผลตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามคาดหวัง

          สำหรับ บลจ.ทาลิส  ได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในสภาวะตลาดที่ความผันผวนสูง  โดยศึกษาการลงทุนใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ของลูกค้าทั้งด้านความเสี่ยงและผลตอบแทน  แม้ผลการดำเนินงาน ย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย  แต่ด้วยความเป็นองค์กรขนาดเล็กจึงมีความคล่องตัว  ลูกค้าเข้าถึงผู้บริหารและทีมงานได้มากกว่าองค์กรใหญ่ๆ ทำให้กองทุนสร้างผลตอบแทนได้ดีขึ้น  โดยยังคงเน้นกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) และกองทุนรวม

          สำหรับปี 2562  ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเป็น “Boutique Asset Management” ที่เชี่ยวชาญการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ในประเทศ โดยตั้งเป้าลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวมมากขึ้น มี AUM รวม ณ สิ้นปี 2562 แตะ 10,000 ล้านบาท  จากปี 2561 ที่ 5,664 ล้านบาท โดยมีแผนออกกองทุนตราสารหนี้เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยช่องทางการขายผ่าน Selling agent นักวางแผนการลงทุนอิสระ (Independent Investment Planner : IIP) และช่องทางการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ Internet Trading: TalisAM Online Channel และ Mobile Application: Streaming For Fund

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ. ทาลิส จำกัด

            นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส จำกัด เปิดเผยว่า จากข้อมูล 15 ปีย้อนหลัง  พบว่าตลาดหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 เหนือกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของโลก ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยที่ระดับ 8.8% และหากดูข้อมูลผลตอบแทนจากการลงทุนย้อนหลังตลอด 18 ปีที่ผ่านมา (Total return) ตลาดหุ้นไทยก็ยังเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงในอันดับต้นๆ

           ดังนั้นภาพระยะยาวเชื่อว่าตลาดหุ้นไทย  ยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนเป็นหลัก โดยมองว่าในอีก 10 ปี บริษัทจดทะเบียนของไทยจะสามารถทำกำไรเป็นสถิติใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจที่เริ่มเข้าสู่โหมดการฟื้นตัวต่อเนื่อง

           อย่างไรก็ตาม SET Index ในปี 2562 มีโอกาสเผชิญความผันผวนสูง จากความเสี่ยงหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน ประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ราคาน้ำมัน การขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมไปถึงผลการเลือกตั้ง ที่ต้องได้รัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก หรือมากกว่า 350 เสียง จะทำให้สามรถเบิกจ่ายงบประมาณต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ซึ่งจะเป็นบวกต่อตลาดทุน

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here