ฟิลลิปไลฟ์ดันเบี้ยฯ 1,100 ล้านบาท

0
37

ฟิลลิปไลฟ์ดันเบี้ยฯ 1,100 ล้านบาท

พัฒนาเทคโนฯ… สู่ประกันชีวิตยุคดิจิตอล 4.0”

นายชวลิต ทองรมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขาย บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปี 2560 เป็นปีที่บริษัทฯ ได้กำหนดให้เป็น “ปีแห่งการเติบโตอย่างมีคุณภาพ” ซึ่งจากผลการดำเนินงานตลอด 6 เดือนแรกของปี 2560 นี้ บริษัทฯ ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายทุกประการ โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 180 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 78.4 ในขณะที่ทั้งธุรกิจฯ มีอัตราการเติบโตของเบี้ยฯ ปีแรกเพียงร้อยละ 2.8 สำหรับเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปนั้น บริษัทฯ ได้รับจำนวน 325 ล้านบาท คิดเป็นอัตราความคงอยู่ของเบี้ยฯ ประเภทสามัญร้อยละ 89.0 เทียบกับทั้งธุรกิจฯ ที่มีอัตราร้อยละ 85.6 ส่งผลให้ตลอด 6 เดือนแรกของปี 2560 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 505 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 23.8 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของทั้งธุรกิจฯ ซึ่งเติบโตร้อยละ 6.8

ด้านสถานะของบริษัทฯ นั้น บริษัทฯ มีความมั่นคงในระดับสูงณ 30 มิ.ย. 2560 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 9,455 ล้านบาท เป็นสินทรัพย์ลงทุนจำนวน 8,958 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในหุ้นกู้และพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ตามลักษณะการดำเนินธุรกิจที่ต้องสอดรับกับเงินสำรองประกันภัยซึ่งเป็นหนี้สินระยะยาวในขณะเดียวกันบริษัทฯ มีเงินสำรองประกันภัยที่สามารถรองรับภาระผูกพันของผู้เอาประกันภัยในระยะยาวจำนวน 7,068 ล้านบาท โดยอัตราส่วนของสินทรัพย์ลงทุนต่อเงินสำรองประกันภัยอยู่ในอัตราร้อยละ 126ทั้งนี้ บริษัทฯ มีอัตราความพอเพียงของเงินกองทุน (%CAR) ที่ร้อยละ 182 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่สำนักงานคปภ. กำหนด

สำหรับเป้าหมายผลผลิตตลอดปี 2560 นี้ บริษัทฯ กำหนดเบี้ยประกันภัยปีแรกจำนวน 380 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 40 เบี้ยประกันภัยปีต่อไปจำนวน 750 ล้านบาท คิดเป็นอัตราความคงอยู่ของเบี้ยฯ สามัญร้อยละ89 และเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 1,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 ซึ่งเป็นปีแรกนับจากการเข้าร่วมทุนโดยกลุ่มฟิลลิปแคปปิตอล ที่บริษัทฯ สามารถทำเบี้ยฯ รับรวมในระดับสูงกว่าหนึ่งพันล้านบาท

ความสำเร็จของบริษัทฯ ดังกล่าวนี้ เกิดจากนโยบายการดำเนินธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ด้วยกลยุทธ์ “4S4P” โดยให้ลูกค้าได้รับ 4S คือ Simple (ความเรียบง่ายไม่ซับซ้อน) Speedy (ความรวดเร็ว) Solution (การมีทางออกเสมอในการแก้ไขข้อขัดข้อง)และ Security (ความมั่นคงปลอดภัย) ด้วยการรองรับสนับสนุนโดย 4P คือ PRODUCT(ผลิตภัณฑ์) PLATFORM(ระบบปฏิบัติการ) PROCESS(กระบวนการปฏิบัติงาน) และ PEOPLE(บุคลากรทั้งพนักงานประจำและพลังตัวแทน) ที่มีประสิทธิภาพ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในยุคดิจิตอล 4.0 ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการ (PLATFORM) “iFame (Insurance and Financial Access Made Easy)” สำหรับลูกค้าและพลังตัวแทนที่พร้อมใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลาจากทุกอุปกรณ์ทั้งบนคอมพิวเตอร์ตลอดจนบนโทรศัพท์มือถือ และTabletซึ่งลูกค้าจะสามารถใช้โทรศัพท์มือถือ ตรวจสอบความคุ้มครอง มูลค่าและผลประโยชน์ต่างๆ ตามกรมธรรม์ ตรวจสอบประวัติการชำระเบี้ยฯ  ประวัติสินไหม ค้นหาโรงพยาบาลฯลฯ รวมถึงการชำระเบี้ยฯ ผ่าน QR Code ในมือถือได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นอกจากนั้นหากลูกค้าต้องการซื้อประกันออนไลน์ ก็สามารถซื้อผ่านมือถือและอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งติดต่อตัวแทนด้วยคลิกเดียวได้อย่างง่ายดาย

พร้อมไปกับการพัฒนาระบบปฏิบัติการดังกล่าว บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการ (PROCESS) รองรับสู่ยุคดิจิตอล 4.0 ด้วยการยกระดับสู่ Electronic Process ที่ไร้กระดาษ ตั้งแต่กระบวนการขาย (E-Sales) การจัดทำใบคำขอเอาประกันและคำขอต่าง ๆ (E-Application) การชำระเบี้ยฯ และการออกใบเสร็จ (E-Payment & E-Receipt) การออกกรมธรรม์และบัตรแสดงตน(E-Policy & E-Card) จนถึงการบริการกรมธรรม์ตามเอกสิทธิกรมธรรม์ต่าง ๆ (E-Service) และการเรียกร้องสินไหมทดแทน (E-Claim)

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ถือเป็นภารกิจ (Mission) สำคัญในการพัฒนาบุคลากร (PEOPLE) โดยเฉพาะการพัฒนาพลังตัวแทนสู่ยุคดิจิตอล 4.0 ด้วยการเน้นพัฒนาตัวแทนมืออาชีพ (Smart Career Agent) ที่สามารถให้บริการด้านความคุ้มครองและการออมได้อย่างมืออาชีพ รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับบมจ. หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) ในการร่วมกันให้การฝึกอบรมพัฒนายกระดับตัวแทนสู่ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) ที่สามารถให้คำปรึกษาและวางแผนการเงินการลงทุนให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผล

สำหรับด้านผลิตภัณฑ์ (PRODUCT) ในช่วงโค้งสุดท้ายไตรมาส 4 ปี 2560 นั้น บริษัทฯ ได้จัดเตรียมผลิตภัณฑ์รองรับโดยเฉพาะความต้องการลดหย่อนภาษี และสำหรับผู้วางแผนยามเกษียณ คือแบบประกันภัยสุขบำนาญ 90/60 แบบประกันภัยแฮบปี้ เวลธ์ตี้ 90/15 สำหรับช่องทางตัวแทน และแบบสมาร์ท เท็น 10/1 อันเป็นแบบชำระเบี้ยฯ ครั้งเดียว ที่ให้ผลตอบแทนสูงพร้อมไปกับการหักลดย่อนภาษี สำหรับช่องทางออนไลน์ ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถสร้างสรรค์ผลผลิตตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน

ตลอดระยะเวลา 4 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ และการบริหารงานที่มุ่งมั่นของกลุ่มฟิลลิปแคปปิตอล บริษัทฯ มีความมั่นคงในระดับสูง พร้อมไปกับพัฒนาการและการเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นลำดับ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในยุคดิจิตอล 4.0 กอปรกับความสำเร็จของเบี้ยฯ รับรวมที่สูงกว่า 1,000 ล้านบาทในปี 2560 บริษัทฯ พร้อมแล้วที่จะพัฒนาก้าวสู่ “มิติใหม่ ฟิลลิปประกันชีวิต”ในยุคดิจิตอล 4.0 ปัจจุบันและในอนาคตต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here