‘อุบัติเหตุ’ แชมป์สาเหตุการตายเบอร์ 1 ของไทย

0
46
‘อุบัติเหตุ’ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเบอร์หนึ่งครับ
คุณคิดว่า ประเทศเราควรลดการเกิดอุบัติเหตุและลดการตายจากอุบัติเหตุจากรถ ด้วยวิธีใด?
***ในความคิดเห็นของผม เรายังขาดมาตรการที่ชัดเจน เด็ดขาด และเข้มงวดเกี่ยวกับวินัยจราจรและการใช้รถใช้ถนนมากทีเดียว การแก้ปัญหาจริงๆยังไม่เกิดขึ้น เรายังทำกันแบบปลายเหตุแบบสังคมไทย อย่างเช่น การทุ่มเทงบประมาณและบุคลากรไปนั่งเฝ้าถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์และ 7 วันอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งถึงแม้จะหามรุ่งหามค่ำกันนั่งเฝ้าถนนทั่วประเทศ ก็ยังมีรถเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตในจำนวนที่สูงอยู่
…อย่างช่วงวันที่ 27 ธันวาคม 2562-2 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เสียชีวิต 373 คน บาดเจ็บ 3,499 คน จากยอดอุบัติเหตุ 3,421 ครั้ง นี่เป็นข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย(ปภ.)


…ขณะที่ข้อมูลของบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด มียอดเกิดอุบัติเหตุ 2,665 ครั้ง เสียชีวิต 550 คนและบาดเจ็บ 2,982 คน ทั้งนี้ ข้อมูลของบริษัทกลางฯเป็นรถที่ทำประกัน พ.ร.บ. เท่านั้น และที่เราเห็นว่า ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงกว่าข้อมูลของรัฐเพราะนับรวมกรณีได้รับอุบัติเหตุช่วง 7 วันอันตรายแต่มาเสียชีวิตภายหลังด้วย
***เอาเป็นว่า ทุกครั้งที่มีการจัดคนนั่งเฝ้าถนน รัฐบาลก็ลุ้นทุกครั้งว่า ยอดเสียชีวิตตะลดน้อยกว่าปีก่อนๆหรือไม่
***โดยความจริง อุบัติเหตุรายวันเกิดมากกว่าช่วง 7 วันอันตรายเสียอีก อย่างตั้งแต่ช่วงต้นปีมาจนถึงวันที่ 27 มกราคม 2563 เสียชีวิตไปแล้วกว่า 1,000 คน


…ดังนั้น จึงคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องแก้ให้ตรงจุด และเด็ดขาด
…มาตรการใช้คนนั่งเฝ้าไม่น่าจะเกิดประโยชน์มากนัก ขณะที่ใช้กฎหมายจราจรอย่างเดียวก็ไม่เข้มงวดเพียงพอด้วย
***สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือ การแก้ปัญหาจุดเสี่ยง ซึ่งเชื่อว่า ข้อมูลพวกนี้ทั้ง ปภ. และ ศูนย์ความปลอดภัยบนถนนมีข้อมูลอยู่ครบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ดังนั้นจึงควรปรับปรุงสภาพพื้นที่พร้อมกับเติมไฟสัญญาณเข้าไป
***ขณะที่เรื่องมาตรการประกันภัยก็น่าจะมีประโยชน์ค่อนข้างสูงในการแก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ
… อุบัติเหตุที่เกิดจากเมาแล้วขับ ยังเป็นสาเหตุลำดับต้น ตอนนี้กรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ อย่างประกันชั้น 1 ไม่คุ้มครองกรณีค่าแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์
…ในความคิดเห็น ไม่ควรคุ้มครองทั้งหมด ทั้งประกันพ.ร.บ.ด้วย เพื่อเข้มงวดคนขับรถให้มากขึ้น นั่นหมายถึงหากเกิดเหตุขึ้นมา ไม่ว่าคนในรถหรือนอกรถ คนขับหรือเจ้าของรถต้องรับผิดชอบทั้งหมด
***ขณะที่การไม่สวมหมวกกันน็อคยังเป็นสาเหตุหลักเช่นกัน ต้องหามาตรการอื่นมาเสริมด้วย เช่น กรณีไม่สวมหมวกกันน็อคแล้วเกิดอุบัติเหตุ ประกันพ.ร.บ.ไม่คุ้มครองด้วย
….กรณีนำเสนอแบบนี้อาจจะเข้มงวดไป แต่ถ้าเราไม่เด็ดขาด ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็แก้ไม่ได้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here