เอไอเอ ประเทศไทย เผยผลสำรวจ“Healthiest Workplace by AIA Vitality”

0
51

         เอไอเอ ประเทศไทย ประกาศผลสำรวจของโครงการ “Healthiest Workplace by AIA Vitality” ประจำปี 2561 โครงการสำรวจด้านสุขภาพบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำรวจพนักงานจำนวน 7,539 คน จาก 146 องค์กรในประเทศไทย ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า การใช้ชีวิตที่ทำลายสุขภาพและการมีความเครียดสูงส่งผลต่อการสูญเสียเวลาการทำงานของพนักงานสูงถึง 73 วันต่อคนต่อปี จากการขาดงานและการมาทำงานแต่ไม่มีประสิทธิภาพของพนักงาน เทียบกับ 49 วันในออสเตรเลีย และ 74 วันในประเทศอื่นในเอเชีย ส่งผลให้องค์กรในประเทศไทยสูญเสียค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยกว่า 6,169,237  บาทต่อองค์กรต่อปี

         การศึกษานี้เปิดเผยว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตนับเป็นปัญหาสำคัญสำหรับพนักงานในประเทศไทย ส่งผลให้ศักยภาพในการทำงานในสถานที่ทำงานลดลงและเพิ่มความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นปัญหาเรื้อรังได้ โดยพบว่า พนักงานในองค์กรร้อยละ 39 มีการออกกำลังน้อยกว่า 150 นาทีใน 1 สัปดาห์ และร้อยละ 45 นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง เทียบกับร้อยละ 10 และ 27 ในออสเตรเลียตามลำดับ นอกจากนี้ พนักงานในประเทศไทยร้อยละ 1.2 ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 14 ยูนิตต่อสัปดาห์ (1 ยูนิตเท่ากับเบียร์ 1 กระป๋องหรือ 1 ขวดขนาด 275-330 มล. ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 3.5% หรือน้อยกว่า หรือไวน์ 1 แก้วขนาด 100 มล. ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 12.5% หรือวิสกี้ ขนาด 25 มล. ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 40%) ในขณะที่เกือบร้อยละ 7 สูบบุหรี่ และมากกว่าร้อยละ 84 รับประทานอาหารที่ไม่สมดุลตามหลักโภชนาการ การสำรวจยังพบข้อมูลในส่วนของสุขภาพจิตว่า พนักงานในประเทศไทยจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งที่ถูกสัมภาษณ์ในการสำรวจนี้มีความเครียดจากการทำงานอย่างน้อย 1 เรื่อง และร้อยละ 5 มีความวิตกกังวลและมีความเครียดในระดับสูง โดยกว่าร้อยละ 27 มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินอย่างมาก

           นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเผยว่า ประเทศไทยมีรายงานตัวเลขของพนักงานในเรื่องสุขภาพเชิงคลินิก (Clinical Health) ต่ำกว่าออสเตรเลีย และประเทศอื่นในเอเชีย โดยพนักงานร้อยละ 7.3 ที่ถูกสัมภาษณ์เป็นโรคอ้วน (มีดัชนีมวลร่างกาย (BMI) เท่ากับหรือมากกว่า 30) ซึ่งนับว่าต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชียและออสเตรเลียที่มีจำนวนร้อยละ 17.4 และ ร้อยละ 17.6 ตามลำดับ ในขณะที่ 8 ใน 10 (ร้อยละ 83) ของพนักงานในประเทศไทยมีอาการเจ็บป่วยอย่างน้อย 1 อาการเกี่ยวกับปัญหาด้านระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เทียบกับร้อยละ 84 ในประเทศอื่นในเอเชีย โดยปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการปวดไหล่และคอ นอกจากนี้ พนักงานในประเทศไทย ร้อยละ 24 เป็นโรคเรื้อรังอย่างน้อย 1 โรค อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เทียบกับร้อยละ 30 และ 37 ในประเทศอื่นในเอเชียและออสเตรเลีย ตามลำดับ

           อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ได้ชี้ว่า องค์กรในประเทศไทยมีความตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพในสถานที่ทำงาน โดยองค์กรร้อยละ 93 มีโปรแกรมหรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในสถานที่ทำงานให้กับพนักงานอย่างน้อย 1 โปรแกรม ในขณะที่พนักงานร้อยละ 56 เข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพที่องค์กรจัดขึ้นในสถานที่ทำงานอย่างน้อย 1 โปรแกรม และเห็นด้วยว่ากิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในสถานที่ทำงานส่งผลที่ดีต่อสุขภาพของตน

            มร. ตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่องค์กรต่างๆ เห็นความสำคัญและเข้าร่วมในโครงการ Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยเล็งเห็นประโยชน์ของการพัฒนาสุขภาพของพนักงานของตน การสำรวจนี้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของพนักงานในองค์กรในเรื่องพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำลายสุขภาพกายรวมทั้งสุขภาพจิต ที่ส่งผลให้องค์กรต่างๆ ต้องสูญเสียผลผลิต ผลการสำรวจนี้ชี้ชัดว่า องค์กรควรเร่งออกมาตรการเชิงรุกเพื่อปรับปรุงและวางกลยุทธ์และแผนการส่งเสริมสุขภาพต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีและเอื้ออำนวยต่อการทำงานให้กับพนักงานของตน อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาขีดความสามารถในการสร้างผลผลิตที่เพิ่มขึ้นให้กับองค์กร”

           นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “สุขภาพของพนักงานคือปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์สถานที่ทำงานที่ดีต่อสุขภาพและช่วยกระตุ้นให้พนักงานทำงานด้วยความกระตือรือร้น  เอไอเอจึงได้จัดโครงการและกิจกรรมด้านสุขภาพต่างๆ อย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้าองค์กรของเรา  รวมถึงโครงการ AIA Vitality ที่มุ่งสร้างแรงจูงด้วยการให้ผลตอบแทน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานในองค์กรหันมาดูแลสุขภาพ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถในการทำงานของตน  ซึ่งสอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของเอไอเอ “Healthier, Longer, Better Lives” ที่มุ่งสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น”

             โครงการ Healthiest Workplace by AIA Vitality จัดทำโดยกลุ่มบริษัทเอไอเอ ตั้งแต่ปี 2560 โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท RAND Europe โดยสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต ตัวชี้วัดทางคลินิก สุขภาพจิต ความเครียด และความกังวลใจด้านอื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ในการประเมินถึงผลกระทบที่เกี่ยวข้องต่อสุขภาพและศักยภาพในการทำงาน สำหรับการสำรวจในปี 2561 เอไอเอได้ดำเนินการศึกษาครอบคลุมประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกง มาเลเซีย และไทย โดยมีองค์กรเข้าร่วมกว่า 340 องค์กร สำรวจพนักงานรวมทั้งสิ้น 24,187 คน โดยผลสำรวจของประเทศไทยได้รับการเปรียบเทียบกับฮ่องกงและมาเลเซีย (ซึ่งเรียกรวมเป็น “ประเทศอื่นในเอเชีย”) และออสเตรเลีย

           นอกจากนี้ องค์กรที่เข้าร่วมโครงการ Healthiest Workplace by AIA Vitality ยังมีสิทธิ์ที่จะได้รับรางวัลองค์กรสุขภาพเป็นเลิศ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ รางวัลสถานที่ทำงานที่ดีต่อสุขภาพที่สุด (Healthiest Workplace) รางวัลองค์กรที่ส่งเสริมสุขภาพในสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด (Healthiest Employer)  และรางวัลองค์กรที่พนักงานมีสุขภาพดีที่สุด (Healthiest Employee)  โดยแบ่งองค์กรเป็น 3 ขนาด ตามจำนวนพนักงาน คือ ขนาดเล็ก (พนักงาน 20–249 คน) ขนาดกลาง (พนักงาน 250–999 คน) และขนาดใหญ่ (พนักงาน 1,000 คนขึ้นไป)

         สำหรับองค์กรที่ได้รับรางวัล Thailand’s Healthiest Workplace by AIA Vitality ในปีนี้ ประกอบด้วย รางวัล Healthiest Workplace องค์กรขนาดเล็ก ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุข 16 ลุมพินี  องค์กรขนาดกลาง ได้แก่ บริษัท วี ฟิตเนส จำกัด และองค์กรขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา รางวัล Healthiest Employer  องค์กรขนาดเล็ก ได้แก่ บริษัท พีทีที โพลีเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด องค์กรขนาดกลาง ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ และ องค์กรขนาดใหญ่ ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) รางวัล Healthiest Employee องค์กรขนาดเล็ก ได้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุข 16 ลุมพินี องค์กรขนาดกลาง ได้แก่ บริษัท วี ฟิตเนส จำกัด และองค์กรขนาดใหญ่ ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here