32 ปี รพ.พญาไท 2 ต่อยอดธุรกิจพุ่งเป้าให้บริการดูแลรักษา-ป้องกันรับเทรนรักษ์สุขภาพ

0
155

           ครบรอบ 32 ปี รพ.พญาไท 2 ตอกย้ำ State-of the art Medical Campus ต่อยอดธุรกิจด้วยการ ชู 3 จุดเด่น “เข้มข้น ใส่ใจ เชื่อมโยง” เน้นให้บริการดูแลสุขภาพด้วยศูนย์แพทย์เฉพาะทาง และการตรวจประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคแบบเจาะลึก เพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ตอบรับเทรนด์ชีวิตรักษ์สุขภาพของสังคมปัจจุบัน แก่กลุ่มเป้าหมายพื้นที่ใกล้เคียง แนวถนนพหลโยธิน จังหวัดกลุ่มภาคกลาง ไปจนถึงภาคเหนือตอนต้น

           นายแพทย์ อนันตศักดิ์ อภัยรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 2 เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 32 ปี โรงพยาบาลพญาไท 2 เริ่มต้นการดำเนินงานในช่วง 10 ปี แรกด้วยการักษาทั่วไป 10 ปีที่ 2 เป็นการพัฒนาคุณภาพและสร้างมาตรฐานการรักษาที่สูงขึ้นจนได้รับการรับรองมาตรฐาน HA (Hospital Accreditation) และในช่วงที่ 10 ปีที่ 3 เป็นการก้าวเข้าสู่การสร้างมาตรฐานในระดับสากล International Standard ภายใต้มาตรฐาน JCI และโปรแกรมมาตรฐานรับรองเฉพาะโรค CCPC โดยได้รับการรับรองมาแล้ว คือ การดูแลเรื่องหลอดเลือดในสมอง การผ่าตัดเปลี่ยนท่อ และกำลังจะได้อีก 3 ตัว หลอดเลือดหัวใจ อัมพาต โรคทางเลือด และบาดเจ็บทางสมอง โดยจะได้รับเพิ่มเติมอีกเรื่อยๆ และเราจะทำให้เข้มข้นขึ้น

           ในปี 2016 พญาไท 2 ขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ (Center of Excellent) แล้วจึงต่อยอดเพื่อเป็นศูนย์การแพทย์ก้าวหน้าระดับโลก (State-of the art Medical Campus) ในปีที่ผ่านมา โดยได้รับการยอมรับ จากนี้ไปจะนำข้อดีต่างๆ มาเป็นแนวทางการให้บริการผู้ป่วยแบบ “เข้มข้น ใส่ใจ เชื่อมโยง” ล่าสุด โรงพยาบาลพญาไท 1 พญาไท 2 และ เปาโล พหลโยธิน ก็ได้ผนึกกำลังเป็นกลุ่ม PMC “พญาไท เปาโล เมดิคอล แคมปัส” นำจุดแข็งความเชี่ยวชาญของในแต่ละโรงพยาบาล ซึ่งพญาไท 1 เชี่ยวชาญเรื่องหลอดเลือด มะเร็ง ความดัน โรคผู้สูงอายุ พญาไท 2 เชี่ยวชาญเรื่อง โรคหัวใจ กระดูก สูตินารีเวช กุมาร และการตรวจสุขภาพพนักงาน และ เปาโล ที่เชี่ยวชาญเรื่อง ศัลยกรรม และอุบัติเหตุ มาให้บริการผู้ป่วย เพื่อให้ครอบคลุมทั้งหมด ทั้งในกลุ่มโรคซับซ้อน เวชศาสตร์การดูแลสุขภาพ เวชศาสตร์ฟื้นฟู ศัลยกรรม และเป็น Medical Campus ที่มีการวิจัยพัฒนาทางวิชาการทางการแพทย์ เพื่อหาแนวทางรักษาผู้ป่วยให้ดีที่สุด

          ด้านการขยายการให้บริการนั้นโรงพยาบาลเพิ่มการรับรองผู้ป่วยด้วยบริการห้องพักระดับ Premium Prestige Ward จำนวน 16 ห้อง และหอผู้ป่วยวิกฤตเพิ่มเป็น 8 ห้อง รวมถึงเน้นการขยายศูนย์เฉพาะทางเพิ่มขึ้น เช่นปีที่ผ่านมา เปิดคลินิกเวชศาสตร์การกีฬา (Sports Medicine) เพื่อรับเทรนด์ออกกำลังกายดูแลสุขภาพ และเปิดLine @ Chatกับหมอทีมชาติ เปิดศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ศาสตร์ชะลอความเสื่อมของร่างกายแบบองค์รวม และมีแผนที่จะเปิดศูนย์รักษาภูมิแพ้ เพื่อวินิจฉัย รักษาผู้ป่วยกลุ่มภูมิแพ้ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี

          นายแพทย์ อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการแพทย์ กล่าวเสริมว่า ​ในการดูแลให้สังคมเกิดสุขภาพดีครบ 32 นั้น เราต้องรักษา และป้องกันควบคู่กันไป โดยขยายบริการสู่กลุ่มรักสุขภาพที่ต้องการตรวจประเมินความเสี่ยงของโรคก่อนป่วย ครอบคลุมตั้งแต่วัยแรกเกิด วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึง ผู้สูงอายุ ผ่านเทคโนโลยี และนวัตกรรม คัดกรองประเมินความเสี่ยงของโรค (health screening) ที่เน้นแบบเจาะลึก เช่นการตรวจ Saline bubble test ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวบ่อย ๆ ซึ่งอาจมีแนวโน้มเกิดโรคผนังกั้นหัวใจรั่ว หรือ นวัตกรรมการตรวจค่า Urine CTX-II ตรวจหาความเสี่ยงโรคข้อเข่าเสื่อม ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเพื่อการรักษาทันเวลาโดยมุ่งเน้นการปรับสมดุล เลี่ยงการผ่าตัดข้อเข่าในอนาคต เป็นต้น

          ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์ ทำให้เราสามารถตรวจประเมินความเสี่ยง เพื่อหาสาเหตุของโรคได้แม่นยำขึ้น ในหลายกรณีผู้ป่วยไม่แสดงอาการ หรือมีอาการที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรคอื่น ทำให้เราไม่รู้สาเหตุแท้จริง ดังนั้นเพื่อให้สุขภาพดีครบ 32 อย่างยืนยาว เราจึงควรตรวจวิเคราะห์เจาะลึกสุขภาพร่างกาย ค้นหาแนวโน้มการเกิดโรค รู้ถึงสุขภาพในเชิงลึก โดยไม่ต้องรอให้ป่วย เพื่อการวางแผนการใช้ชีวิต และออกแบบสุขภาพที่เหมาะสมรายบุคคล

        ทั้งนี้ ข้อมูลจาก TDRI ระบุว่าปัจจุบันค่าใช้จ่ายสุขภาพโดยรวมของคนไทยแบ่งเป็นค่ารักษาพยาบาล 75% ค่าป้องกันและดูแลสุขภาพ 5% และมีค่าอื่น ๆ เช่นซื้อวิตามินอีก 20% โดยกลุ่มโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงมักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันคือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งกลุ่มโรคเหล่านี้ส่วนใหญ่ป้องกันได้ หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตมาเป็นการดูแลสุขภาพ ตรวจหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เราก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนการรักษาได้เพิ่มมากขึ้น

           ในโอกาสครบรอบ 32 ปี โรงพยาบาลพญาไท 2 จัดทำแคมเปญ “สุขภาพดีครบ 32” ที่เน้นการตรวจหาความเสี่ยงของโรค ที่ออกแบบแพคเกจให้เหมาะสมกับทุกช่วงวัย ได้แก่ ช่วงวัยทำงาน 30 ปีขึ้นไป เน้นเรื่องโรคที่อาจเกิดจาการทำงาน เช่นปวดหัว ออฟฟิศซินโดรม ปวดตาจากการใช้คอมพิวเตอร์/โทรศัพท์เคลื่อนที่ การตรวจสารโลหะหนัก โรคเครียดจากการทำงาน หมดไฟ (ต่อมหมวกไตล้า) โรคกล้ามเนื้อ/เส้นเอ็นอักเสบ โรคมะเร็ง ตรวจหาภูมิแพ้จากเลือด  ช่วงวัย 50 ปีขึ้นไป เน้นการปรับพฤติกรรม รับมือกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย  โรคที่เกิดจากพฤติกรรม โรคเรื้อรัง เช่นเบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ ความดัน โรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน วัยทอง มะเร็งฯลฯ ส่วนกลุ่มแม่และเด็ก เน้นสุขภาพแม่และเด็ก ตั้งแต่ครรภ์ คลอด หลังคลอด เพราะการตั้งครรภ์ในปัจจุบันจะเกิดขึ้นในผู้หญิงกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ สุขภาพคุณแม่มือใหม่ พัฒนาการเด็ก และ แพคเกจทั่วไปราคา 3,200 บาท ตรวจทั้งหมด 18 รายการ

          “ปัจจุบัน โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้บริการด้วยศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ 30 ศูนย์ มีสัดส่วนการรักษาอยู่ที่ 80% และการตรวจประเมินความเสี่ยง 20% โดยมีจำนวนตัวเลขของผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่เข้ามารับการรักษาเพิ่มขึ้น 5% เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 โดยตัวเลขการขยายตัวของโรงพยาบาลค่อนข้างจะสอดคล้องกับภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนก็จะได้รับผลกระทบ โดยผู้มีระดับรายได้ปานกลางขึ้นไป ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของโรงพยาบาลมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายด้านการรักษา ตลอดจนมีการหันไปใช้บริการด้านส่งเสริมสุขภาพเพิ่มขึ้นจึงยังคงทำให้โรงพยาบาลรักษาระดับการเพิ่มขึ้นของรายรับไว้ได้ คาดการณ์ว่าจำนวนของผู้ใช้บริการใน ครึ่งปี 62 ในไตรมาส 3 และ 4 จะอยู่ที่ 384,000 การเข้ารับบริการ (visits)” นายแพทย์ อนันตศักดิ์ กล่าว

         ปัจจุบัน รพ. มีสัดส่วนผู้ป่วยที่เข้ามาทำการรักษากับศูนย์เฉพาะทางได้แก่  ศูนย์สุขภาพสตรี 30% ศูนย์สุขภาพเด็ก 20% สถาบันกระดูกและข้อ 15% และ อื่น 35% โดยมี สัดส่วนผู้ป่วยไทย  80% และต่างชาติ 20% ซึ่งกัมพูชาครองส่วนแบ่งสูงสุดของผู้ป่วยต่างชาติ 35%

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here