TSI Insurance จับมือ GT Dollar รุก Digital Technology หวังเติบโตระยะยาว

0
86

           นายธนพล บุญวรุตม์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI Insurance เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ในช่วงต้นปีว่า โดยมีกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และบริษัท จีที ดอลลาร์ จำกัด ซึ่งมีฐานการดำเนินธุรกิจในประเทศสิงคโปร์ในเครือ จีที กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงินชั้นนำระดับโลก มีเครือข่ายครอบคลุมธุรกิจประกันภัย การชำระเงิน ปัญญาประดิษฐ์ การบริหารสินทรัพย์ สายการบิน บล็อกเชน เป็นต้น รวมทั้งมีพันธมิตรและเครือข่ายธุรกิจทั้งในประเทศสิงคโปร์และต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งคาดว่าช่วยส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจของ TSI Insurance ที่ดำเนินธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทยมายาวนานถึง 78 ปี ให้สามารถเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต

         ในปีที่ผ่านมา TSI Insurance มีผลการดำเนินงานปี 2561 ที่ขาดทุนสำหรับปีจำนวน 71 ล้านบาท ลดลงจากปี 60 ที่ขาดทุน 116 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ลดลงจากการเปลี่ยนพอร์ตการรับงานให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของบริษัท แม้จะทำให้มีเบี้ยประกันภัยรับลดลง 40% เหลือเพียง 480 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันในปี 60 แต่การลดลงของเบี้ยประกันภัยดังกล่าวทำให้จำนวนสำรองหนี้สินประกันภัยลดลงตามจำนวนเบี้ยประกันภัยด้วยเช่นกัน ซึ่งจากการปรับเปลี่ยนพอร์ตการรับงานตามความเสี่ยงและเงินกองทุนของบริษัท ทำให้บริษัทสามารถรักษาเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย (CAR) ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงาน คปภ. โดยมี CAR ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่ 227%

         ส่วนทิศทางในการดำเนินงานในปี 62 ยังคงสานต่อกลยุทธ์การสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน โดยมีการปรับโครงสร้างองค์กรและระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เน้นการพัฒนาบุคลากรและการเสริมทัพจากทีมงานมืออาชีพ รวมทั้งเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มทั้งนายหน้า ตัวแทน และลูกค้าองค์กร โดยปีนี้จะขยายงานในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น ให้มีสัดส่วนประกันภัยกลุ่มรถยนต์ (Motor) ประมาณ 70 % และ กลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non Motor) 30% และเน้นรับงานคุณภาพ โดยตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมจนถึงสิ้นปีประมาณ 800 ล้านบาท นายธนพลกล่าว

           อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทั่วโลกกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงยุค Digital Technology ที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ และ ในอนาคตอันใกล้เชื่อว่าสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งภาคธุรกิจต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับภาคธุรกิจประกันภัยในปัจจุบันที่สภาวะการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงจะเป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้แข่งขันได้ในอนาคต บริษัทฯ จึงวางแผนการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจด้านเทคโนโลยีเพื่อการประกันภัย หรือ  InsurTech ที่เป็นมากกว่าการเปิดเว็บไซต์หรือจัดทำแอพพลิเคชั่นเพื่อขายผลิตภัณฑ์เท่านั้น โดยมีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการดำเนินธุรกิจทุกด้านเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งกับลูกค้า คู่ค้า และผู้เอาประกัน

          ด้านนายเปาโหลว จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TSI Insurance กล่าวว่า ในการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ได้ตั้งทีมงาน TSI LAB ขึ้นโดยความร่วมมือกับ บริษัท จีที ดอลลาร์ ทำหน้าที่เป็น InsurTech R&D ออกแบบและพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ และสนับสนุนให้พนักงาน ตัวแทน และคู่ค้า สามารถพัฒนาและสร้างสรรค์แนวคิดเพื่อการบริการที่ดีขึ้นแก่ผู้บริโภค และจากประสบการณ์ของ จีทีกรุ๊ป มองเห็นโอกาสและความท้าทายของ InsurTech ในประเทศไทย

         สำหรับการวางแนวทางให้ TSI Insurance ในช่วงเริ่มต้นจะเริ่มที่การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าเพื่อทำความเข้าใจและเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง โดยมีแผนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ในระยะต่อไปเพื่อสนับสนุนการทำงานของโบรกเกอร์และตัวแทนให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์กับกลุ่มลูกค้าได้สะดวกมากขึ้น เพราะถือเป็นคู่ค้าสำคัญที่จะสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ เรายังมีแผนการนำ AI มาใช้เพื่อตอบโจทย์กับระบบการทำงานภายในและภายนอกควบคู่กันในอนาคต” นายเปาโหลวกล่าวพร้อมเพิ่มเติม

          บริษัทฯ มีความพร้อมในการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคถึงเทคโนโลยีประกันภัยสมัยใหม่ที่มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และที่สำคัญต้องมีการกำกับดูแลอย่างโปร่งใสด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะขั้นสูง ซึ่งการดำเนินงานต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแล เพื่อปกป้องผลประโยชน์ผู้บริโภคเป็นสำคัญ

         “เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ และ แตกต่าง ซึ่งหลังจากนี้เมื่อการพัฒนาระบบเทคโนโลยีพร้อมแล้ว จะช่วยให้งานบริการตอบสนองความต้องการและสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าทั้งโบรกเกอร์ ตัวแทน และกลุ่มผู้เอาประกันได้ นอกจากนี้ เรายังพร้อมที่จะทำงานและแลกเปลี่ยน Know How กับผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎระเบียบต่าง ๆ และช่วยเพิ่มความโปร่งใสให้กับอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยด้วย” นายเปาโหลว กล่าว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here