การประกันอัคคีภัย คืออะไร ?

0
135

                                             Insurance Knowledge โดย ประสิทธิ์ คำเกิด

                               การประกันอัคคีภัย คืออะไร ?

           สวัสดีครับพบกับ Insurance Knowledge เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการประกันภัยกันนะครับ ในสถานการณ์ การระบาดของไวรัส โควิด ที่วิกฤตกันอยู่ในขณะนี้ คงทำให้หลายท่านมีความกังวลใจกันอย่างมาก IK ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ร่วมใจกันสู้กับเจ้าไวรัสร้ายนี้  และ เราจะร่วมมือกันเพื่อผ่านวิกฤตการณ์อันเลวร้ายนี้ไปให้ได้ด้วยดีนะครับ

         สำหรับครั้งนี้เราจะยังคงเรียนรู้เรื่องการประกันวินาศภัยกันต่อนะครับ จากครั้งที่แล้วเป็นเรื่องของการประกันภัยทางทะเล และการขนส่ง ไปแล้ว ฉบับนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องการประกันอัคคีภัยกันนะครับ…

         การประกันอัคคีภัย : หมายถึงการประกันภัยเพื่อความคุ้มครองความเสียหายหรือสูญหายของทรัพย์สินจากเพลิงไหม้ ฟ้าผ่า หรือ การระเบิดของแก็สที่ใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือการอยู่อาศัย รวมทั้งความเสียหายต่อเนื่องจากอัคคีภัย หรือบ้างก็เรียกว่า การประกันภัยทรัพย์สิน โดยการประกันภัยประเภทนี้จะมุ่งให้การคุ้มครองต่อตัวทรัพย์ของผู้เอาประกันภัย เช่น ตัวอาคาร บ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ ในอาคารบ้านเรือนต่างที่อาจมีความเสี่ยงจากการถูกไฟไหม้ แล้วอาจทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องเสียหายจำนวนมากดังสุภาษิตที่ว่า ‘โจรปล้นร้อยครั้ง ก็ไม่เท่ากับไฟไหม้เพียงครั้งเดียว’ ซึ่งหมายความว่าการที่คนเราจะถูกโจรขึ้นบ้านถึงสิบครั้งหรือหลายสิบครั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นก็ยังน้อยกว่าการถูกไฟไหม้เพียงครั้งเดียว เพราะไม่เพียงแค่ทรัพย์สินเสียหายแค่นั้นแต่จะสูญเสียทั้งบ้านอาคารที่อยู่อาศัยไปด้วย จึงเห็นได้ว่าไฟไหม้ เป็นภัยอย่างหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ การประกันอัคคีภัย จึงเป็นการประกันวินาศภัยอีกประเภทหนึ่ง ที่มีคนทำประกันภัยภัยประเภทนี้กันมากพอสมควร โดยการประกันอัคคีภัยนี้จะให้การคุ้มครองก็ต่อเมื่อ

1.ต้องมีการลุกไหม้เกิดขึ้นจริง ซึ่งข้อกำหนดนี้เป็นการให้การคุ้มครองภัยที่เกิดจากไฟ เป็นสำคัญ ดังนั้นโดยหลักการแล้ว ก็จะต้องมีการลุกไหม้เกิดขึ้น และการลุกไหม้นั้น ต้องเป็นการลุกไหม้ที่เกิดจากไฟและไฟนั้นจะต้องเป็นไฟที่มาจากการใช้งานปกติทั่วไป และ

2.ไฟที่ใช้งานปรกติแต่เกิดการลุกลามเกินขอบเขต หมายถึง ไฟที่เราใช้งานตามปกติเช่นไฟฟ้า ไฟจากการหุงต้มทำอาหาร ไฟจากเตาแก๊ส เตาแก๊สระเบิด ฟ้าผ่า แล้วทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามไปทำให้ทรัพย์สินเสีย และไฟที่ลุกไหม้นั้นก็จะต้องเป็นอุบัติเหตุ

3.ไฟนั้นต้องเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ หรือ เหตุบังเอิญ คำว่าวินาศภัยนั้นหมายถึงภัยที่อุบัติขึ้นแล้วทำให้เกิดความสูญเสียหรือความเสียหายซึ่งมีพื้นฐานมาจากอุบัติเหตุ ดังนั้นที่มาของไฟที่ลุกไหม้นั้นต้องมีที่มาจากอุบัติเหตุซึ่งหมายถึงเหตุการที่อุบัติขึ้นหรือเกิดขึ้นโดยไม่ได้มีการคาดหมายหรือคาดการไว้ล่วงหน้าและเป็นเหตุที่ไม่แน่นอนกล่าวคือ มันจะเกิดขึ้นเมื่อไดไม่มีใครล่วงรู้ได้

โดยหลักการทั้งสามข้อที่กำหนดไว้นี้เป็นหลักการที่สำคัญซึ่งเมื่อทุกท่านตกลงทำประกันอัคคีภัยไว้แล้วเมื่อเกิดภัยขึ้นทางบริษัทประกันภัยก็จะมีการตรวจสอบและสืบสวน-สอบสวน ข้อมูลข้อเท็จจริงในการเกิดเหตุเพลิงไหม้นั้นว่าเข้าเงื่อนใขในสามข้อนี้หรือไม่ซึ่งเมื่อเข้ากับหลักการทั้งสามข้อนี้แล้วทางบริษัทผู้รับประกันภัยก็จะพิจารณาถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นว่าอะไรบ้างที่จะได้รับความคุ้มครองตามสัญญาซึ่งผู้เอาประกันภัยต้องอ่านและทำความเข้าใจในกรมธรรม์นั้นด้วย ซึ่งการประกันอัคคีภัยนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่

1. การประกันอัคคีภัยมาตรฐาน

         เป็นการประกันอัคคีภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินที่เป็นมาตรฐานทั่วไป โดยกรมธรรม์ประกันภัยจะให้การคุ้มครองต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยที่เกิดจาก

      • ไฟไหม้ที่เกิดจากการกระทำของคนอื่น(ที่ไม่ใช่ผู้เอาประกันภัยหรือการรู้เห็นเป็นใจของผู้เอาประกันภัย)
      • ฟ้าผ่า (เกิดขึ้นโดยตรงต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัย)
      • การระเบิดของแก๊สเพื่อการอยู่อาศัย
      • ความเสียหายต่อเนื่องจากภัยเพิ่มเติม เช่น ความเสียหายจากน้ำที่ใช้ดับเพลิง ความเสียหายจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิง  ความเสียหายจากระเบิดที่ระงับการขยายตัวของไฟ ความเสียหายจากควันหรือการถูกไฟลนจนเกรียม หรือทรัพย์สินที่สูญหายขณะเกิดหรือหลังจากไฟไหม้

         ทั้งหมดนี้เป็นการให้การคุ้มครองตามมาตรฐานทั่วไปของกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย แต่หากผู้เอาประกันภัยประสงค์ที่จะซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมจากมาตรฐานที่กำหนดนี้ก็สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้ประกอบด้วย

        1. ภัยธรรมชาติ เช่น ลมพายุ น้ำท่วม ลูกเห็บ แผ่นดินไหว สึนามิ
        2. ภัยสังคม เช่น การจราจล การนัดหยุดงาน การกระทำที่มีเจตนาร้าย
        3. ภัยทางเคมี เช่น การระอุตามธรรมชาติ การระเบิดของหม้อน้ำ ฯลฯ
        4. ภัยอื่น เช่น ภัยจากอากาศยาน ภัยจากน้ำ ภัยจากควัน ฯลฯ

         ทรัพย์สินที่จะสามารถเอาประกันภัยตามมาตรฐานนี้ได้

        • ต้องเป็นสิ่งปลูกสร้าง ตัวอาคาร(ไม่รวมรากฐาน)
        • เฟอร์นิเจอร์ สิ่งที่สร้างให้ติดตรึงกับอาคาร
        • เครื่องจักร สต๊อคสินค้า เครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ฯลฯ
        • ทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าสูงเช่น คอมพิวเตอร์

           สำหรับข้อยกเว้นที่กรมธรรม์จะไม่ให้การคุ้มครองได้แก่

•  สินค้าที่อยู่ในการดูแลรักษาของผู้เอาประกันภัย

•  เงินแท่ง ทองแท่ง ทองรูปพรรณ อัญมณี และของมีค่า

•  โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ สำหรับความเสียหายรวมส่วนที่เกินกว่า  10,000 บาท

•  ต้นฉบับเอกสาร แบบแปลน แผนผัง ภาพเขียน รูปออกแบบ ลวดลาย แบบหรือแบบพิมพ์

•  หลักประกันหนี้สิน หลักทรัพย์ เอกสารสำคัญต่างๆ ไปรษณียากร อากรแสตมป์ เงินตรา ธนบัตร เช็ค สมุดบัญชี หรือ สมุดหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจใด

•  วัตถุระเบิด และ ทรัพย์สินที่เสียหายหักพัง อันเนื่องจากการสั่นสะเทือนจากแรงการระเบิด

•  เครื่องใช้ไฟฟ้า และ อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ

•  ความเสียหายจากการเผาทรัพย์สินโดยคำสั่งเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่

•  ภัยจากสงคราม การก่อการร้าย การจราจล กฎอัยการศึก

•  การแผ่รังสี การระเบิดของสารกัมมันตรังสี

•  ความเสียหายต่อทรัพย์สินซึ่งเกิดขึ้นขณะที่มีการเรียกร้องจากการประกันภัยทางทะเลและขนส่งได้

        2.การประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย 

         การประกันอัคคีภัยประเภทนี้มุ่งให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินซึ่งเป็นที่อยู่ที่อาศัยซึ่งก็คือบ้านเรือนไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์ อาคารตึกแถว คอนโดมิเนียม แฟลต ของผู้เอาประกันภัย

          ประกันภัยที่เกิดจาก ไฟไหม้ ฟ้าผ่า (รวมเครื่องใช้ อุปกรณ์ไฟฟ้า) การระเบิด  ความเสียหายจากยานพาหนะหรือสัตว์ ความเสียหายจาก อากาศยานหรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน และ ภัยเนื่องจากน้ำเช่น น้ำฝนตกหนักไหลเข้าหลังคาทำให้ฟ้า เพดาน เสียหาย แต่ทั้งนี้จะไม่รวมถึงภัยจากกรณีน้ำท่วม หากต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมกว่าที่กำหนดไว้นี้ก็ต้องมีการซื้อเพิ่มเติม เช่น

        1. ภัยธรรมชาติ : ลมพายุ น้ำท่วม ลูกเห็บ แผ่นดินไหว สึนามิ
        2. ภัยสังคม : การจราจล การนัดหยุดงาน การกระทำที่มีเจตนาร้าย
        3. ภัยทางเคมี : การระอุตามธรรมชาติ การระเบิดของหม้อน้ำ ฯลฯ
        4. ภัยอื่น : ภัยจากอากาศยาน ภัยจากน้ำ ภัยจากควัน  ฯลฯ

   ทรัพย์สินที่สามารถเอาประกันอัคคีภัยประเภทนี้ได้ก็ได้แก่

        • สิ่งปลูกสร้าง ตัวอาคารที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย(ไม่รวมรากฐาน)
        • ห้องชุด อาคารชุด แฟลต คอนโดมิเนียม
        • ทรัพย์สินที่อยู่ภายในสิ่งปลูกสร้าง เฟอร์นิเจอร์ สิ่งที่สร้างให้ติดตรึงกับอาคาร เครื่องจักร สต๊อคสินค้า เครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ฯลฯ
        • ทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่าสูงเช่น คอมพิวเตอร์

   ข้อยกเว้นความคุ้มครองของการประกันอัคคีภัยประเภทที่อยู่อาศัย

        • สินค้าที่อยู่ในการดูแลรักษาของผู้เอาประกันภัย
        • เงินแท่ง ทองแท่ง ทองรูปพรรณ อัญมณี และของมีค่า
        • โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ สำหรับความเสียหายรวมส่วนที่เกินกว่า  10,000 บาท
        • ต้นฉบับเอกสาร แบบแปลน แผนผัง ภาพเขียน รูปออกแบบ ลวดลาย แบบหรือแบบพิมพ์
        • หลักประกันหนี้สิน หลักทรัพย์ เอกสารสำคัญต่างๆ ไปรษณียากร อากรแสตมป์ เงินตรา ธนบัตร เช็ค สมุดบัญชี หรือ สมุดหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจใด
        • วัตถุระเบิด และ ทรัพย์สินที่เสียหายหักพัง อันเนื่องจากการสั่นสะเทือนจากแรงการระเบิด
        • เครื่องใช้ไฟฟ้า และ อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
        • ความเสียหายจากการเผาทรัพย์สินโดยคำสั่งเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่
        • ภัยจากสงคราม การก่อการร้าย การจราจล กฎอัยการศึก
        • การแผ่รังสี การระเบิดของสารกัมมันตรังสี

3.การประกันอัคคีภัยแบบพิเศษ

             การประกันอัคคีภัยแบบพิเศษนี้เป็นการประกันภัยที่มีอัตราเบี้ยไม่สูงมากหรือมีการกำหนดเอาไว้ชัดเจนโดยจะให้การคุ้มครองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยที่เกิดจากเพลิงไหม้ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ

     3.1. แบบชุมชนบ้านอยู่อาศัย

         – คุ้มครองสิ่งปลูกสร้างของบ้านที่ตั้งอยู่ในชุมชนที่เกิดไฟไหม้

         – จำกัดวงเงิน 20,000 บาท

         – ค่าเบี้ยประกันภัย 365 บาทต่อปี

    3.2. แบบประหยัด

        –  คุ้มครองสิ่งปลูกสร้างของบ้านที่เกิด ไฟไหม้ ฟ้าผ่า การระเบิด ความเสียหายจากยานพาหนะหรือสัตว์ความเสียหายจากอากาศยานหรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน ภัยอันเนื่องจากน้ำ(ไม่รวมน้ำท่วม) ซึ่งเงื่อนไขจะให้การคุ้มครองคล้ายกับกรมธรรม์แบบมาตรฐานแต่ย่อส่วนลงมาเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยสามารรถเอาประกันภัยได้ง่าย

โดยแบบนี้จะมีการจำกัดจำนวนเงินเอาประกันภัยและค่าเบี้ยปรันภัยเอาไว้อย่างชัดเจนคือ

              แบบ ก. สิ่งปลูกสร้างที่เป็นอาคารคอนกรีต จะให้การคุ้มครอง 600,000 บาท

              แบบ ข. สิ่งปลูกสร้างที่เป็นครึ่งตึกครึ่งไม้ จะให้การคุ้มครอง 250,000 บาท

              แบบ ค. สิ่งปลูกสร้างที่ ไม่ใช่ทั้งแบบ ก หรือแบบ.ข. จะให้การคุ้มครอง 150,000 บาท

           โดยผู้เอาประกันภัย จ่ายค่าเบี้ยประกันภัย 600 บาทต่อปี

ทั้งสามประเภทของการประกันอัคคีภัยก็ขึ้นอยู่กับผู้เอาประกันภัยเองครับว่าจะทำประกันภัยแบบไหนซึ่งเดี๋ยวนี้เบี้ยประกันภัยอัคคีภัยก็ไม่สูงมากแล้ว บางบริษัททำประกันภัยแบบคุ้มครองต่อเนื่อง 3 ปี 4 ปี 5 ปี หรือมากกว่านี้ก็มี โดยการจ่ายเบี้ยประกันภัยครั้งเดียวก็จะถูกกว่าแบบปีต่อปีไปอีกทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทุกท่านนะครับที่สำคัญคือการประกันภัยนั้นมีไว้ดีกว่าไม่มีนะครับ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าในอนาคตนั้นจะเกิดอะไรขึ้นเพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน อย่าลืมนะครับกรมธรรม์ประกันภัยเมื่อได้รับไปแล้วต้องอ่านและทำความเข้าใจนะครับว่า เงื่อนไขกรมธรรม์ หมวดทั่วไปว่าอย่างไร หมวดความคุ้มครองว่าอย่างไร หมวดข้อยกเว้นความคุ้มครองว่าอย่างไร เราจะได้รู้เรื่องประกันภัยของเราเป็นอย่างดีนั่นเองครับ…แล้วพบกันคราวหน้า..สวัสดีครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here