ถอดบทเรียนอุบัติเหตุรายใหญ่กรณีรถกระบะพลิกคว่ำมีผู้เสียชีวิตจำนวน 13 คน บาดเจ็บ 5 คน

0
307

โดย ประสิทธิ์ คำเกิด

ถอดบทเรียนอุบัติเหตุรายใหญ่กรณีรถกระบะพลิกคว่ำมีผู้เสียชีวิตจำนวน 13 คน บาดเจ็บ 5 คน

: พฤติการณ์เกิดจากการขับรถเร็วแซงแล้วเลี้ยวกระทันหันทำให้รถยนต์เสียการทรงตัวเสียหลักพลิกคว่ำ_มีผู้เสียชีวิต 13 รายซึ่งล้วนแต่นั่งในกระบะด้านหลังทั้งสิ้น_ส่วนอีก 5 คนที่บาดเจ็บนั่นอยู่ในส่วนในที่นั่งตอนหน้า_เหตุเพราะกระบะนั้นมีเพื่อใช้บรรทุกสิ่งของไม่ได้มีไว้เพื่อให้โดยสารความเสี่ยงจึงเกิดจากจากการใช้รถผิดประเภท_หากต้องมีคนโดยสารเช่นนี้ผู้ขับขี่ต้องระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น_และต้องให้ความตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นซึ่งเหตุในครั้งนี้ไม่มี! ประเด็นนี้จึงเกิดคำถามว่าผู้ขับขี่มีความรู้ความเข้าใจมนเรื่องของประเภทรถและตระหนักกับความเสี่ยงเพียงใด ?!?
:ตรวจสอบตัวรถพบว่า รถยนต์ขาดต่อภาษี_ไม่มีการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ_และ การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ_ความเสียหายต่อชีวิต_ร่างกาย ของผู้ขับขี่และผู้โดยสารจึงไม่ได้รับการคุ้มครองใดๆหากแต่ผู้ขับขี่และเจ้าของรถจะต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายในทางแพ่งและรวมถึงความอาญา_เหตุเพราะละเลยในหลักประกันตามกฎหมายที่กำหนดให้กระทำแต่ละเลยจึงต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด_เรื่องนี้เพียงแต่เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถใส่ใจทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.ไว้_ญาติผู้เสียชีวิตก็จะได้รับการชดใช้ 300,000 บาทต่อราย (13×300,000 = 3,900,000 บาท)และ ผู้บาดเจ็บที่เป็นผู้โดสารก็จะได้รับการคุ้มครองตามค่ารักษาจริงไม่เกิน 80,000 บาท(4×80,000=320,000บาท ) รวมสองรายการนี้ก็เป็นเงินถึง 4,200,000 บาท แล้ว และยังมีค่าชดเชยรายวันสำหรับผู้ประสบภัยที่ต้องนอนรักษาตัวใน รพ.อีกวันละ 200 บาทต่อวันสูงสุดไม่เกิน 20 วัน ต่อคนอีก ซึ่งส่วนนี้หากมีประกันภัยไว้ประกันภัยก็จะจ่ายแทนผู้ขับขี่และยังสามารถนำไปเป็นเหตุบรรเทาโทษทางอาญาได้_และยิ่งดีกว่านี้หากมีการประกันภับรถยนต์ภาคสมัครใจก็จะให้การคุ้มครองเพิ่มขึ้นไปอีกจำนวนหนึ่ง_ส่วนผู้ขับขี่ที่บาดเจ็บก็จะได้รับการคุ้มครองตามค่ารักษาจริงไม่เกิน 30,000 บาท__นี่คือผลเสียของการละเลยไม่เอาประกัยภัยตามกฎหมาย
:การเยียวยาต่อผู้เสียหาย ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับ 13 ครอบครัวนั้นมีมากมายนัก_เหตุเพราะพวกเขาเป็นเยาวชนที่กำลังจะจบออกไปทำงานเลี้ยงครอบครัวและเป็นงานอาชีพที่เป็นความต้องการของประเทศไทยเรา_ดังนั้นความสูญเสียครั้งนี้เป็นวงกว้างอย่างยิ่ง_อย่างไรก็ดีด้วยการออกแบบ ของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถนั้นออกแบบไว้รองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นสำหรับรถที่ไม่มีการเอาประกันภัยซึ่งเป็นกฎหมายที่ดีฉบับหนึ่งของประเทศไทยเราท่ีมีเจตนาเป็นหลักประกันที่จะให้การคุ้มครองต่อชีวิตและร่สงกายด้วยความรวดเร็ว ซึ่งตามมาตรา 23(1)กำหนดว่ากรณีที่ผู้ประสบภัยที่เกิดจากรถที่ไม่ได้ทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.และเจ้าของรถไม่จ่ายค่าเสียหายนั้น ผู้ประสบภัยหรือทายาท สามารถไปขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นได้จาก “กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย” ได้โดยกฎกระทรวงกำหนดค่าเสียหายเบื้องต้นไว้สองส่วนคือ กรณีบาดเจ็บ รายละไม่เกิน 30,000 บาท และ หรือ กรณีเสียชีวิต 35,000 บาท ดังนั้นในกรณีนี้ ทายาทผู้เสียชีวิต จะได้รับจากกองทุนฯรายละ 35,000 บาท (35,000×13 = 455,000 บาท)ส่วนผู้บาดเจ็บก็จะได้รับตามค่ารักษาพยาบาลจริงคนละไม่เกิน 30,000 บาท ทั้งนี้เงินทั้งหมดที่กองทุนฯจ่ายให้กับทายาทหรือผู้ประสบภัยไปแล้วนั้น กองทุนฯเขาก็จะไปเรียกคืนเอากับเจ้าของรถพร้อมกับเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ในข้อหาเป็นเจ้าของรถแล้วไม่จัดให้มีการเอาประกันภัยและไม่จ่ายค่าเสียหายให้กับผู้ประสบภัยหรืทายาท(สรุปแล้วก็คือเจ้าของรถและหรือผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบเองทั้งหมดนั่นแหละครับ)
อย่างไรก็ตามก็ยังพอมีการเยียวยาได้บ้างเนื่องจากได้พบว่าทางสถานศึกษาได้มีการเอาประกัน PA นักเรียน ไว้กับ บริษัท ประกันภัยฯแห่งหนึ่งไว้ โดยจากจำนวน ผู้เสียชีวติ13 รายนั้นเป็นนักเรียนที่จะได้รับความคุ้มครองจำนวน 11 ราย โดยจะได้รับการคุ้มครองรายละ 100,000บาท (เฉพาะนักเรียนที่มีชื่อขึ้นทะเบียนไว้) ซึ่งในส่วนของการประกัน PA นั้นทางบริษัทประกันภัยจะได้มีการเยียวยาโดยเร็วต่อไป_

          สรุปการเยียวยาในเบื้องต้นนี้ทางญาตผู้เสียชีวิตจะได้รับจาก กองทุนฯทั้ง 13 รายๆละ 35,000 บาท และ จากการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลนักเรียน จำนวน 11 ราย รายละ 100,000 บาท.

          จากเหตุการที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นบทเรียนที่มูลค่ามากมายมหาศาล_อย่าให้เป็นแค่อุทธาหรณ์ หรือเรื่องเล่าสู่กันฟัง_แต่อยากให้เอาบทเรียนนี้ไปแก้ไขปัญหาหรือป้องกันไม่ให้มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก_หากบทเรียนนี้มีผู้นำไปใช้อย่างเกิดประโยชน์ก็ขออุทิศกุศลให้แด่ผู้เสียชีวิตทุกท่านขอให้สู่สุคติในแดนสุขาวดี_ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียมาด้วย ณ ที่นี้ครับ.RIP 🙏

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here