เคทีซีสนับสนุนภาครัฐนำไทยสู่ Cashless Society จับมือพันธมิตรดิจิตอลสนองทุกไลฟ์สไตล์ลูกค้า

0
43

นายระเฑียร ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงนโยบายด้านแพลทฟอร์มงานดิจิตอลว่า วันนี้เคทีซีพร้อมเกือบ 100% ทั้งระบบที่มีความเสถียร โมเดลธุรกิจที่จับต้องได้ และกระบวนการทำงานถูกต้องและมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อย่างเต็มรูปแบบ ตามแผนพัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็คทรอนิกส์แห่งชาติ (National ePayment)

โดยในปี 2561 จะขยายความร่วมมือกับทุกพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆ  (Collaborative Business Model) ทั้งการตลาด สตาร์ทอัพ ฟินเทคเพื่อรองรับธุรกรรมการเงินที่ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น  รวมทั้งปรับกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจ บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลและร้านค้า  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายใหม่และรักษาฐานสมาชิกเดิมให้อยู่กับแบรนด์เคทีซีอย่างยั่งยืน

“เราศึกษาและทดสอบนวัตกรรมบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าดีที่สุดและเหมาะสมที่จะพัฒนาใช้กับธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ควบคู่ไปกับการศึกษาพฤติกรรมความต้องการของลูกค้าจากฐานข้อมูล (Big Data) และวิเคราะห์ปัญหา (Pain Points)  เพื่อให้แน่ใจว่านวัตกรรมบริการเป็นประโยชน์ มีความเสถียร รวดเร็ว  ใช้งานง่ายและปลอดภัยที่สุด”

นางพิทยา  วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี”  กล่าวว่าในปี 2561 จะร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสรรหาสิทธิพิเศษในทุกหมวดการใช้จ่ายตอบสนองทุกเทรนด์ของไลฟ์สไตล์เช่น กีฬา ท่องเที่ยว ของเล่น ของสะสม สัตว์เลี้ยงและคอมมูนิตี้ต่างๆ  เพื่อเป้าหมายการเป็นบัตรเครดิตอันดับต้นๆที่ทุกคนนึกถึง ผนวกกับกลยุทธ์สร้างสัมพันธ์ระยะยาวกับสมาชิกเดิมด้วยคะแนนสะสม KTC Forever Rewards โดยขยายรูปแบบการใช้คะแนนให้หลากหลาย เพิ่มช่องทางในการแลกสินค้าและบริการและสร้างการรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ และช่องทางออนไลน์ให้ให้มากขึ้น พัฒนาให้สมาชิกทำธุรกรรมรายการต่างๆ ด้วยตนเอง ผ่าน “Click KTC” บนเว็บไซต์ www.ktc.co.th โฉมใหม่ หรือผ่านโมบาย แอพพลิเคชั่น “TapKTC” โดยได้ปรับโฉมเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ลูกค้าใช้ง่าย สะดวก

นางสาวสุดาพร  จันทร์วัฒนากุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” กล่าวว่า ตลาดสินเชื่อบุคคลในปี 2561 มีความท้าทายและแข่งขันสูง โดยเคทีซีจะขยายฐานสมาชิกใหม่ไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ 30,000 บาทขึ้นไปซึ่งไม่มีการจำกัดวงเงินและจำนวนสถาบันการเงิน ขณะเดียวกันจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท ซึ่งเป็นลูกค้าสำคัญ ทั้งกลุ่มที่เพิ่งจบการศึกษาและมีงานประจำทำ เพื่อให้สินเชื่อพร้อมใช้เคทีซี พราว “KTC PROUD”  เป็นบัตรใบแรกที่เคียงคู่กับผู้ใช้และเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในยามที่จำเป็น

โดยจะพัฒนา “เคทีซี พราว” ให้ตอบโจทย์ผ่านช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้น เช่น Cash Online การเบิกถอนเงินสดผ่านโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทย หรือการขอรหัสผ่านด้วยตนเองที่ Click KTC บนเว็บไซต์ หรือโมบายแอพฯ“TapKTC” หรือทำรายการอัตโนมัติทางโทรศัพท์ด้วยระบบ IVR รวมทั้งบริหารจัดการพอร์ตลูกหนี้ ด้วยโปรแกรมที่ตรงกับความต้องการ เช่น การแบ่งเบาภาระหนี้และค่าครองชีพ การให้ความรู้เพื่อสร้างรายได้เสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต

นายปิยศักดิ์ เตชะเสน  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส – ช่องทางจัดจำหน่ายและธุรกิจร้านค้า “เคทีซี” กล่าวว่า  ปี 2561มีการปรับกลยุทธ์และการทำงานใหม่มุ่งไปที่ 4 แนวทางหลักคือ 1) ขยายฐานลูกค้าคุณภาพ เน้นกลุ่มคนที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาท  เนื่องจากมีการใช้จ่ายต่อเดือนสูงและมีอัตราหนี้เสียที่ต่ำกว่ากลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท 2) เน้นช่องทางออนไลน์ในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งเว็บไซต์ www.ktc.co.th โมบาย แอพฯ “TapKTC” และ QR Code รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจที่เป็นสื่อกลางในการรับสมัครบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลผ่านออนไลน์ให้มากขึ้น  3) ใช้ช่องทางสาขาของธนาคารกรุงไทยและตัวแทนขาย (Outsource Sales) ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นช่องทางหลักในการขยายฐานสมาชิก  4) ใช้โปรแกรมและแคมเปญการตลาดที่น่าสนใจและหลากหลายกระตุ้นความสนใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย

”นายชุติเดช ชยุติ  CFO“เคทีซี” กล่าวถึงกลยุทธ์ในการบริหารการเงินว่า เคทีซียังคงความสามารถในการสร้างรายได้และการทำกำไร รวมถึงควบคุมให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม   โดยกำไรปี 2560 จะเติบโตตามเป้าหมาย10% ด้วยปัจจัยแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศเป็นชิงบวกจากสภาพเศรษฐกิจต่างประเทศที่ขยับตัวดีขึ้น ส่งผลให้การส่งออก รวมไปถึงจีดีพี (GDP) มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอาจจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเคทีซียังคงมุ่งเน้น บริหารต้นทุนเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการหาต้นทุนที่ต่ำและเพิ่มสัดส่วนของเงินกู้ระยะยาวมากขี้น รวมทั้งมีแผนจะออกหุ้นกู้ในระยะยาวกว่าเดิม เพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปีหน้า

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here