CRC ปี 69 ทุ่ม 1.8 หมื่นล้าน กางแผน ‘Innovation in Action’ ลุยไทย-เวียดนาม

0
55

เซ็นทรัล รีเทล ประกาศความสำเร็จปี 68 ยุทธศาสตร์ ‘New Heights, Next Growth’ ดันรายได้&กำไร ไทย-เวียดนามโตต่อเนื่อง กางแผนปี 69 อัดงบ 1.8 หมื่นล้านบาท ชูกลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ ลุยนวัตกรรมและขยายสาขาเต็มสูบ  พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ปรัชญา ‘CRC Care’ สร้างการเติบโตยั่งยืนในทุกมิติ  

CRC เผยผลสำเร็จปี 2568 เน้นการเติบโตตลาดไทย-เวียดนาม ลุยขยายและรีโนเวทสาขาเต็มกำลัง
ชูความสำเร็จจากการขยายฐานสมาชิก The 1 ในเวียดนามยอดทะลุ 4.3 ล้านราย โดยปัจจุบันสัดส่วนยอดขายในไทย และเวียดนาม คิดเป็น 80:20 พร้อมเดินหน้ายกระดับการขยายธุรกิจในตลาดอาเซียน เพื่อสร้างการเติบโตและเสริมแกร่งองค์กรในระดับภูมิภาค

2568  เติบโตแกร่งกำไรสวนกระแสโลกผันผวน

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2568 ว่าเติบโตและทำกำไรสวนกระแสโลกผันผวน ภายใต้ยุทธศาสตร์ New Heights, Next Growth ที่เสริมแกร่งธุรกิจหลัก ต่อยอด New Growth Engine พร้อมทั้งปรับโฟกัสธุรกิจ มุ่งเน้นตลาดไทยและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง
โดย ณ สิ้นปี 2568 ธุรกิจของ CRC ในประเทศไทยมีจำนวน 3,596 ร้านค้า ครอบคลุมใน 63 จังหวัดทั่วไทย และคิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 80% ส่วนประเทศเวียดนาม มีจำนวนร้านค้าทั้งสิ้น 127 ร้านค้า ครอบคลุมใน 26 จังหวัด จาก 34 จังหวัด และมีสัดส่วนยอดขายคิดเป็น 20%

นอกจากนี้ ยังประสบความสำเร็จในการขยายฐานสมาชิก The 1 ในประเทศเวียดนาม ด้วยยอดสมาชิกรวมกว่า 4.3 ล้านราย โดยได้เสริมความแข็งแกร่งสถานะการเงิน และบริหารจัดการการเงินและโครงสร้างเงินทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา CRC Care ที่ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

กลุ่มฮาร์ดไลน์ ไทยวัสดุ – Auto1 โตกระฉูด

สำหรับปี 2568 กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ ‘ไทวัสดุ’ เบอร์ 1 DIY Home Retailer ของไทย ธุรกิจดาวเด่นที่เติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี ปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 89 สาขา ใน 52 จังหวัด ผลักดันยอดขาย ทะยานสู่ 43,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 9% ครองส่วนแบ่งตลาด 25%    ขณะที่ธุรกิจ New Growth Engine อย่าง ‘Auto 1’ มีการเร่งสปีดขยายสาขาใหม่ 13 แห่ง ปิดปี 2568 มีทั้งสิ้น 53 แห่ง และในปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มสาขาเท่าตัว  53 แห่ง ส่งผลให้มีเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 106 สาขา ตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้รถได้อย่างครอบคลุมและครบวงจร

2569 ลุยกลยุทธ์ ‘Innovation in Action’

สำหรับปี 2569 ถือเป็นปีแห่ง “Challenges & Opportunities” ของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง เซ็นทรัล รีเทล  โดยเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี New Heights, Next Growth ภายใต้กลยุทธ์ ‘Innovation in Action’ เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตครั้งใหม่ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1.อัพเกรดประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ มุ่งต่อยอดความสำเร็จของแพลตฟอร์มออมนิแชแนลของเซ็นทรัล รีเทล ที่มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง  จากปี 2568 ที่ยอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโตขึ้นถึง 14%  จากการพัฒนาทั้งส่วนประสบการณ์หน้าร้านด้วยพนักงานที่พร้อมให้บริการแบบเฉพาะตัว, การปรับปรุงบรรยากาศภายในร้าน, การเพิ่มจุด Self-Checkout, การจัดอีเว้นท์ร่วมกันของธุรกิจในเครือ และการเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ช่วยดึงดูด
ทราฟฟิก เช่น โซนอาหาร โซนเกม และแชมเปญบาร์ เป็นต้น ตลอดจนนำ AI มาช่วยยกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ให้รวดเร็ว และง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาสินค้า โปรโมชัน และคูปองสุดคุ้มที่ออนท็อปได้อย่างตรงใจ รวมถึงเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างหน้าร้านและโลกดิจิทัลผ่านบริการ Personal Shopper, Chat & Shop, Click & Collect และ Reserve & Collect ที่ทำให้ลูกค้าช้อปปิ้งได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ

2.อัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย  เช่น การพัฒนาสินค้าที่วางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ประเทศเวียดนาม โดยเน้นกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนประเทศไทย จะเน้นเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าแฟชั่นชั้นนำจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่งเครื่องขยาย KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores ปรับรูปแบบสาขาและราคาสินค้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream

3.อัพเกรดประสิทธิภาพการบริหารงานและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีล้ำ โดยนำ AI มาใช้เสริมศักยภาพในการบริหารลูกค้า, ทำการตลาด, สั่งสินค้าและกำหนดราคา ,บริหารจัดการหน้าร้าน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการทำงานของพนักงาน เพื่อสร้างองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

นอกจากนี้ยังพัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว (Single View of Customer Data)  เพื่อให้บริษัทฯเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถนำเสนอ Omnichannel Coupon ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่องทาง รวมไปถึงการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านระบบ ทั้งการบริหารจัดการสต๊อกและการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจร

ทุ่ม 1.8 หมื่นล้าน ขยายอาณาจักรค้าปลีกไทย-เวียดนาม

นายสุทธิสาร กล่าวว่า เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 ได้ประกาศงบลงทุน 16,000–18,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวทและการขยายสาขาทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม โดยในไทยวางแผนขยายสาขาใหม่ท็อปส์ 8-10 สาขา, GO Wholesale 2 สาขา และไทวัสดุ 3-5 สาขา ส่วนในประเทศเวียดนาม มีแผนขยายสาขาศูนย์การค้า GO! 1 สาขา, ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 2 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! 6 สาขา พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในตลาดอาเซียนอื่น ๆ อย่างรอบคอบ

 โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 4-5% และ EBITDA ที่ 5-7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินอย่างมีวินัยเพื่อสร้างยอดขายและกำไรที่มีคุณภาพ รักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในอนาคต พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

“เพราะลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ เซ็นทรัล รีเทลจึงไม่หยุดนิ่งในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการให้ก้าวล้ำยิ่งกว่าเดิม ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งและตรงใจ ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งไทยและระดับภูมิภาค บนเจตนารมณ์ ‘Retail & Wholesale for All’ ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับทุกภาคส่วน ”  นายสุทธิสาร กล่าวสรุป

เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ผู้นำธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format, Multi-Category Omnichannel Retail and Wholesale Platform) ในประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,723 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel

โดยธุรกิจหลักครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่

(1) กลุ่มฟู้ด จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่  ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ โก ไฮเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี / GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต  มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท

(2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และe-Book ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ  ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม

(3) กลุ่มแฟชั่น จำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป  

(4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ ให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น  โรบินสันไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม

โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 63 จังหวัด และ ประเทศเวียดนามทั้งหมด 26 จังหวัด