บางครั้ง ก็รู้สึกสงสาร'สำนักงานกองทุนประกันวินาศภัย' ...สงสารเพราะต้องรับงานต่อในการจัดการเรื่องเคลมกรณีที่บริษัทประกันล้ม...ด้วยกำลังคนที่น้อย และเงินในกองทุนที่มีไม่เพียงพอ จึงทำให้หนักใจ... แต่เป็นความหนักใจที่อ้าปากบอกใครไม่ได้.... **ด้วยภารกิจที่ยังล้นมาตั้งแต่บริษัทประกันอื่นๆ ที่ล้มไปก่อนหน้านี้ ที่ยังแก้ไม่จบ...บวกกับที่ล้มใหม่ๆ สำนักงานประกันวินาศภัยแทบจะบอกว่า ไม่ไหวแล้ว... ** เอาล่ะ! เรามาดูกันว่า นับจาก บริษัทเอเชียประกันภัย และ บริษัทเดอะวันประกันภัย สังเวยประกันโควิดจนต้องล้มลงนั้น เป็นยังไงกันบ้าง?... *สิ่งที่เกิดตามมาหลังถูก คปภ. สั่งปิดกิจการ ก็คือ เรื่องการจ่ายเคลมประกันโควิดและการเคลมประกันประเภทอื่นๆ จะถูกโอนไปที่สำนักงานกองทุนประกันวินาศภัย ให้รับผิดชอบ ในการจ่ายค่าเคลม...จ่ายหรือดำเนินการแบบไหน? *กรมธรรม์ประกันโควิด : หากยังไม่หมดอายุ จะถูกยกเลิก และคืนเบี้ยประกันตามจำนวนวันคุ้มครองที่เหลืออยู่ หรือในกรณีที่ลูกค้าต้องการมีประกันโควิดต่อไป ลูกค้าจะต้องไปยื่นเรื่องเพื่อไปเปลี่ยนเป็นประกันโควิดแบบโคม่ากับบริษัทประกันอื่นๆที่เข้าร่วมโครงการเยียวยา ตามแนวทางที่ คปภ. กำหนดไว้...ส่วนลูกค้าที่ติดเชื้อโควิด ก่อนวันที่บริษัทถูกสั่งปิดกิจการ ลูกค้าคนนั้นจะต้องไปยื่นเรื่องใหม่กับสำนักงานกองทุนประกันวินาศภัยเพื่อขอรับค่าเคลม...ดูๆ แล้ว กรณีที่ยังไม่ติดเชื้อ ยุ่งยากไหมครับ? ...พอยุ่งยากแบบนี้ ผู้เอาประกันโควิดจำนวนมากที่ยังไม่ได้ติดเชื้อตัดสินใจทิ้งกรมธรรม์โดยไม่ขอรับเบี้ยคืนครับ... เหตุผลเกิดจาก...
ขอพูดถึงกรณีบริษัทอาคเนย์ประกันภัยกับประเด็นรถเบนซ์ที่เป็นลูกค้าของบริษัทฯ กับมอเตอร์ไซค์ของน้องหญิงที่เป็นผู้เสียชีวิตหน่อยครับ...ผมไม่แตะต้องว่า ใครเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิดครับ***...แต่ผมแค่มาบอกว่า ...อาคเนย์ประกันภัยยอมทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก...ยอมทำเรื่องที่จบง่ายให้ยืดเยื้อ...โดยความจริงแล้ว อาคเนย์ประกันภัยสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ โดยไม่ต้องถึงศาล และไม่ต้องมาถึงมือของคปภ. ...ที่สำคัญ สามารถจัดการได้โดยที่ไม่ทำให้เกิดข่าวในทางเสื่อมเสียต่อบริษัทฯ...***อาคเนย์ประกันภัยต้องจัดการอย่างไร?...คืออย่างนี้ครับ...ปกติเอาทางสังคมกันก็แล้วกัน ระหว่างรถยนต์กับมอเตอร์ไซค์ ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา รถยนต์จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่แล้ว...เสียเปรียบทุกกรณี...หากไม่มีภาพ ไม่มีกล้องวงจรปิด ที่ระบุถึงเหตุที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน รถยนต์จะกลายเป็นฝ่ายผิดเต็มประตูครับ...เมื่อเป็นเช่นนี้ กรณีที่เกิดขึ้นกับน้องหญิง ผมจึงคิดว่า อาคเนย์ประกันภัยไม่ควรสู้ตั้งแต่แรก ...หลังเกิดเหตุเมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 อาคเนย์ประกันภัยควรรีบไปถึงบ้าน แล้วก็จ่ายเงินไปเลย...*** การรีบจ่ายแบบนี้ ตัดปัญหาทั้งหมด...และได้ภาพในทางที่ดีด้วย...อย่างน้อย อาคเนย์ก็สามารถบอกได้ว่า ไม่เอาความถูกความผิดว่าใครเป็นคนก่อ แต่บริษัทขอจ่าย ถือว่าเป็นสินไหมฯกรุณากัน....ทำแบบนี้ได้ใจกว่าครับ...และไม่ลุกลามบานปลายมาถึงตอนนี้...*** แต่เมื่ออาคเนย์ประกันภัยไม่ยอมจัดการ ยอมสู้ ยอมหักไม่ยอมงอ...ถึงที่สุดก็เสื่อมเสีย และถึงที่สุดคปภ.ก็มีมติให้จ่าย แล้วถึงที่สุดอาคเนย์ก็ต้องยอมจ่ายแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้...เรื่องนี้ต้องบอกว่า เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการล้วนๆครับ...
โดย สิทธิ์ หลีขาว ไม่น่าเชื่อว่า นาทีนี้มีคนไทยใจกล้าหันมาซื้อบริษัทประกันภัย... ...คนๆ นั้นคือ 'โกเล็ก'เด็กกระบี่ อำเภอเหนือคลอง บ้านบางผึ้ง...ครับ ...โกเล็ก คือ 'คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก'...ที่กำลังเป็นเจ้าของ 'บริษัท พุทธธรรมประกันภัย' ...โดยสถานะตอนนี้ ของโกเล็กเรียกได้ว่า เป็นเศรษฐีครับ ...เขาเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือ M Group ซึ่งประกอบด้วย 20 บริษัท 1 สมาคม 1 สหกรณ์....โดยเป็นธุรกิจด้านท่องเที่ยว ด้านเทคโนโลยี ด้านสุขภาพ ธุรกิจออนไลน์ และประกันภัย ซึ่งก็คือพุทธธรรมประกันภัยที่ผมกำลังพูดถึง ...ขณะที่บริษัทอื่นๆที่รู้จักกันก็คือ กลุ่มบริษัทมัณดาวีต์ บริษัทเว็บสวัสดี ที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก ***ไม่กี่ปีก่อน โกเล็กปรากฎตัวผ่านสื่อบ่อยครั้ง หลังจากเขาหันมาช่วยสังคมด้วยการเปิดโครงการคืนคุณแผ่นดิน และเปิดแอพพลิเคชั่น M-Help Me ให้เป็นช่องทางในการทำงานเพื่อส่วนรวม...
ผมมีเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวโยงกับการทำประกันชีวิตมาบอกเล่าครับ ....อาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกับตัวเราเอง พ่อแม่ ญาติพี่น้องและคนที่เรารู้จัก... ...นั่นคือเรื่อง 'เงินที่เกิดจากการทำประกันชีวิตที่อยู่ในกองทุนประกันชีวิต' ...เป็นเงินอะไรหรือครับ? ...ก็คือเงินที่คนทำประกันชีวิตไม่ได้รับจากบริษัทประกันชีวิต ซึ่งมีหลายสาเหตุด้วยกัน...พอไม่ไปรับจากบริษัทประกันชีวิตเกิน 10 ปี บริษัทประกันชีวิตก็ต้องส่งเข้ามาอยู่ที่กองทุนประกันชีวิต.... ...ซึ่งเงินที่ว่านี้ เรียกกันว่า 'เงินจากกรมธรรม์ล่วงพ้นอายุความ' ซึ่งตอนนี้ค้างเติ่งอยู่ในกองทุนประกันชีวิต ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา จำนวน 1,300 ล้านบาท มาจากจำนวนคนทำประกันชีวิต 930,000 คน ...*** เอาล่ะ! มาดูกันว่า ยอดเงินที่ว่านี้ มาจากสาเหตุใดกันบ้าง? ...*1.ครบอายุสัญญา แต่บริษัทประกันติดต่อผู้ทำประกันชีวิตไม่ได้ เช่น ย้ายที่อยู่แต่ไม่แจ้งบริษัท ...*2.ผู้ทำประกันชีวิตเสียชีวิต แล้วทายาทไม่รู้ว่ามีการทำประกันชีวิตไว้ ...*3.ผู้ทำประกันชีวิตไม่ส่งเบี้ยฯ ต่อในช่วงที่สิ้นสุดปีที่ 2 หรือหยุดส่งเบี้ยในช่วงเข้าปีที่ 3 เป็นต้นไปของระยะเวลาการทำประกัน..แม้ความคุ้มครองจะขาดไปแล้ว แต่ช่วงเวลานี้จะมีมูลค่าเงินสดเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเงินจำนวนนี้ เป็นสิทธิที่ผู้ทำประกันชีวิตได้รับอยู่ ...*4.ผู้ทำประกันชีวิตได้รับเช็คจากบริษัทประกัน...
"เป็นบทเรียนที่เราไม่เคยคิดกันว่า ทุกอย่างในโลกหยุดหมด หยุดจริงๆ แล้วทำให้การหมุนเวียนทางการเงินหายไปด้วย" ...นี่เป็นความเห็นของ 'คุณนิพันธ์ เสมสันทัด' กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสตาร์ชัวร์ตี้ จำกัด บริษัทโบรกเกอร์ที่มีความเชี่ยวชาญงานประกันภัยสินค้า *คุณนิพันธ์บอกว่า ถ้ามองเรื่องการรับประกันโควิดในตอนนี้ โดยภาพรวมบริษัทประกันยังมีกำไรอยู่ เพราะจากคนติดเชื้อ 2,000 กว่าคน มีโคม่าเพียง 40 กว่าคนเท่านั้น ซึ่งถ้ามองตอนนี้ ถือว่าคลี่คลาย แต่ต่อไปไม่รู้ ...ในไทยไม่น่ามีปัญหา แต่ในเชิงความเสี่ยง เราไม่รู้ว่า ส่งประกันต่อไปที่ไหนกันบ้าง โดยเก็บไว้เองไม่เยอะหรอก ที่เหลือก็ส่งเมืองนอกกันหมด ส่วนไทยรีฯนั้น เขาไม่รับหรอก เพราะโดนมาเยอะตั้งแต่ตอนน้ำท่วม เลยพักการรับไปก่อน **สำหรับในต่างประเทศนั้น ถ้าดูตัวเลขคนติดเชื้อและเสียชีวิต ถือว่าสูงมาก ดังนั้น เขาหนักกว่าเรา ซึ่งอาจกระเทือนไปถึงบริษัทรับประกันต่อด้วย นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่บริษัทประกันในไทยต้องจำกัดการรับประกันโควิดและหยุดรับประกัน ..."คือไม่อยากให้ไปถึงเดือน 6...
เยอะทีเดียว 2 เดือนประกันโควิดขายไปกว่า7ล้านฉบับ ...ธุรกิจประกันชีวิตขายมาหลายสิบปี ขายไปได้เพียง 26 ล้านฉบับ...แต่นั่นแหละ นี่มันคนละสถานการณ์กัน... ...ความหวาดหวั่นต่อการติดโรค...แล้วก็เป็นโรคระบาดเสียด้วย จึงทำให้คนกลัว...ที่สุดก็ห่วงตัวเองห่วงสุขภาพ แล้วก็ต้องพกประกันติดตัวไว้ก่อน ...ที่สุดก็ต้องซื้อของใหม่อย่าง'ประกันโควิด'... ***จนถึงวันที่ 2 เมษา ครบ 2 เดือนของการขายประกันโควิด ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสนง.คปภ. บอกว่า ขายไปได้ถึง 7,121,651 ฉบับ รวมเบี้ย 3,041 ล้านบาท แต่เอาเข้าจริงเคลมไปแล้ว 9.56 ล้านบาท ...ยอดขายที่ว่านี้ เพิ่งมาเพิ่มหลังจากวันที่18 มีนาคมครับ...ซึ่งก่อนวันที่ 18 มีนามี ยอดขายเพียง 3 ล้านฉบับ เบี้ยแค่ 1,000 ล้านบาท ...ทำไม ยอดขายถึงเพิ่มขึ้น ? ...สาเหตุมาจาก...
พอเห็นอิตาลีตายกันเยอะ ก็เลยพูดกันว่า โควิด-19 ที่อิตาลีกลายพันธุ์.... แต่เรื่องนี้ แพทย์ออกมายืนยันว่า โควิด-19 ที่อิตาลีไม่ได้รุนแรงไปกว่าเชื้อโควิดที่กำลังระบาดในไทยและประเทศอื่นๆ...โดยเหตุผลที่อิตาลีมีคนติดเชื้อ ตายกันเยอะ เพราะระบบสาธารณสุขที่มีอยู่ไม่สมดุลย์กับจำนวนผู้ติดเชื้อ... เอาง่ายๆจำนวนโรงพยาบาลและจำนวนเตียงไม่เพียงพอกับคนติดโรค... ระบบสาธารณสุขตามความเข้าใจของผม น่าจะหมายถึงโรงพยาบาล แพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์...พวกอย่างนี้ที่อิตาลีไม่เพียงพอต่อจำนวนคนติดเชื้อครับ.... แล้วในไทยล่ะ! ผมลองหาข้อมูลมาดู ...น่าจะเป็นข้อมูลปี 2560 ซึ่งไม่ได้อัพเดทมากนัก เรามีโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนทั่วประเทศ เอาตัวเลขกลมๆอยู่ที่ 1400 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดรัฐ มีจำนวนเตียง 122,470 เตียง โรงพยาบาลเอกชน จำนวน 34,600 เตียง และถ้าคิด รพ.สต. ที่กระจายอยู่ทุกตำบล ก็มีอีก 9,860 แห่ง... บวกกับเจ้าหน้าที่บริการทางการรักษาพยาบาลและบุคลากรที่เกี่ยวข้องอีก 180,000 คน... ดูรวมๆกันทั้งหมด ทั้งจำนวนโรงพยาบาล เตียงและเจ้าหน้าที่ ก็เยอะอยู่นะครับ.... แต่นั่นแหละ จำนวนเตียงที่มีอยู่รับแขกไปจำนวนหนึ่งแล้ว...ดังนั้น จึงเหลืออีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งไม่น่าถึงครึ่ง...แล้วเมื่อนำจำนวนเตียงมาพูดถึงการกักตัวหรือการรักษาพยาบาลคนที่ติดเชื้อโควิด-19 มันก็ไม่เหมือนกับการรักษาคนไข้ทั่วไป ซึ่งจะปะปนกันไม่ได้...ดังนั้นจำนวนเตียงที่พอมีเหลืออยู่จึงนำมาคิดทั้งหมดไม่ได้.... ทางออกของเราในเรื่องนี้...
มติ ครม. ในเรื่องมาตรการแก้ปัญหาจากโควิด 19 สำหรับแรงงานนอกระบบประกันสังคม มีเรื่องประกันสุขภาพอยู่ด้วย โดยเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนภาษี จากค่าเบี้ยประกันสุขภาพ โดยเพิ่มวงเงินหักลดหย่อน ค่าเบี้ยประกันสุขภาพจากเดิมตามจ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาท เป็นไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับการหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิต และ เงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปก็คือ มาตรการเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีเงินได้จากเบี้ยฯประกันสุขภาพที่ว่านี้ เป็นมาตรการใช้บังคับครอบคลุมทุกคน ทุกอาชีพหรือไม่ เพราะโดยปกติ การออกมาตรการลักษณะนี้ ไม่น่าจะเกิดเฉพาะกลุ่มบุคคล
'ประกันโควิดมีกลิ่น' ...เป็นกลิ่นไม่สุจริตจากผู้ซื้อครับ...ไม่ใช่บริษัทประกันที่เป็นผู้ขาย... ***เรื่องแบบนี้ 'สมาคมประกันวินาศภัยไทย'และ 'คปภ.'ถึงกับออกมาเตือนว่า 'หากมีการทำประกันโควิดแบบไม่สุจริต มีโทษ'ครับ ...คุณอานนท์ วังวสุนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยบอกว่า การทำประกันคือการป้องกันความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยงของตัวเราเอง ไม่ใช่ทำประกันเพื่อการเสี่ยงโชค ดังนั้นถ้าทำประกันโควิดเพื่อเสี่ยงโชค เจตนานำพาตัวเองไปให้ติดเชื้อ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 แล้วจะได้รับเงินจากบริษัทประกัน ถ้าทำแบบนี้ แล้วตรวจสอบพบ มีโทษแน่นอน.... ***ขณะที่คุณสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการทิพยประกันภัยก็พูดเรื่องเดียวกันนี้ครับโดยบอกว่า คนที่ไม่สุจริตจะพุ่งเป้าไปที่การทำประกันโควิด แบบที่คุ้มครองเจอจ่ายจบ.... ...ผมคิดว่า เราอาจบอกว่า ใครจะบ้าอยากติดเชื้อโควิด...แต่ผมคิดว่า มีอยู่จริงครับ...ยิ่งไม่ตายแล้วมีโอกาสรักษาหาย มันก็มีโอกาสที่มีคนคิดแบบนี้...พอแพทย์บอกติดเชื้อก็เข้าข่ายรับเงินความคุ้มครองเจอแล้วจ่ายเลย....เรื่องแบบนี้ในประเทศไทยหรือประเทศไหนๆก็เกิดขึ้นได้ครับ ถ้าคนเราไม่สำนึกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมกัน ***ถามว่า ทำประกันโควิดอย่างไรให้ดูดีและเหมาะสม?...ทุกบริษัทประกันจะบอกเหมือนๆกันว่า 'ตามความเหมาะสมของเราเอง แต่ไม่ควรเกิน2ฉบับ'... ...ใช่ครับ...เฉพาะประกันโควิด1-2ฉบับก็เพียงพอแล้ว ถ้ามากกว่านี้ไม่เหมาะครับ แม้รวยมีตังค์เยอะ ซื้อเท่าไหร่ก็ได้ ก็ไม่ควรทำ... ...สำหรับคนไม่มีตังค์มากมาย ไม่มีประกันใดๆติดตัวอยู่เลย ทำแค่หนึ่งก็โอเคแล้ว เบี้ย99-150บาท/ปี... ***เรื่องประกันโควิด มีทนายบางคนบอกอีกว่า บริษัทประกันคิดเบี้ยแบบมั่วๆทำออกมาขายแบบมั่วๆ แล้วก็ห่วงว่า บริษัทประกันจะโกง...ขอบอกว่า...
เช้านี้ยาวๆกับ 'ประกันโควิด-19'ครับ ...ถ้าพาดหัวข่าว ต้องบอกว่า "แห่ซื้อ"ครับ... ***ผลจากการแห่ซื้อผ่านระบบออนไลน์ ทั้งซื้อผ่านเว็บของบริษัทประกันเจ้าของสินค้า ทั้งผ่านเว็บของบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัย...ปรากฎว่า เมื่อวาน(17มีนาคม)เข้าไม่ได้กันครับ..ซื้อไม่ได้...เว็บล่ม และทุกบริษัทแจ้งผ่านหน้าจอว่า "มีผู้เข้าใช้บริการมาก ทำให้ระบบขัดข้อง" ...*** เอาความจริงกับเรื่องนี้นะครับ...เว็บล่ม ระบบออนไลน์ขัดข้อง มีสาเหตุครับ ...*หนึ่ง : คนต้องการทำประกันโควิดมาก แล้วคนเข้าใช้บริการมาก เป็นความจริงครับ เพราะเมื่อเข้าใจพร้อมๆกันเยอะๆ ถ้าระบบไม่สามารถรองรับได้ ก็ติดขัดได้ ...*สอง : บริษัทประกันเจ้าของสินค้า กำหนดจำนวนลูกค้าไว้ครับว่า สินค้าในล็อตนี้ต้องการลูกค้ากี่ราย ซึ่งในกรณีของประกันโควิดก็กำหนดเช่นเดียวกันว่า สินค้าแบบนี้ ราคาเท่านี้ ความคุ้มครองขนาดนี้ ควรมีลูกค้าที่ทำประกันกี่คนรวมความคุ้มครองประมาณเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องปกติของธุรกิจประกัน เพราะเป็นธุรกิจรับความเสี่ยง...ขณะเดียวกันเป็นเรื่องที่เป็นไปตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทรับประกันภัยต่อด้วย....ขอบอกว่า บริษัทประกันเจ้าของสินค้าไม่ได้รับความเสี่ยงไว้เองทั้งหมดครับ ต้องส่งต่อให้บริษัทประกันภัยต่อช่วยรับไปด้วย เป็นการกระจายความเสี่ยงครับ ...สาม : ระบบออนไลน์ล่มหรือขัดข้อง เกิดจากบริษัทประกันเจ้าของสินค้า ต้องการปรับปรุงตัวสินค้า นั่นคือ...

ติดตามเราได้ที่

4,892แฟนคลับชอบ
611ผู้ติดตามติดตาม

E-Magazine

Thailand Insurance News

Thailand Insurance News

พูดคุย และ ดูแลด้วยมิตรภาพ

I will be back soon

Thailand Insurance News
สวัสดีค่ะ 👋
ต้องการสอบถาม ข้อมูลด้านไหนดีคะ
Messenger