CIMBT แนะวางแผนเรียนต่างประเทศ ด้วยการลงทุนตราสารหนี้

0
17

ธนาคาร CIMB THAI จัดสัมมนา Overseas Education x Financial Solution เปิดเส้นทางสู่การศึกษาต่อต่างประเทศอย่างมั่นใจ” สร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้ปกครอง  ในวันที่ค่าเล่าเรียนต่างประเทศพุ่งต่อเนื่อง แตะหลักหลายสิบล้านบาทต่อครอบครัว ด้วยแนวคิด “วางแผนการศึกษาด้วยการลงทุนผ่านตราสารหนี้” ที่ช่วยเปลี่ยนภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ให้กลายเป็น “กระแสเงินสดที่วางแผนได้”

‘การศึกษา – การลงทุน’ ต้องเดินไปด้วยกัน

ภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head, Affluent & Wealth Management ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากคำถามส่วนใหญ่ที่ผู้ปกครองหลายคนถามตรงกันคือ ส่งลูกไปเรียนต่อต่างประเทศที่ไหนดี  สหรัฐหรือสวิตเซอร์แลนด์ และต้องจัดสรรเงินอย่างไรให้เพียงพอ ธนาคารจึงเชิญผู้เชี่ยวชาญ ร่วมงานสัมมนาให้ความรู้ Overseas Education x Financial Solution เปิดเส้นทางสู่การศึกษาต่อต่างประเทศอย่างมั่นใจ’ ผสานกับผู้เชี่ยวชาญ CIMB THAI แนะนำการเตรียมความพร้อม ต้นทุนค่าการศึกษาด้วยการวางเงินลงทุนให้ตรงจุดด้วยการลงทุนผ่านตราสารหนี้  ซึ่งผลตอบแทนที่งอกเงยสามารถครอบคลุมค่าเล่าเรียนตลอดเส้นทาง และเมื่อลูกหลานเรียบจบเงินต้นอยู่ครบ หรือเรียกว่าออกแบบแผนเรียนฟรี

เรียนอินเตอร์แตะ 20 ล้านบาท

เรียนฟรีได้ ถ้าวางเงินถูกจุด

เอกวิทย์ เมธีเจริญวงศ์ Coverage & Channel, Treasury & Markets ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า การลงทุนด้านการศึกษาให้ผลตอบแทนดีที่สุดในระยะยาว  ซึ่งค่าเทอม High School (อินเตอร์ในไทย) เฉลี่ยประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี โดยมีระยะเวลาการเรียน 6 ปี ส่วนการศึกษาต่อปริญญาตรีในต่างประเทศ เฉลี่ยค่าเทอมประมาณ 3.5 ล้านบาทต่อปี โดยมีระยะเวลาการเรียน 4 ปี รวมทั้งเส้นทางตลอด 10 ปี ประมาณ 20 ล้านบาทและมีแนวโน้ม ‘เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง’

CIMB THAI เสนอสูตรคิดใหม่ เปลี่ยนจากเก็บเงินก้อนเพื่อจ่ายค่าเรียน เป็นการวางเงินให้ถูกจุดเพื่อสร้างรายได้แทน ซึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือพันธบัตรและหุ้นกู้ เพราะความเสี่ยงต่ำ ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ สามารถคาดการณ์กระแสเงินสดได้ชัดเจน เหมาะวางแผนค่าใช้จ่ายที่ต้องการเงินสดที่แน่นอน

ตัวอย่างจริง ของการแผนการศึกษา 10 ปี ที่ต้องใช้เงิน 20 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 2 ล้านบาท หากวางแผนการใช้เงินจะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้หลักสิบล้านบาท และรักษาเงินเงินต้น หรือเทียบเท่ากับการเรียนฟรี

กรณี ฝากเงิน ได้ดอกเบี้ย 1%  ต้องใช้เงินต้น 200 ล้านบาท เพื่อสร้าง 2 ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าหากลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 2.6% จะใช้เงินต้นลดลงมาที่ 77 ล้านบาท ขณะที่การลงทุนในหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดีที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3–4% จะใช้เงินต้นลดลงมาเหลือ 50–67 ล้านบาท โดยได้รับผลตอบแทนในระดับเดียวกัน และยังคงได้รับเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนด ลูกหลานเรียนจบ เงินต้นอยู่ครบ สะท้อนให้เห็นว่าแค่เปลี่ยนที่วางเงิน ก็ช่วยลดเงินต้นลงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากตราสารหนี้ในประเทศ การลงทุนหุ้นกู้ต่างประเทศ (Offshore Bonds) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นกู้ในประเทศ CIMB THAI เชื่อมต่อโอกาสการลงทุน ด้วยความแข็งแกร่งของเครือข่าย CIMB Group ในระดับภูมิภาค เพื่อเข้าถึงผลิตภัณฑ์ Offshore ทั้งหุ้นกู้ต่างประเทศ และ หุ้นกู้อนุพันธ์ต่างประเทศ ครอบคลุมสินทรัพย์และตลาดชั้นนำทั่วโลก ที่มาพร้อมกับ Ecosystem ครบวงจร เช่น บริการแลกเปลี่ยนตราเงินต่างประเทศ (FX Services) อัตราพิเศษ, Investment Advisory เฉพาะบุคคล รวมถึง ‘CIMBweBOND Club’ สำหรับนักลงทุนหุ้นกู้  ซึ่งมีกิจกรรมสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของเยาวชนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น CIMBweBOND Concert ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถและสร้างผลงานเพื่อใช้เป็นพอร์ตโฟลิโอในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

สวิตเซอร์แลนด์ ระบบนิเวศของความสำเร็จ

อภิชาติ อัสสกุล ผู้ก่อตั้งและกรรมการด้านการศึกษาต่อต่างประเทศ Swiss School Consultants เปิดเผยว่า เส้นทางการศึกษาเดิมที่คุ้นเคยมี 2 ระบบ คือ ระบบสหรัฐ ระบบอังกฤษ แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปเร็วมาก จึงอยากให้มองยุทธศาสตร์การศึกษาที่เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงระดับโลก อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่มีระบบนิเวศของความสำเร็จ ไม่เคยมีสงคราม-รัฐประหาร เป็นที่ตั้งองค์กรระดับโลก ผลิตผู้นำต่อเนื่องมานานถึง 150 ปี รถไม่ติด กิจกรรมนอกห้องเรียนดีกว่าอ่านจากตำราหลายเท่า โรงเรียนในสวิตเซอร์แลนด์ออกแบบมาให้มีความหลากหลาย จำกัดจำนวนนักเรียนแต่ละสัญชาติไม่ให้เกิน 10% นักเรียน 100 สัญชาติใช้ชีวิตร่วมกันเป็นพลเมืองโลกอย่างแท้จริง เมื่อประกอบเข้ากับทักษะ 3-4 ภาษา และมิติทางความคิดจะยิ่งเพิ่มศักยภาพนักเรียนขึ้นอีก 20%

ดังนั้น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นมากกว่าการเรียนแต่เป็นโรดแมป 10 ปี กลยุทธ์ของชีวิต เริ่มตั้งแต่อายุ 13-14 ปีสมองเปิดรับภาษาใหม่ๆ อายุ 15-16 ปี พัฒนาความรู้ และ 17-18 ปี เตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในสหรัฐ และอังกฤษ

สหรัฐอเมริกา หลากหลาย ยืดหยุ่น เน้นเรียนในห้องและนอกห้อง

นภกานต์ วรรธนะกุล ที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อต่างประเทศ Athena Consulting เปิดเผยว่า  นักเรียนไทยยังมีแนวโน้มเลือกศึกษาต่อในสหรัฐ  จากจุดเด่นที่มีความหลากหลายของหลักสูตร และความยืดหยุ่นที่เปิดโอกาสให้นักเรียนค้นหาความสนใจก่อนตัดสินใจเลือกสาขา อีกทั้งมหาวิทยาลัยในสหรัฐแข็งแกร่งในหลายสาขา เช่น Engineering, Business, Humanities, Science, Design และ Music พร้อมรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นทั้งในและนอกห้องเรียน เพื่อทดลอง ค้นหา ต่อยอดความสนใจทางวิชาการที่หลากหลายในช่วงแรก ก่อนกำหนดสาขาที่ต้องการศึกษาอย่างจริงจัง อีกทั้งมีโอกาสเข้าร่วม study abroad programs ไปเรียนต่างประเทศ เพื่อเปิดมุมมองและค้นหาความสนใจของตนเองในบริบทที่หลากหลาย

การสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในสหรัฐ ซับซ้อนและแข่งขันสูง พิจารณาผลการเรียนควบคู่ประเมินผู้สมัครแบบรอบด้าน กิจกรรมนอกห้องเรียน ความแตกต่าง การมีส่วนร่วม สำคัญคือการมี passion และความคิดริเริ่ม ความเป็นผู้นำ และความต่อเนื่องของบทบาทที่ทำ ซึ่งต้องอาศัยการวางแผนและพัฒนาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ช่วงต้นของมัธยมศึกษา ดังนั้นผู้สมัครจำเป็นต้องเตรียม Portfolio ที่สะท้อนตัวตนและพัฒนาการอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

Essays เป็นองค์ประกอบสำคัญกระบวนการสมัคร ถ่ายทอดตัวตน และ วิธีคิด (mindset) ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องการเข้าใจอย่างลึกซึ้ง มากกว่าข้อมูลเชิงผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว โดยแต่ละมหาวิทยาลัยมักมีโจทย์และความคาดหวังที่แตกต่างกัน ผู้สมัครจึงต้องเตรียมงานเขียนให้สอดคล้องกับแต่ละแห่งอย่างเฉพาะเจาะจง จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ท้าทายและควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ

ชญานิษฐ์ เศรษฐบุตร ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ยกตัวอย่างว่า Stanford มีผู้สมัครกว่า 50,000 คนต่อปี แต่รับเพียง 3,000 คน เริ่มจากดูว่าผ่านเกณฑ์ GPA และ SAT หรือไม่ ก่อนจะดูตัวตนของผู้สมัครว่าใช้เวลาไปกับอะไร มี นักเรียนไทยคนหนึ่งสนใจด้านการเงิน เห็นปัญหาคนไทยขาดความรู้เรื่องการลงทุน จึงจัดเวิร์กช็อปให้ความรู้ และต่อยอดทำคอนเทนต์ YouTube ร่วมกับสถาบันการเงิน รวมถึงขยายไปยังโรงเรียนต่างจังหวัด ต่อยอดด้วยการเขียนหนังสือสอนการออมเงินสำหรับเด็ก มหาวิทยาลัย Stanford ชอบมากเพราะเห็นทั้ง passion และความตั้งใจช่วยสังคม

แต่ละมหาวิทยาลัยมีเกณฑ์และ “คาแรกเตอร์” ของนักเรียนที่มองหาแตกต่างกัน

  • Princeton เน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ โดยเฉพาะสายวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
  • MIT มองหานักเรียนที่โดดเด่นด้านวิทย์-คณิตในระดับสูง เช่น ผู้แข่งขันระดับ International Olympiad
  • Harvard ให้ความสำคัญกับผู้นำในอนาคต (future leaders) เช่น นักการเมือง นักเศรษฐศาสตร์ หรือผู้นำระดับประเทศ
  • Stanford มองหานักคิดเชิงนวัตกรรมและผู้ประกอบการ (startup mindset)
  • Yale ให้ความสำคัญกับชุมชน ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และการมีส่วนร่วมในสังคม
  • University of Chicago เด่นด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน และธุรกิจ มีนักวิชาการระดับรางวัลโนเบลจำนวนมาก
  • Northwestern และ Duke มีชื่อเสียงด้านชีวิตในมหาวิทยาลัยและบรรยากาศแคมปัส รวมถึงกีฬา เช่น บาสเกตบอล
  • Johns Hopkins มีชื่อเสียงระดับโลกด้านการแพทย์
  • Columbia (Journalism) โดดเด่นด้านวารสารศาสตร์
  • UPenn (Wharton) เป็นที่รู้จักอย่างมากด้านธุรกิจและการเงิน

คำเตือน : ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (พันธบัตร, หุ้นกู้, หุ้นกู้ต่างประเทศ,หุ้นกู้อนุพันธ์แฝง) เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และขอคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุน