นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MSIG เปิดเผยว่า ในปี 2569 ตั้งเป้าการเติบโตในภาวะวิกฤติ ไม่ต่ำกว่า 12% จากปี 2568 มีเบี้ยประกันภัย อยู่ที่ 5,680 ล้านบาท เติบโต15% กำไรหลังหักภาษี (PAT) อยู่ที่ 224 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีเบี้ยรวมประมาณ 4,900 ล้านบาท ซึ่งผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่สร้างผลการเติบโตที่มากที่สุด ในด้านยอดขาย มีการเติบโต ทั้งนี้หากไม่เกิดภาวะ น้ำท่วมที่หาดใหญ่ และกรณีแผ่นดินไหว ในปีที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานจะดีกว่านี้
สำหรับในปี 2569 บริษัทมีเป้าหมายคือ ประกันภัยรถยนต์ จะมีสัดส่วนพอร์ตงานรับประกันไม่มากกว่า 50% ที่สำคัญประกันภัยการเดินทางจะต้องรักษาส่วนแบ่งตลาดของทั้งอุตสาหกรรมเป็นอันดับหนึ่ง ให้ได้เหมือนเดิม ประกอบกับต้องมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น พร้อมกับมีส่วนแบ่งตลาดที่มากขึ้นด้วย จากปี 2568 มีส่วนแบ่งตลาด อยู่ที่ 25% เพิ่มเป็น 30% ให้ได้
นอกจากนี้ ยังจะมีการนำระบบ “MSIG BizLink” มาใช้เพื่อ ยกระดับตัวแทนนายหน้า เดินหน้าสู่ยุคประกันภัยดิจิทัลครบวงจร ทั้งนี้ MSIG BizLink เป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนการทำงานของตัวแทนและนายหน้าประกันภัย ที่มาพร้อมกับโซลูชันรวมทุกฟังก์ชันสำคัญไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่การเปรียบเทียบแผนประกันภัย การจัดทำใบเสนอราคา ไปจนถึงการออกกรมธรรม์และการชำระเงิน รวมถึง ยังมีระบบรองรับการบริหารการจัดการที่ครอบคลุม อาทิ การปรับแต่งโปรไฟล์ผู้ใช้งาน จัดเก็บและบริหารฐานข้อมูลตัวแทน/นายหน้า อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารวงเงินเครดิต รวมถึงการค้นหาและพิมพ์กรมธรรม์ได้อย่างสะดวกในระบบเดียว
การแพลตฟอร์มนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ MSIG ในการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อนการทำงานสู่ความสำเร็จของคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบกับ บริษัทจะเพิ่มการรับรู้แบรนด์ MSIG ประกันภัย ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนมากขึ้น
ขณะที่ในช่วงไตรมาสแรก ปี 2569 ที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยประกันภัยอยู่ประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยตั้งเป้ามีเบี้ยประกันภัยการเดินทาง 1,000 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกมีเบี้ยแล้ว 250 ล้านบาท เติบโต 40% ซึ่งในปี 2568 มีจำนวนลูกค้าประกันภัยการเดินทาง ที่ประมาณ 1.4 ล้านราย เป็นลูกค้าที่ผ่านช่องทางการขายของบริษัทเอง โดยเป็นลูกค้าที่เดินทางท่องเที่ยวเอง ประมาณ 600,000 ราย ส่วนที่เหลือ 800,000 ราย มาจากพาร์ทเนอร์ ที่เป็นบริษัททัวร์ โดยประเทศที่มีการเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดคือ ประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 23% รองลงมาเป็นประเทศจีนที่มาแรง หลังจากฟรีวีซ่า จากเดิมที่อยู่อันดับ 6 –8 เกือบเท่ากับญี่ปุ่นแล้ว ถัดมาก็เป็น เกาหลี ใต้หวัน ฮ่องกง ฯ โดยคาดว่าในไตรมาส 2 สัดส่วนเบี้ยประกันภัยการเดินทางต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ความท้าทายจากความเสี่ยง
ทั้งนี้ MSIG Asia เดินหน้าต่อยอดความเป็นผู้นำประกันภัยการเดินทางในภูมิภาคเอเชีย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ได้ร่วมมือกับ Ancileo ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการเดินทางโดยเฉพาะ โดยเชื่อมต่อประกันภัยการเดินทางของ MSIG เข้ากับแพลตฟอร์มของสายการบินหรือผู้ให้บริการจองการเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ (embedded insurance) ส่งผลให้นักเดินทางเข้าถึงประกันภัยการเดินทางได้ทันทีระหว่างกระบวนการจองตั๋วเครื่องบิน ปัจจุบัน MSIG มีความร่วมมือกับ Scoot ผ่านแพลตฟอร์มของ Ancileo เพื่อให้บริการประกันภัยการเดินทางของสายการบิน
สำหรับจุดเด่นประกันภัยการเดินทางของ MSIG ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม และบริการหลังการขาย ที่สร้างความอุ่นใจให้นักเดินทาง ผ่านบริการดังนี้ MSIG ASSIST ผู้ช่วยการเดินทางตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ให้บริการช่วยเหลือทางการแพทย์และการเดินทาง โทร +66 2039 5704 หรือ Free Wifi Calling ผ่าน Line OA: MSIGThailand ,MORDEE TELEMEDICINE ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน MorDee ได้ตลอด 24 ชั่วโมง , ระหว่างอยู่ต่างประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมคุ้มครองค่ายาตาม Medical Report แต่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อการเดินทางแต่ละครั้ง •MSIG EASY LOUNGE สิทธิลงทะเบียนเข้าใช้ห้องรับรองสนามบินกว่า 1,700 แห่งทั่วโลก เมื่อเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงลงทะเบียนสิทธิ์ก่อนบิน • MSIG CASHLESS OPD IN JAPAN บริการนัดหมายเข้ารับบริการผู้ป่วยนอก (OPD) โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ในประเทศญี่ปุ่น
นายรัฐพล กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 มุ่งการบริหารพอร์ตรับประกันภัย บริษัทยังคงยึดนโยบายรักษาสมดุลระหว่างประกันภัยรถยนต์และประกันภัยประเภทอื่น (Non-Motor) ตั้งเป้าให้สัดส่วนประกันรถยนต์ไม่เกิน 50-55% ของพอร์ตทั้งหมด ข้อมูลล่าสุดระบุว่าพอร์ตรับประกันภัยของบริษัทประกอบด้วย ประกันรถยนต์ 48% และประกันอื่นๆ 52% อาทิ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลและเดินทาง 28% ทรัพย์สินและโรงงาน 12% การขนส่งหรือมารีน 9% และควบคุม Loss ratio ให้อยู่ในระดับ 60%
ส่วนนโยบายในการรุกตลาดประกันภัยรถยนต์ EV นั้น บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาในการทำตลาด เนื่องจากยังมีภาวะปัจจัยเสี่ยงอยู่พอสมควร แม้ในปัจจุบันทิศทางการเติบโตของตลาดนี้จะขยายตัวมากขึ้นมาก จากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน แต่บริษัทขอศึกษาให้ดีเสียก่อน ทั้งนี้พบว่าอัตราความเสียหาย (Loss ratio) พุ่งสูงกว่า 100% แต่คาดว่าจะสรุปได้ประมาณ ไตรมาส 3 ทั้งนี้ ยอดขายรถ EV ในช่วงปีที่ผ่านมาพุ่งสูงถึง 130,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีเพียง 80,000 คัน โดยส่วนใหญ่เป็นแบรนด์จากประเทศจีนถึง 60%
นอกจากนี้ ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ในปี 2569 MSIG จะยกระดับการนำระบบอัตโนมัติ RPA มาใช้ในการออกกรมธรรม์ ซึ่งปัจจุบันสามารถทำได้รวดเร็วถึง 2,500 กรมธรรม์ภายในคืนเดียว และยังได้เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่สำหรับ “ตัวแทนและนายหน้า” ที่ใช้เวลาพัฒนากว่า 8 เดือน เพื่อให้คู่ค้าสามารถเสนอราคาและออกกรมธรรม์ให้ลูกค้าได้ทันทีผ่านระบบออนไลน์ พร้อมระบบชำระเงินที่เบ็ดเสร็จในที่เดียว เพื่อสร้างประสบการณ์การใหม่ ให้กับลูกค้า
นายรัฐพล ยังกล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการขอบคุณและตอบแทนลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจกว่า 10 ปีในผลิตภัณฑ์ประกันภัยเดินทางต่างประเทศของบริษัท MSIG เตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่ “MSIG Fan Fest 2026” พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อประกันภัยการเดินทาง MSIG Travel Easy Plus ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2569 ดังนี้
ต่อที่ 1 มีสิทธิรับ Starbucks e-Coupon มูลค่าสูงสุด 600 บาทต่อท่าน และ
ต่อที่ 2 รับสิทธิ์ลุ้นบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตจำนวน 600 ที่นี่ง (2 ที่นั่งต่อ 1 สิทธิ์) โดยผู้เอาประกันภัย 1 ท่าน จะได้รับ 1 สิทธิ์ในการลุ้นรับบัตรคอนเสิร์ต ทั้งนี้ต้องชำระเบี้ยประกันภัย และไม่มีการยกเลิกกรมธรรม์
ผู้โชคดีจะได้ร่วมสนุกกับศิลปินแถวหน้าของไทย ได้แก่ โบกี้ไลอ้อน ธามไท Tattoo Color และเจ เจตริน ในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ โดยกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของบริษัทฯ ในการสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าความคุ้มครอง แต่คือความผูกพันและความประทับใจที่เติบโตไปพร้อมกันกับลูกค้า





