ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ส่องปัจจัยชี้ชะตาราคาทองคำ ครึ่งปีหลัง 2569

0
47

ตลาดทองคำในช่วงครึ่งแรกของปี 2569  ผันผวนค่อนข้างมาก โดยราคาปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงต้นปี ก่อนจะปรับตัวลงอย่างมากในเวลาต่อมา สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยขับเคลื่อนตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แรงกดดันสำคัญของตลาดทองคำมาจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งผลักดันราคาพลังงานและเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

จะเห็นว่า แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังมีความเสี่ยงสูงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ แต่ทองคำกลับไม่ได้รับแรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมากเท่าที่เคย เนื่องจากนักลงทุนให้น้ำหนักกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินมากกว่า

ช่วงครึ่งปีหลัง ทิศทางราคาทองคำยังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตะวันออกกลางและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด เป็นสำคัญ หากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายได้ก่อนสิ้นปี เฟดก็ไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย อาจช่วยแรงกดดันตลาดทองคำ

4 ปัจจัยหลักขับเคลื่อนราคาทองคำ

ทองคำนอกจากเป็นเครื่องประดับเพื่อความสวยงามแล้ว ยังเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนนิยมถือครองเพื่อกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน การเคลื่อนไหวของราคาทองคำจึงขึ้นอยู่ทั้งกับอุปสงค์เพื่อการบริโภค ตลอดจนปัจจัยทางเศรษฐกิจและภาวะตลาดการเงินที่ส่งผลต่อความต้องการถือครองทองคำของนักลงทุน

โดยตั้งแต่ในช่วงปี 2562 เป็นต้นมา ปัจจัยสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนราคาทองคำ  ได้แก่

1.การคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ฯ หากตลาดคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลง ทองคำมักได้รับความสนใจมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามหากคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น ราคาทองคำมักถูกกดดัน เพราะทองคำไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นอกจากนี้ การคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยเฟดอาจขยับสูงขึ้นมักทำให้เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น ซึ่งส่งผลให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และอาจทำให้ความต้องการทองคำลดลง

2.ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น และสนับสนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น

3.อัตราเงินเฟ้อ ในช่วงที่เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่าดอกเบี้ย ทองคำจะถูกมองเป็นสินทรัพย์รักษามูลค่า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อที่เร็วกว่าดอกเบี้ยทำให้มูลค่าเงินลดลง ทองคำจึงเป็นที่ต้องการมากขึ้น ราคาทองคำจึงปรับสูงขึ้น

4.ความต้องการทองคำ ทั้งเพื่อบริโภคเป็นเครื่องประดับ เพื่อการผลิตที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และความต้องการเพื่อการลงทุนของนักลงทุนรายย่อย กองทุน และธนาคารกลาง ในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง ซึ่งปริมาณความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นทำให้ราคาทองคำปรับเพิ่มสูงขึ้น

หลายปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะปานกลาง

ภายใต้ความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ ทองคำยังมีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของนักลงทุน โดยเฉพาะแรงซื้อเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลางที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำในระยะปานกลาง

หากพิจารณาการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ กับความต้องการในช่วงที่ผ่านมาพบว่า บทบาทของความต้องการเพื่อการลงทุนมีความสำคัญเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ โดยเฉพาะช่วงหลังจากที่เฟดเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนช่วงเดือนก.ย. 2567 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำปรับเพิ่มสูงขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลายครั้งในช่วงต่อมา

ทั้งนี้ สัดส่วนความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 65% เมื่อเทียบกับความต้องการทองคำทั้งหมด (ไม่รวม OTC) ณ เดือนมี.ค. 2569 จากที่มีสัดส่วนประมาณ 48% ในเดือนก.ย. 2567 โดยมีแรงผลักดันจากการซื้อทองคำของนักลงทุนรายย่อยในลักษณะทองคำแท่งและเหรียญทอง และกองทุน ETFs ซึ่งมีพฤติกรรมซื้อขายตามความเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงนั้น

ขณะที่ความต้องการทองคำอีกส่วนมาจากการซื้อของธนาคารกลาง ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2565 ธนาคารกลางและสถาบันอื่น ๆ มีค่าเฉลี่ยความต้องการซื้อทองคำเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,018 ตันต่อปี เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2554-2564 ซึ่งอยู่ที่ 509 ตันต่อปี  จากความเสี่ยงของความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น แนวโน้มการลดการถือครองเงินดอลลาร์ฯ

ซึ่งมูลค่าการถือครองทองคำในทุนสำรองของธนาคารกลางมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 14% ในปี 2565 เป็น 27% ในปี 2568 ทำให้ในระยะปานกลาง ราคาทองคำยังคงมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการลงทุนของธนาคารกลาง

สอดคล้องกับผลสำรวจการถือครองทองคำของธนาคารกลางโดยสภาทองคำโลก พบว่า 78% ของธนาคารกลางในผลสำรวจถือทองคำเพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ และมากกว่า 80% ถือทองคำเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง

โดยสรุป ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ตลอดจนแรงซื้อเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลางและนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำในระยะปานกลาง

#ศูนย์วิจัยกสิกรไทย #ราคาทองคำ