LHFG โตแกร่ง ครึ่งปีแรก 69 กำไรพุ่ง 37.3%  ครึ่งปีหลังลุยบริการดิจิทัล-ดันสินเชื่อสีเขียว

0
33

กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  (LHFG )เผยผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 กำไร 1,538.6 ล้านบาท โต 37.3% แตะ อานิสงฆ์สินเชื่อโตแกร่ง 6.7%  และ LH Fund – LH Securities รายได้ทะลุเป้า ครึ่งปีหลังเตรียมเขย่าวงการดิจิทัลแบงก์กิ้ง ส่งระบบ AI คำสั่งเสียงรายแรกในไทยควบคู่เดินหน้า “สินเชื่อสีเขียว” ขับเคลื่อนการเงินยั่งยืน

นายวรวุฒน์ โตเจริญธนาผล President และหัวหน้ากลุ่มงานการเงินและบัญชี บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (LHFG) กล่าวถึงผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกว่า  รักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้านบาท เติบโต 37.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา สินทรัพย์รวม 425,330 ล้านบาท เติบโต 6.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 สะท้อนความสำเร็จกลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SME ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว

LH Bank เติบโตแข็งแกร่งทุกมิติ

นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) เปิดเผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ว่าเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ มีกำไรสุทธิ 1,376.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9%  รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3,640.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิ จำนวน 910.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.6%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา และเงินให้สินเชื่อ 302,153 ล้านบาท เติบโต 6.7% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568  เป็นการเติบโตของสินเชื่อทุกกลุ่ม และมีคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งโดยมีอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ที่ 2.56%

โดยปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโต คือการทำธุรกรรมทางการเงินและบริการ International Banking ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ CTBC Bank ที่มีเครือข่ายธุรกิจระดับโลก ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียม Trade Finance และธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX) เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ขณะที่ธุรกิจรายย่อย มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น 16.7% จากกลยุทธ์ Lifestyle Banking และธุรกิจ Wealth Management และจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนและบริการที่ปรึกษาทางการเงินส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 127% ซึ่งธนาคารได้ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า โดยพัฒนา AI Assistant  GENIE ผู้ช่วยส่วนตัวบนแอปพลิเคชัน LHB You ที่ให้บริการลูกค้าผ่านการสื่อสาร ด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า พร้อมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล LHB Biz Connect สำหรับลูกค้าธุรกิจที่มีส่วนผลักดันปริมาณธุรกรรมของลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่า 2.5 เท่า

ทั้งนี้ธนาคารเดินหน้าเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Banking) โดยช่วงครึ่งปีแรก ได้สนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนกว่า 5.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อน และเปิดตัว Green Deposit  ที่มียอดเงินฝากกว่า 1.48 พันล้านบาท รวมทั้งพัฒนาบริการ Transition Pathway เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

สำหรับครึ่งปีหลัง 2569 ธนาคารจะเดินหน้าตามแผนธุรกิจระยะยาว โดยมุ่งสร้างการเติบโตบน 3 แกนหลัก ได้แก่

1.ขยายสินเชื่อคุณภาพและรายได้ค่าธรรมเนียมภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ           

2.ยกระดับศักยภาพการให้บริการลูกค้าและแสวงหาความเป็นเลิศในการให้บริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง

3.ผลักดันการเงินเพื่อความยั่งยืน ขับเคลื่อนการเติบโตของลูกค้าธนาคารในระยะยาว โดยมุ่งเน้นสินเชื่อคุณภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและเชื่อมโยงกับการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) พร้อมต่อยอดธุรกิจ Trade Finance, FX ผ่านเครือข่ายของ CTBC ขยายการเติบโต Wealth Management โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม และสนับสนุน Green Loan, Sustainability-linked Loan และ Green Deposit ควบคู่กับบริการ Transition Advisory  โดยผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรด้านพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำและ   เสริมศักยภาพในระยะยาว

LH Fund โชว์ศักยภาพ AUM โตเฉียดแสนล้าน

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) กล่าวถึงผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรกว่า มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารจัดการ  98,791 ล้านบาท เติบโต 5.0% จากปีก่อน โดยกองทุนรวมนับรวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 72,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% กองทุนส่วนบุคคล มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 15,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 11% และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 10,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 6.3% จากสิ้นปี 2568

โดยช่วงครึ่งปีแรก ได้ออกกองทุนใหม่รวม 12 กองทุน มูลค่าการจองซื้อ IPO รวม 2.145 พันล้านบาท เน้นธีมการลงทุนระยะยาวและยั่งยืนที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก เช่น AI Infrastructure, Semiconductor, Energy Infrastructure และ Thematic Global Equity

สำหรับครึ่งปีหลัง ยังคงเดินหน้าต่อยอดการเติบโตผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่

1.รักษาความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการเป็นผู้ริเริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทจดทะเบียนชั้นนำระดับโลกเพื่อคัดสรรโอกาสการลงทุนที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ลูกค้าในระยะยาว

2.พัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งของทีมขาย เพื่อยกระดับการดูแลนักลงทุนและตัวแทนสนับสนุนการขายให้ครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น

3.ขยายการเข้าถึงกลุ่มบริษัทจดทะเบียนและองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อนำเสนอโซลูชันการลงทุนที่เหมาะสม ทั้งรูปแบบกองทุนรวมและบริการกองทุนส่วนบุคคล

“บริษัทมีเป้าหมายสนับสนุนการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน และยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกและความต้องการของนักลงทุน โดยอาศัยประสบการณ์ด้านการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ การค้นคว้าเชิงลึก และการวิเคราะห์แนวโน้มวัฏจักรเศรษฐกิจ  เทรนด์ธุรกิจ และห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมสำคัญทั่วโลก เพื่อนำมาพัฒนากองทุนที่ตอบโจทย์นักลงทุนในทุกกลุ่ม รวมถึงพัฒนาระบบงานและช่องทางดิจิทัลทั้ง Mobile Application และ Website เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าถึงบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ตลาดหุ้นฟื้น LH Securities รายได้กระฉูด

นายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Securities) เปิดเผยว่า ภาวการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีแรกฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จากแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย เช่น การกลับเข้ามาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ความชัดเจนทางการเมือง การผ่อนคลายนโยบายการเงิน ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากภาครัฐ โดยบริษัทมีรายได้เติบโต 37%  จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่านายหน้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดหุ้นไทยที่ฟื้นตัวได้ดี

สำหรับครึ่งปีหลัง ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์สร้างรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน คัดสรรผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายเพื่อเพิ่มทางเลือก  และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยการสนับสนุนจากเครือข่ายและความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ Wealth Management ของ CTBC รวมทั้งการพัฒนาและยกระดับระบบงานเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจ อาทิ บริการที่ปรึกษาทางการเงินที่ครอบคลุมด้านการระดมทุน การปรับโครงสร้างธุรกิจบริการ Wealth Management เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำและออกแบบโซลูชันการลงทุน ที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย และบริการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Global Trading) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจทางการเงินสามารถเข้าถึงการลงทุนในบริษัทชั้นนำและตลาดทุนสำคัญทั่วโลก