CIMB Group ขับเคลื่อน Digital Economy ชูจุดแข็งทีมผู้เชี่ยวชาญเชื่อมโยงเครือข่ายทุนอาเซียน (Industry Specialists) หนุนไทยสู่ขุมพลัง Data Center ชี้เป้าโอกาสทองของ Supply Chain รับอานิสงส์เม็ดเงินลงทุนสู่ระบบนิเวศธุรกิจแบบก้าวกระโดด ย้ำผู้ประกอบการเร่งพัฒนายกระดับมาตรฐานรับคลื่นลงทุนลูกใหม่
ปนิดา ตั้งศรีวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเติบโตของ Digital Economy ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะ Data Center ที่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Cloud Computing, Artificial Intelligence (AI), E-Commerce, Digital Financial Services และบริการออนไลน์ต่างๆ ซึ่ง 20 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรม Data Center ในอาเซียนเริ่มพัฒนาจาก สิงคโปร์ ก่อนขยายไป มาเลเซีย และวันนี้คลื่นการลงทุนลูกใหม่กำลังไหลเข้าสู่ไทยและอินโดนีเซีย
ประเด็นที่น่าสนใจคือData Center เป็น Multiplier Industry ที่สร้างผลคูณทางเศรษฐกิจ เพราะการลงทุนใน Data Center หนึ่งโครงการ ก่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องในธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่งานก่อสร้าง วิศวกรรม ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น อุปกรณ์ไอทีและเครือข่าย ไปจนถึงผู้ให้บริการด้านดิจิทัลและซอฟต์แวร์ ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนขยายตัวออกไปในหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน
หากพิจารณาห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ของอุตสาหกรรม Data Center โดยอ้างอิงสัดส่วนการลงทุนโดยประมาณของแต่ละองค์ประกอบ ที่สถาบันการเงิน ที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทออกแบบและก่อสร้างโครงการแบบครบวงจร (EPC) ทั่วโลกใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินมูลค่าโครงการ เทียบเคียงกับมูลค่าโครงการ Data Center ที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะเห็นได้ว่าเม็ดเงินลงทุนกระจายไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมและศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของ Digital Economy ในระยะยาว
ซึ่งข้อมูลล่าสุดจาก BOI มีโครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI รวมประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท
| ช่วงเวลา* | จำนวนโครงการ | เงินลงทุน (ล้านบาท) | |
| 1 | ปี 2567 | 9 | 97,967 |
| 2 | ปี 2568 | 26 | 491,625 |
| 3 | มกราคม – มีนาคม 2569 | 6 | 90,556 |
| 4 | พฤษภาคม 2569 | 3 | 913,838 |
| รวม | 1,593,986 | ||
*ที่มา : ข้อ 1-3 จากเว็บไซต์ BOI / ข้อ 4 จาก ข่าวประชาสัมพันธ์ BOI ฉบับ 66 / 2569 (อ. 34) ณ วันที่ 6 พ.ค. 2569
และหากพิจารณาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องตลอดทั้งห่วงโซ่จะเห็นศักยภาพและโอกาสของผู้ประกอบการไทย ดังตารางแสดงอุตสาหกรรมและสัดส่วนการลงทุน ที่คำนวณจากการ นำสัดส่วนโดยประมาณที่กล่าวข้างต้น มาเทียบเคียง กับมูลค่าโครงการ Data Center ที่ได้รับการอนุมัติประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท
| อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องตลอดทั้งห่วงโซ่ | ตัวอย่างอุปกรณ์หรือรายการที่เกี่ยวข้อง | สัดส่วนการลงทุน | มูลค่าอ้างอิงจาก BOI (พันล้านบาท) | ศักยภาพของผู้ประกอบการไทย |
| ระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (Electrical Infrastructure) | สถานีไฟฟ้าย่อย (Substation), หม้อแปลงไฟฟ้า, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง, ระบบสำรองไฟฟ้า (UPS), สวิตช์เกียร์แรงสูงและแรงต่ำ, ระบบสลับแหล่งจ่ายไฟอัตโนมัติ (ATS), ตู้จ่ายไฟ (PDU), รางบัสเวย์, รางเดินสายไฟ, สายไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ, ระบบสายดิน | 25-35% | 400 – 560 | ☆☆☆☆ |
| ระบบทำความเย็นและระบบเครื่องกล (Cooling & Mechanical Infrastructure) | เครื่องทำน้ำเย็น (Chiller), หอหล่อเย็น (Cooling Tower), เครื่องปรับอากาศสำหรับ Data Center (CRAH/CRAC), ปั๊มน้ำ, เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน, ระบบท่อน้ำเย็น, ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling), ชุดกระจายสารหล่อเย็น (CDU), ระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น | 20-30% | 320 – 480 | ☆☆☆ |
| งานโยธา โครงสร้าง และอาคาร Data Center (Civil, Structural & Building) | งานเสาเข็ม, งานฐานราก, โครงสร้างคอนกรีต, โครงสร้างเหล็ก, ผนังอาคาร, หลังคาอาคาร, ห้อง Data Hall, ห้องควบคุม, อาคารสำนักงาน, พื้นที่ขนถ่ายสินค้า (Loading Bay) | 15-20% | 240 – 320 | ☆☆☆☆☆ |
| ค่าใช้จ่ายทางอ้อมและวิชาชีพ (Soft Costs) | ค่าที่ปรึกษาด้านออกแบบ, ค่าที่ปรึกษาวิศวกรรม, Owner’s Engineer, ที่ปรึกษาปริมาณงาน (Quantity Surveyor), ค่าเบี้ยประกันภัย, ค่ากฎหมาย, ค่าธรรมเนียมขออนุญาต, ค่าทดสอบและส่งมอบระบบ (Commissioning) | 10-15% | 160 – 240 | ☆☆☆☆☆ |
| ที่ดินและการพัฒนาพื้นที่ (Land & Site Development) | ที่ดิน, ถมดิน, ถนนภายใน, ระบบระบายน้ำ, รั้ว, งานสาธารณูปโภคภายนอก | 5-15% | 80 – 240 | ☆☆☆☆☆ |
| ค่าใช้จ่าย EPC และงานบริหารโครงการ (EPC Preliminaries & General Conditions) | ค่าบริหารโครงการ, สำนักงานสนาม, งานควบคุมคุณภาพ (QA/QC), งานความปลอดภัย, ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง, ระบบสาธารณูปโภคชั่วคราว, การบริหารจัดการโลจิสติกส์และขนส่ง | 8-12% | 128 – 192 | ☆☆☆☆☆ |
| ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบบริหารอาคาร และระบบรักษาความปลอดภัย (Fire Protection, BMS/DCIM & Security) | ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ, ระบบตรวจจับควันความไวสูง (VESDA), ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้, ระบบบริหารจัดการอาคาร (BMS), ระบบบริหารจัดการ Data Center (DCIM), กล้องวงจรปิด (CCTV), ระบบควบคุมการเข้าออก, ระบบติดตามและตรวจสอบสภาพแวดล้อม | 6-10% | 96 – 160 | ☆☆☆ |
| อุปกรณ์ IT (CPU, GPU, Server, Storage และ Network Equipment) | เซิร์ฟเวอร์ประมวลผล (CPU Server), เซิร์ฟเวอร์ AI/GPU, ระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage), สวิตช์เครือข่าย, ระบบ InfiniBand, ตู้ Rack, อุปกรณ์เชื่อมต่อใยแก้วนำแสง, อุปกรณ์เครือข่ายความเร็วสูง | ขึ้นกับโครงการ | ขึ้นกับ สัดส่วนจริง | ☆ – ☆☆ |
สะท้อนว่า โอกาสของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดึงดูดผู้ประกอบการ Data Center แต่คือการพัฒนาระบบนิเวศทางเศรษฐกิจทั้งระบบ ซึ่งผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพโดดเด่นในหลายธุรกิจ ดังนี้
- การผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
- การผลิตอุปกรณ์และระบบไฟฟ้า เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้ควบคุมและจ่ายไฟ (Switchgear) เครื่องสำรองไฟ (UPS) และสายไฟฟ้าคุณภาพสูง
- ระบบทำความเย็นและโซลูชันด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ Energy Efficiency Solutions
- งานก่อสร้างและวิศวกรรมเฉพาะทาง
- นิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานรองรับการลงทุน
นอกจากนี้กระแสการย้ายฐานการผลิตภายใต้นโยบาย China+1 ยังช่วยเร่งการลงทุนจากผู้ผลิตชั้นนำของไต้หวันและจีนเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม PCB และ AI Serve Supply Chain ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุนภาคอุตสาหกรรมไทย และได้รับประโยชน์จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI และ Data Center ทั่วโลก
“Data Center เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่ง CIMB Group มีเครือข่ายแข็งแกร่งทั่วภูมิภาค และใน 4 ประเทศหลักของอุตสาหกรรม Data Center ได้แก่ Singapore, Malaysia, Thailand และ Indonesia จึงเห็นทิศทางการลงทุน การย้ายฐานการผลิต และมีทีม Industry Specialists ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Infrastructure และ Data Center ที่มีประสบการณ์ตรงจากหลายประเทศทั่วอาเซียน เชื่อมโยงการเป็นพันธมิตรทางการเงิน เข้ากับองค์ความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้ ให้คำแนะนำเชิงลึกแก่ลูกค้าที่ต้องการลงทุนใน Data Center และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง” ปนิดา กล่าวย้ำ
ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับ CLMV มีความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภค และมาตรการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จึงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้ามา เฉพาะครึ่งแรกปี 2569 มียอดขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งหมดกว่า 1.47 ล้านล้านบาท
ซึ่งเป็นโอกาสที่ภาครัฐโดยเฉพาะ BOI ใช้นโยบายคัดสรรโครงการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม มากกว่าสิทธิประโยชน์ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ที่ส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน เช่น การกำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness: PUE) การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การบริหารจัดการน้ำและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Recycling) การนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ (Waste Heat Recovery) รวมถึงการกำหนดมาตรฐานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรการดำเนินงาน
ทั้งนี้เพราะ Data Center เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงาน น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าในปริมาณสูง หากขาดการวางแผนที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อระบบพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ และชุมชนในระยะยาว
ขณะเดียวกัน การส่งเสริมการลงทุนควรมุ่งสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและบริการภายในประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมและดิจิทัล การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนการสนับสนุนให้เกิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว





