“ฮาวเด้น แมกซี่”ลุยประกัน EV-ไซเบอร์-M&A ชู Data Center และพลังงานสะอาด พร้อมปรับบทบาทสู่ที่ปรึกษาความเสี่ยง

0
78

ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ เดินหน้ารักษาเป้าหมายการเติบโตปีนี้ที่ 16% แม้เศรษฐกิจและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์จะกดดันตลาดประกันภัย โดยชูประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ประกันไซเบอร์, พลังงานหมุนเวียน และ Data Center เป็นเครื่องยนต์ใหม่ พร้อมวางแผนขยายผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) เพื่อดันเบี้ยประกันแตะ 10,000 ล้านบาทในอีก 5 ปี

                นายจิตวุฒิ ศศิบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการในช่วง 5 เดือนแรกของปีเติบโตราว 10% จากปีก่อน และยังเดินหน้าตามเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่ 16% แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจบางส่วน โดยเฉพาะประกันภัยทางทะเล (Marine) ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมถึงต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น

EV ดันพอร์ตโต แม้ตลาดรถมือสองชะลอ

ปัจจุบันพอร์ตธุรกิจของบริษัทมีสัดส่วนประกันรถยนต์ประมาณ 38-40% และประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) ราว 60% ซึ่งยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าเติบโตทุกกลุ่มธุรกิจพร้อมกัน

                หนึ่งในแรงขับสำคัญคือ ประกันรถยนต์ไฟฟ้า ที่เติบโตต่อเนื่องจากการเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม MGC-Asia ผู้จำหน่ายรถ EV หลายแบรนด์ ทำให้ปัจจุบันประกันรถไฟฟ้ามีสัดส่วนประมาณ 30% ของพอร์ตประกันรถยนต์ และบริษัทมุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าในปีต่ออายุ ผ่านแพ็กเกจประกัน 3 ปี สิทธิประโยชน์ด้านบริการ และการเจรจาลดราคาอะไหล่ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ เพื่อช่วยลดต้นทุนเคลมในอนาคต

ไซเบอร์-พลังงานสะอาด โตแรง รับโลกใหม่

อย่างไรก็ตาม ประกันไซเบอร์ ยังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตโดดเด่น แม้เบี้ยประกันในตลาดยังไม่สูงนัก แต่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทำให้บริษัทขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันความเสี่ยงจากสงครามไซเบอร์และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานยิ่งผลักดันความต้องการของลูกค้าองค์กร

                อีกธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดคือ ประกันพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจมา 3 ปี และมีอัตราเติบโตสะสมถึง 300-400% จากการลงทุนโครงการโซลาร์และพลังงานลมของผู้ประกอบการไทย โดยบริษัทมีทีมวิศวกรประเมินความเสี่ยงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการรับประกันภัยโครงการขนาดใหญ่

                ปัจจุบันประกันไซเบอร์และพลังงานหมุนเวียนรวมกันคิดเป็นประมาณ 10% ของพอร์ตบริษัท ขณะที่ประกัน Trade Credit ยังอยู่ที่ราว 2-3% แต่คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วจากความกังวลด้านการค้าระหว่างประเทศและความเสี่ยงการผิดนัดชำระเงินของคู่ค้า

Data Center และ M&A โอกาสใหม่ของตลาด

นอกจากธุรกิจเดิมแล้ว บริษัทมองว่า Data Center จะเป็นตลาดสำคัญในอนาคต จากการลงทุนด้าน AI และ Cloud Computing ที่เพิ่มขึ้น แม้โครงการในไทยยังมีขนาดราว 1,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งเล็กกว่ามาเลเซีย แต่ถือเป็นโอกาสระยะยาวของอุตสาหกรรมประกันภัยเฉพาะทาง

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจ ประกันภัยรับประกันคำรับรองและการชดใช้ค่าสินไหม (Warranty & Indemnity: W&I) เพื่อรองรับตลาดควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ที่คึกคักขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และอาหาร ซึ่งปัจจุบันมีการหารือดีลมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาทกับลูกค้าหลายราย ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานกฎหมาย ที่ปรึกษาทางการเงิน และกองทุน Private Equity

สงครามกดดัน Marine แต่เปิดโอกาส War Risk

แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกระทบห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนขนส่ง แต่บริษัทมองว่าเป็นโอกาสของผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ประกัน War Risk, Political Violence และ Trade Credit ที่ช่วยคุ้มครองธุรกิจจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการหยุดชะงักของธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีเครือข่ายสาขาทั่วประเทศหรือทำธุรกิจส่งออก

 ปักหมุดเบี้ย 1 หมื่นล้านใน 5 ปี

ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าราว 150,000 ราย ดูแลทรัพย์สินรวมประมาณ 800,000 ล้านบาท และมีเบี้ยประกันรวมราว 5,000 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นจากกลุ่ม Howden ตั้งเป้าผลักดันให้บริษัทมีเบี้ยประกันแตะ 10,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี ผ่านการเติบโตควบคู่กับการเข้าซื้อกิจการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ประกันไซเบอร์ มารีน และ EV แทนการขยายธุรกิจรถยนต์แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว

Howden Maxi เป็นบริษัทที่เกิดจากการควบรวมระหว่าง Maxi Insurance Broker และ Howden Insurance Brokers (Thailand) ตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งทำให้บริษัทสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเข้ากับตลาดไทย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทางได้มากขึ้น

AI เปลี่ยนบทบาทโบรกเกอร์ สู่ที่ปรึกษาความเสี่ยง

สำหรับบทบาทนายหน้าประกันภัยในปัจจุบัน กำลังเปลี่ยนจากผู้ขายกรมธรรม์ไปสู่ Trust-Risk Advisory หรือที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง โดย AI จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานหลังบ้าน การเชื่อมต่อข้อมูลกับบริษัทประกัน และการสรุปข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ แต่หัวใจสำคัญยังคงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและให้คำแนะนำเชิงลึกแก่ลูกค้าในโลกที่ความเสี่ยงซับซ้อนขึ้น ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภัยไซเบอร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งบริษัทมองว่าจะเป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมในทศวรรษหน้า  นายจิตวุฒิกล่าว