ซีไอเอ็มบี ไทย มองตลาดผันผวน แต่โอกาสลงทุนชัด แนะสะสมตราสารหนี้คุณภาพดี

0
9

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย แนะลูกค้า มองหาจังหวะและระดับอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจ ทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพดี สร้างผลตอบแทนระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด ในงาน ‘Wealth Beyond Seasons’ พบปะลูกค้าและผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ต และแบ่งปันมุมมองเศรษฐกิจ ทิศทางดอกเบี้ย และโอกาสลงทุนในตลาดตราสารหนี้

นายภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head, Affluent & Wealth Management ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทยกล่าวว่า ยิ่งตลาดผันผวน ยิ่งต้องมองให้เห็นโอกาส เพราะความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น อัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับน่าสนใจอาจเป็นจังหวะสำคัญในการสะสมตราสารหนี้คุณภาพดีเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว  ซึ่งธนาคารให้ความสำคัญกับการดูแลจัดสรรเงินลูกค้าอย่างเหมาะสม ทั้งเงินรองรับความจำเป็นในชีวิต เงินสร้างกระแสเงินสด และเงินต่อยอดโอกาสการลงทุน ภายใต้แนวคิด Safer Pocket ‘อยู่รอด อยู่ได้ และเติบโต’  เพื่อให้ลูกค้าต่อยอด รักษา และส่งต่อความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

การบริหารความมั่งคั่งนอกจากเลือกผลิตภัณฑ์หรือผลตอบแทน ยังรวมถึงการวางแผนและจัดสรรการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเป้าหมายของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้เงินและสินทรัพย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซี่งจุดแข็งของธนาคารคือการผสานความเชี่ยวชาญของทุกหน่วยงาน ทีมผลิตภัณฑ์ ทีม Markets Research & Advisory และผู้แนะนำการลงทุน เพื่อช่วยลูกค้าวางแผนและเลือกลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมาย ระยะเวลาการลงทุน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และแผนการใช้เงินในอนาคต

นายภิสัก อึ้งถาวร Acting Head, Distribution and Head, Markets Research and Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ตลาดการเงินทั่วโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ย นักลงทุนจำเป็นต้องมองให้เห็นโอกาสท่ามกลางความผันผวน ช่วงเวลาที่อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้อยู่ในระดับสูง ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการทยอยสะสมพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้คุณภาพดี เพื่อช่วยล็อกผลตอบแทนและสร้างกระแสเงินสดในระยะยาว

ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว ยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับพันธบัตรระยะสั้น ขณะที่ทีมวิจัยของธนาคารประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับ 1.00% ต่อปี ไปจนถึงช่วงกลางปีหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผู้ลงทุนสามารถทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพดีเพื่อล็อกผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสมในระยะยาว

สำหรับลูกค้า Wealth จังหวะปัจจุบันเป็นโอกาสสำคัญในการขยาย Duration ไปยังพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 15-20 ปี ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 1.7-2.1% สูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ Yield Curve ไทยมีความชันมากที่สุดในอาเซียน สะท้อนว่าผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนในตราสารระยะยาว

นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รับกำไรจากส่วนต่างราคา หากอัตราผลตอบแทนในตลาดปรับลดลงในอนาคต ขณะที่ผู้ลงทุนที่ถือหุ้นกู้ระยะสั้นและมีกำไรสะสมอยู่แล้ว อาจใช้จังหวะนี้ในการขายทำกำไรและหมุนเงินเข้าสู่ตราสารที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจกว่า เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างกระแสเงินสดและผลตอบแทนในระยะยาว

นอกจากตราสารหนี้ไทยแล้ว ความผันผวนในตลาดพันธบัตรต่างประเทศยังเปิดโอกาสการลงทุน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ ขณะที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 32.50-33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับการทยอยกระจายการลงทุนไปยังหุ้นกู้ต่างประเทศสกุลดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านผลตอบแทน กระจายความเสี่ยง และลดการพึ่งพาสินทรัพย์ในประเทศเพียงอย่างเดียว โดยยังคงเน้นการคัดเลือกตราสารคุณภาพดีที่สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนแต่ละราย

“การบริหารเงินที่ดีควรเริ่มจากการวางแผนว่าเงินแต่ละก้อนจะถูกใช้เมื่อใด ก่อนเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและระยะเวลาใช้งาน เพื่อให้ทุกเม็ดเงินสามารถสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สำหรับเงินทุนที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้คุณภาพดีที่มีอายุสอดคล้องกับแผนการใช้เงิน สามารถช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน พร้อมสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ขณะที่การลงทุนผ่านตลาดรองยังช่วยให้ลูกค้าเลือกอายุคงเหลือของตราสารและวางแผนการรับเงินต้นได้อย่างยืดหยุ่น

#ซีไอเอ็มบีไทย #ตราสารหนี้ #SaferPocket #Wealth