เคทีซี ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สสส. และ Healthi Life Longevity Center จัดเวทีเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 28 “โภชนจิตเวช: กินดี คิดดี ชีวิตดี เราเลือกเองได้จริงหรือ?” เพื่อหาคำตอบว่าขณะที่คนไทยมีความรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น แต่โรค NCDs และปัญหาสุขภาพจิตก็ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดยข้อมูลจาก WHO Thailand, UNDP และรายงาน NCD Investment Case for Thailand ระบุว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของประเทศไทย โดยสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นเกือบ 10% ของ GDP ประเทศ ทั้งๆที่ในปัจจุบันคนไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพได้ง่าย และหลากหลายช่องทาง รู้ว่าควรกินอะไร ออกกำลังกายแบบไหน และนอนกี่ชั่วโมง จึงจะเป็นผลดีต่อร่างกาย
คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียง “เราควรดูแลตัวเองอย่างไร” แต่หมายความรวมถึง “ระบบอาหาร สภาพแวดล้อม การทำงาน และวิถีชีวิตในปัจจุบัน เอื้อให้ผู้คนมีสุขภาวะที่ดีได้จริงมากน้อยเพียงใด”
“โภชนจิตเวช” ศาสตร์แห่งความสัมพันธ์ระหว่าง “อาหาร” กับ “สุขภาพจิต”
โภชนจิตเวช (Nutritional Psychiatry) คือศาสตร์ทางการแพทย์และสุขภาพจิตแขนงใหม่ ที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง อาหาร โภชนาการ และสุขภาพจิต” โดยระบุได้ว่าอาหารที่เรากิน มีความเชื่อมโยงและส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสมอง อารมณ์ การนอนหลับ ความเครียด และพฤติกรรม
ดังนั้นศาสตร์นี้จึงเน้นการใช้สารอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อป้องกัน บรรเทา และร่วมรักษาโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรคความวิตกกังวล และความผิดปกติทางอารมณ์
ปรับระบบอาหารไทย เปลี่ยนความรู้สู่การ “กินดี”
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึงร้อยละ 74 ของการเสียชีวิตทั้งหมดของคนไทย ทั้งที่ปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะเรื่องอาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิต คนส่วนใหญ่รู้ว่าควรลดหวาน ลดเค็ม เพิ่มผักและผลไม้ แต่การตัดสินใจเรื่องอาหารในชีวิตจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้หรือความตั้งใจเพียงอย่างเดียว ยังเกี่ยวข้องกับราคา เวลา ความสะดวก และสิ่งที่เข้าถึงได้ในแต่ละวัน สะท้อนว่าความรู้ด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประเทศ
ดังนั้น การสร้างสุขภาวะที่ดีต้องก้าวข้ามการรณรงค์เปลี่ยนพฤติกรรมรายบุคคล ไปสู่การสร้างระบบอาหารที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และมีราคาที่เหมาะสมมากขึ้น โจทย์สำคัญในวันนี้คือ ทำอย่างไรให้ ‘ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ’ กลายเป็น ‘ทางเลือกที่ง่ายที่สุด’ สำหรับทุกคน
“ตัวอย่างที่เห็นผลชัดเจนคือมาตรการภาษีความหวานที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ผลิตปรับสูตรลดปริมาณน้ำตาลและเพิ่มทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพในตลาด สะท้อนว่ากลไกนโยบายสามารถเปลี่ยนทั้งการผลิตและการบริโภคได้ในวงกว้าง”
ผลตรวจปกติ ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง
พญ.สรัสวดี สุวรรณจินดา ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการแพทย์ (CMO) Healthi Life Longevity Center กล่าวว่า โรคเรื้อรัง ไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ตรวจเจอโรค แต่มีการสะสมมาก่อนหน้านั้นหลายปี หลายคนมีผลตรวจพื้นฐานอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณผ่านอาการที่มักถูกมองข้าม เช่น ตื่นมาแล้วยังเหนื่อย นอนไม่สดชื่น สมองไม่แล่น อ้วนลงพุง ทั้งที่กินเท่าเดิม หรือรู้สึกว่าแรงกายแรงใจลดลง อาการเหล่านี้ไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นเพียงผลจากงานหนักหรืออายุที่เพิ่มขึ้นเสมอไป แต่อาจสะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางเมตาบอลิกที่กำลังเกิดขึ้น
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ เมื่อผลตรวจยังไม่ผิดปกติ ก็คิดว่าไม่มีอะไรต้องกังวล แต่ความจริงแล้วภาวะอย่างดื้ออินซูลิน ไขมันพอกตับ หรือการอักเสบระดับต่ำเรื้อรัง อาจเกิดขึ้นแล้วโดยที่ร่างกายยังไม่ส่งสัญญาณชัดเจน เป้าหมายของสุขภาพในอนาคตจึงไม่ใช่แค่มีอายุยืน แต่คือการมี Healthy Years หรือจำนวนปีที่ยังแข็งแรง เคลื่อนไหวได้ สมองแจ่มใส ใช้ชีวิตได้เต็มศักยภาพ และพึ่งพาตนเองได้ให้นานที่สุด
สุขภาพดี ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
สังคม-สิ่งแวดล้อม ต้องเอื้อ
ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ความท้าทายของคนยุคปัจจุบันคือ การเชื่อว่าตนเองยังมีสุขภาพดี สามารถทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทั้งที่ความเป็นจริงอาจกำลังเผชิญภาวะความเครียดสะสม การฟื้นตัวที่ไม่เพียงพอ เพราะการฟื้นตัวคือส่วนสำคัญของสุขภาพที่ดี ซึ่งความเครียดสะสมเรื้อรัง นอกจากจะส่งผลกับอารมณ์แล้ว ยังมีผลต่อการนอน พฤติกรรมการกิน ระบบเผาผลาญ ภูมิคุ้มกัน และเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังหลายชนิด โดยสัญญาณทางร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ การพักผ่อนแล้วไม่สดชื่น รู้สึกเหนื่อยล้าสะสม สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย หรือหมดความสนใจกับสิ่งที่เคยมีความหมาย
คนส่วนใหญ่มักฝืนและคิดว่าตัวเองรับมือกับความเครียดได้ โดยไม่รู้ตัวว่าจิตใจเริ่มบอบช้ำและไม่สมดุลอยู่ภายในมานานแล้ว ซึ่งการมีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความรู้” หรือ “ความตั้งใจส่วนบุคคล” แต่ยังมีองค์ประกอบสำคัญคือ สังคมและสภาพแวดล้อม ที่ต้องช่วยสร้างเงื่อนไขเอื้อให้ผู้คนเลือกสิ่งที่ดีและเข้าถึงการดูแลสุขภาพใจได้อย่างยั่งยืน
ตัวอย่างเช่น พฤติกรรม Toxic ในที่ทำงาน ถือเป็นความล้มเหลวเชิงระบบที่องค์กรเพิกเฉยปล่อยให้เกิดขึ้นโดยไม่มีมาตรการแก้ไขอย่างจริงจัง หรือกรณีที่พนักงานขยันต้องแบกงานจนเกิดภาวะหมดไฟ (Burnout)แล้วระบบไม่มีตัวช่วย เท่ากับว่าโครงสร้างองค์กรให้การสนับสนุนพฤติกรรมนั้น รวมไปถึงทัศนคติและมุมมองของพนักงานเดิมในองค์กรที่มีต่อพนักงาน Gen ใหม่ๆว่าไม่อดทน หมดไฟง่าย หากองค์กรให้ความสำคัญ ทบทวนและรื้อโครงสร้างระบบการทำงานให้เอื้อต่อสุขภาวะทางจิตของบุคลากรเป็นสำคัญ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน
มีความตั้งใจ แต่จะทำอย่างไรให้ต่อเนื่อง
นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผู้บริโภควันนี้ลงทุนกับคุณภาพชีวิตของตัวเองมากขึ้น ข้อมูลการใช้จ่ายของสมาชิกเคทีซีในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (มกราคม-มิถุนายน) พบว่าหมวดสุขภาพยังคงเป็นหนึ่งในหมวดที่มีการใช้จ่ายในอันดับต้นๆ สะท้อนพฤติกรรมที่เปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่การป้องกัน ดูแลสุขภาพองค์รวม และการฟื้นฟูสุขภาพทั้งกายและใจ โดยกลุ่มอายุ 30-49 ปีเป็นช่วงวัยที่มีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านสุขภาพมากที่สุด ขณะที่สมาชิกในต่างจังหวัดมีการใช้จ่ายด้านสุขภาพเติบโตสูงกว่ากรุงเทพฯ สะท้อนว่าเรื่องสุขภาพกำลังกลายเป็นวาระสำคัญของผู้บริโภคในวงกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะคนเมืองหรือผู้สูงวัยอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือการทำให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนมีความรู้ มีแรงบันดาลใจ และพร้อมลงทุนกับสุขภาพ แต่ยังติดข้อจำกัดเรื่องเวลา ค่าใช้จ่าย และการเข้าถึงบริการที่เหมาะกับตนเอง เคทีซีจึงพัฒนาแนวคิด KTC Wellness: The Journey to Well-being โดยเชื่อมโยงพันธมิตรด้านสุขภาพกว่า 5,700 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสุขภาพ การป้องกันโรค การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพใจ ไปจนถึงการพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อช่วยให้สมาชิกเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น และเปลี่ยนความตั้งใจให้กลายเป็นพฤติกรรมที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน เพราะสุขภาพที่ดีควรมีระบบสนับสนุนให้ผู้คนดูแลตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
#เคทีซี #กระทรวงสาธารณสุข #สสส #HealthiLifeLongevityCenter #KTCFITTalkครั้งที่ 28 #โภชนจิตเวช








