กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ร่วมกับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Whoscall และบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด หรือ NITMX ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการเสริมสร้างความรู้เท่าทันภัยทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัล ยกระดับองค์ความรู้และทักษะในการป้องกันภัยทางการเงินและอาชญากรรมทางดิจิทัลให้แก่สมาชิก กบข. และประชาชนทั่วไป
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Retirement Academy ที่ กบข. พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับสมาชิกในทุกช่วงวัย เพื่อให้สมาชิกก้าวสู่วัยเกษียณได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน มีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้เท่าทันภัยทุจริตและอาชญากรรมทางดิจิทัล พร้อมยกระดับทักษะด้าน Digital Literacy และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย ลดโอกาสตกเป็นเหยื่อและป้องกันความเสียหายทางการเงิน การดำเนินงานดังกล่าว
“ความรู้ด้านการเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องมีความรู้เท่าทันดิจิทัลควบคู่กันด้วย เพราะมิจฉาชีพไม่ได้เลือกเหยื่อจากอายุ แต่เลือกจากช่องว่างทางความรู้เท่าทันภัย การสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล จึงจำเป็นสำหรับทุกช่วงวัย การบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง 3 หน่วยงาน จะช่วยขยายองค์ความรู้ที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ไปสู่สมาชิก กบข. และสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและดิจิทัลอย่างยั่งยืน”
นางปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น รองผู้อำนวยการ รักษาการแทน ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก กล่าวสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และ กบข. ต่อยอดความร่วมมือจากการให้ความรู้เรื่องการคุ้มครองเงินฝาก สู่การป้องกันภัยทางการเงินเชิงรุก เพื่อให้สมาชิก กบข. รู้เท่าทันการแอบอ้าง ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ เพื่อปกป้องเงินออมที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงาน และมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ โดยผู้ฝากจะได้รับความคุ้มครองเงินฝากทันทีที่เปิดบัญชี หากเกิดกรณีสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะทำหน้าที่จ่ายเงินคุ้มครองตามจำนวนเงินฝากที่ผู้ฝากมีอยู่จริง ภายใต้วงเงินที่กฎหมายกำหนด
นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทุกวันนี้กลโกงออนไลน์พัฒนาไปเร็วกว่าที่หลายคนตามทัน มิจฉาชีพกลายเป็นเครือข่ายระดับอุตสาหกรรมที่นำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์เหยื่อ ใช้คอลเซ็นเตอร์ระดับมืออาชีพ ส่ง SMS หลอกลวง และแฝงตัวอยู่บนโซเชียลมีเดียในรูปแบบที่แนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ
จากข้อมูลในรายงานประจำปีพบว่า หมายเลขมิจฉาชีพหมายเลขเดียวสามารถโทรออกได้มากกว่า 800,000 ครั้ง ซึ่งต้องเกิดจากระบบโทรอัตโนมัติและอุปกรณ์ระดับคอลเซ็นเตอร์มืออาชีพเท่านั้น สิ่งที่ Whoscall ทำคือนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยคัดกรองและแจ้งเตือนความเสี่ยงให้ผู้ใช้งานรู้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ พร้อมทั้งร่วมมือกับ กบข. ในการให้ความรู้ป้องกันภัยเพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทัน วามรู้เท่าทัน จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะส่งต่อทั้งเครื่องมือป้องกันมิจฉาชีพอย่าง Whoscall Premium Basic จำนวน 1.5 ล้านโค้ดและองค์ความรู้ไปถึงสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคนได้อย่างแท้จริง
นายฉัตรชัย ดุษฎีโหนด กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด กล่าวว่า NITMX ได้รับมอบหมายให้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาภัยทุจริตและอาชญากรรมทาง Digital มาโดยตลอด โดยใช้ช่วงเวลาที่ผ่านมา NITMX ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน ดำเนินการแก้ปัญหามาโดยเฉพาะการระงับใช้เครื่องมือในการก่ออาชญากรรมในภาคธุรกิจการเงิน ซึ่งทาง NITMX ยังต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงร่วมกับหน่วยงานอื่นๆเพื่อกำจัดภัยทุจริตนี้ต่อไป
ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าว เป็นการระงับหรือลดระดับความเสียหาย ตลอดจนทำลายเครื่องมือในการก่ออาชญากรรม ซึ่งเป็นการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุแล้ว หากสังคมไทยมีความสามารถในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุย่อมลดปัญหาในอีกระดับหนึ่ง
“กลุ่มผู้ก่ออาชญากรรมทาง Digital มีความเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา และเทคโนโลยีในระดับสูง การที่บุคคลทั่วไปจะรับมือกับอาชญากรที่มีความสามารถสูงนี้โดยขาดความรู้และเครื่องมือในการตรวจจับและป้องกันเป็นเรื่องที่เสียเปรียบอย่างยิ่ง NITMX เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูล การหาและใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจจับการล่อลวง การข่มขู่ เพิ่มความปลอดภัยและความสามารถปกป้องทัพย์สินได้ดีขึ้น”นายฉัตรชัย กล่าวสรุป
#กบข #สถาบันคุ้มครองเงินฝาก # Whoscall #NITMX #ป้องกันโกงออนไลน์







