ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง มีการใช้อาวุธหนัก ถือว่าเป็นภัยสงคราม การรบของ สหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอล กับอิหร่าน ส่งผลกระทบมากต่ออุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทย ที่กระทบโดยตรงคือ การประกันภัยขนส่งทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นการประกันภัยตัวเรือ หรือ การขนส่งสินค้า จะมีปัญหาเรื่อง War Risk Insurance หรือ ประกันภัยความเสี่ยงจากสงคราม คือ กรมธรรม์ที่คุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายต่อทรัพย์สิน (เรือ, เครื่องบิน, สินค้า) หรือชีวิตที่เกิดจากสงคราม การรุกราน การจลาจล การกบฏ หรือการก่อการร้าย ซึ่งปกติประกันทั่วไปจะยกเว้นไว้ นิยมใช้ในธุรกิจขนส่งทางทะเลและบินระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ในทุกกรมธรรม์ประกันภัยมารีน จะมีข้อยกเว้นในเรื่องของภัยสงคราม แต่ทั้งนี้ผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเรือ หรือผู้ขนสินค้าสามารถซื้อความคุ้มครองภัยสงครามได้ แต่ก็ต้องยอมรับเรื่องเบี้ยประกันภัยที่ต้องถูกปรับค่อนข้างสูงมาก จากกรณีนี้ มีผู้ประกอบการหลายแห่ง มีความต้องการซื้อความคุ้มครองภัยสงครามเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ครั้งนี้จะส่งผลต่อการหดตัวของ ตลาดประกันภัยทางทะเลไปด้วย
ส่วนผลกระทบต่อการประกันภัยประเภทอื่นนั้น เนื่องจากสินค้าที่จะมาตะวันออกกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทพลังงาน เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมัน เป็นที่ทราบกันดีว่ามีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะตันทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มมีการระมัดระวัง ประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย และเป็นธรรมชาติหากมีการประหยัดเรื่องต้นทุน ประกันภัยจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะถูกนำมาพิจารณาด้วย ว่าจะทำอย่างไรให้ค่าใช้จ่ายลดลง ไม่ว่าจะเป็นลดเรื่องความคุ้มครอง เพื่อจะลดเบี้ยประกันภัย ซึ่งขณะนี้เริ่มมีให้เห็นบ้างแล้ว ที่หลายๆองค์กร หลายหน่วยงานที่ขอทบทวนความคุ้มครองสัญญาประกันภัย นี่เป็นผลกระทบโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการปรับขึ้นเบี้ยประกันภัยสงครามนั้น อยู่ที่ประมาณ 0.5-1% ของมูลค่าสินค้า หรือมูลค่าตัวเรือ ที่ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่ม ซึ่งบริษัทประกันภัยต่อรับอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทประกันภัยต่อจะเปิด 100% ของมูลค่าสินค้าหรือเรือ แต่เปิดแบบจำกัดทุน เช่น หากต้องการซื้อประกันภัยมารีน เพิ่มเติมภัยสงคราม หมายความว่าเรือดังกล่าวจะต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่กำลังเกิดสงคราม และหากได้รับความเสียหายจากภัยสงครามถึงจะได้รับความคุ้มครองหรือหากเห็นว่าอันตรายเกินไปแล้วไม่กล้าเข้าในพื้นที่เกิดเหตุ สามารถหากพื้นที่ใกล้ๆและนำสินค้าลงจากเรือให้หมด ค่าใช้จ่ายมากกว่านั้นประกันภัยจะให้ความคุ้มครอง อย่างกรณี เรือมยุรี โดยหลักการก่อนที่จะนำเรือผ่านเข้าไปยังช่องแค่ฮอมูส ทั่วไปเมื่อเกิดสงคราม จะมีการประกาศ และแจ้งให้เจ้าของเรือ และผู้ประกอบการทราบว่า บริษัทประกันภัยจะไม่คุ้มครอง แต่หากจะซื้อประกันภัยคุ้มครองภัยสงครามก็สามารถซื้อได้ แต่จริงๆ ในการแจ้ง จะต้องแจ้งก่อนออกเดินทาง เพราะในการเดินเรือจะมีไทม์ไลน์อยู่แล้ว
ขณะเดียวกันการประกันภัยรถยนต์ พอราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างนี้ ยอดขายรถสันดาป เดิมทีชะลอตัวอยู่แล้วประสบภาวะนี้ก็ลดลงตามไปอีกและมีผลกระทบไปถึงรถยนต์มือสองตามไปด้วย ขณะเดียวกัน แนวโน้มตลาดรถยนต์ EV มีแนวโน้มเติบโตขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม รถ EV ทุกวันนี้ยังมีปัญหาสำหรับอุตสาหกรรมประกันภัยที่มีสินไหมที่สูงมาก โดยบริษัทประกันภัยจะต้องมีความระมัดระวังเรื่องการกำหนดราคา รวมถึงการแข่งขันเรื่องราคาเบี้ยประกันภัย และต้องมีวิธีบริหารต้นทุนให้ดีมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ อีกสิ่งหนี่งที่ได้รับผลกระทบ คือการลงทุน ของบริษัทประกันภัย เนื่องจากทุกวันนี้ธุรกิจประกันภัยมีรายได้ และกำไรมาจากสองทางหลัก คือ การรับประกันภัย และการลงทุน โดยสถานการณ์อย่างนี้ ไม่ว่าจะลงทุนในรูปแบบไหนก็ตาม จะต้องมีความระมัดระวังอย่างมาก เพราะมีความเสี่ยง และคาดเดาได้ยาก โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นแหล่งและเครื่องมือของบริษัทประกันภัย มีความอ่อนไหวประเมินสถานการณ์ยาก ว่าจะเกิดอะไรขึ้นประกอบกับการเพิ่มขึ้น และลดลง ของราคาทองคำ มีความผันผวนสูงมาก ฉะนั้นปัญหาผลตอบแทนจากการลงทุนจึงเป็นเรื่องที่มีความท้าทายของธุรกิจประกันภัย
ทั้งนี้ในส่วนของ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ให้ทีมงานวิชาการ และทีมงานที่เกี่ยวข้องทุกๆอนุกรรมการ ประเมินผลกระทบว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแต่ละประเภทของการประกันภัยได้อย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจนคือว่า ในเรื่องการประกันภัยสุขภาพนั้นมีต้นทุนที่สูงขึ้น ประชาชนให้ความสนใจซื้อประกันสุขภาพรองรับความเสี่ยงสำหรับการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในสถานการณ์นี้ ฉะนั้นจึงเห็นแนวโน้มการเติบโตของการประกันภัยสุขภาพ แต่อย่างไรก็ตามการประกันภัยสุขภาพนั้น เป็นประกันภัยที่มีความท้าทาย เพราะเป็นประเภทของประกันภัยที่ไม่สร้างกำไร
ฉะนั้นในช่วงเวลาที่อ่อนไหวแบบนี้ ธุรกิจประกันภัยจะต้องมีการปรับตัวอย่างมาก นอกจากนี้ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทย จะมีการทบทวนเป้าหมายจากเดิม ที่คาดว่าจะเติบโตที่ 2.5-3.5% นั้น จะเป็นอย่างไรในเดือนเมษายน นี้ ในเบื้องต้นประเมินว่าต้องมีการปรับเป้าหมายลงแต่ต้องรอสรุปประเมินอีกครั้ง
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กล่าวในฐานะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ทิพยประกันภัย ว่า สำหรับในส่วนของทิพยประกันภัย นั้นเป็นบริษัทที่รับประกันภัยขนส่งน้ำมัน เป็นรายหลักของประเทศไทย ล่าสุดได้รับการร้องขอจากผู้ประกอบการที่จะขยายภัยสงคราม ซึ่งทิพยประกันภัย ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศให้สามารถขยายการรับประกันภัยสงครามได้ทุกราย แต่เนื่องจากการขนส่งให้กับลูกค้าส่งออกไม่ได้เป็นรายใหญ่มากนัก ส่วนการประกันภัยเรือส่วนใหญ่จะเป็นเรือเรียบชายฝั่ง ไม่ได้เป็นเรือที่วิ่งไกล จึงไม่ได้มีผลกระทบมากนัก ปัจจุบันทิพยประกันภัย มีเบี้ยประกันภัยมารีน อยู่ประมาณ 500-600 ล้านบาท
ส่วนผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ต่อการสำรวจภัยนั้น ทิพยประกันภัย ได้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในการออกไปเซอร์เวย์มาระยะหนึ่งแล้ว จึงไม่ได้มีผลมากนัก มีทั้งรถยนต์EV และมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า สกู๊ดเตอร์บอร์ด สำหรับการเดินทางใกล้ๆ ให้กับพนักงานใช้ ส่วนพนักงานที่ใช้รถน้ำมันอยู่ บริษัทได้มีการปรับเพิ่มเงินโดยใช้ค่าเฉลี่ยของค่าน้ำมันที่เพิ่ม




