โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ (Bumrungrad Sports Medicine & Joint Center) ภายใต้แนวคิด “Move Better, Play Stronger, Live Fuller” มุ่งดูแลผู้รักการออกกำลังกายแบบองค์รวม ตั้งแต่ประเมินความพร้อม ป้องกัน รักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูและเสริมสร้างสมรรถภาพ รองรับเทรนด์ Active Lifestyle ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนหันมาออกความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักกีฬาอาชีพอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มี Active Lifestyle ซึ่งสถิติชี้ว่าในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บจากการเล่นกีฬามากกว่า 3.5 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา (ที่มา: Johns Hopkins Medicine) ขณะที่เอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปี (ที่มา: Asia-Pacific Journal of Sports Medicine, 2023)
และข้อมูลจาก The Lancet (2025) ระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราการสูญเสียปีสุขภาวะ (DALYs) จากการบาดเจ็บสูงที่สุดในอาเซียน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนแฝงด้านสุขภาพที่เกิดจากความไม่พร้อมของร่างกาย โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาหรือผ่าตัด เช่น การผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) หรือการผ่าตัดข้อไหล่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการดูแลเชิงป้องกันหลายเท่า ดังนั้น การประเมินความพร้อมของร่างกายและการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้น จึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บและเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าในระยะยาว
บำรุงราษฎร์จึงยกระดับการดูแลด้านเวชศาสตร์การกีฬา โดยผสานทีมแพทย์สหสาขาและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพหรือผู้ที่รักการออกกำลังกาย เข้าใจร่างกายของตนเอง กลับไปเคลื่อนไหว เล่นกีฬา และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และยั่งยืน
โดยนิตยสาร Newsweek จัดให้บำรุงราษฎร์เป็น “โรงพยาบาลเฉพาะทางที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2569” ด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 อันดับที่ 31 จาก 75 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 1 ในประเทศไทย และ เป็น “โรงพยาบาลเอกชนและคลินิกชั้นนำในเอเชีย ประจำปี 2569” ด้านการผ่าตัดเข่าและเปลี่ยนข้อเข่าเทียม, ด้านการผ่าตัดสะโพกและเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม และด้านการผ่าตัดไหล่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยได้รับการจัดอันดับที่ 1 จาก 100 อันดับในภูมิภาคเอเชีย
นพ.วิชาญ กาญจนถวัลย์ หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่มาจากการใช้งานซ้ำ ๆ ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ หรือการเคลื่อนไหวที่ผิดรูปแบบ ทีมแพทย์จึงมุ่งค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงรักษาอาการปวด เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน
โดยแนวคิดของศูนย์คือ Joint Preservation หรือการถนอมข้อ ซึ่งมุ่งรักษาและฟื้นฟูข้อเดิมให้ใช้งานได้นานที่สุด ชะลอความเสื่อม และลดโอกาสการผ่าตัดเปลี่ยนข้อในอนาคต แนวทางการรักษาครอบคลุมทั้งการฟื้นฟู การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการผ่าตัดเฉพาะทางเมื่อจำเป็น เช่น High Tibial Osteotomy (HTO) หรือการผ่าตัดปรับแนวกระดูกหน้าแข้ง เพื่อกระจายน้ำหนักออกจากบริเวณข้อเข่าที่เสื่อม ช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อธรรมชาติ รวมถึงการดูแลปัญหาปวดไหล่ด้วยเทคนิคแผลเล็ก (Arthroscopic Surgery) ที่ช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว
นพ.ปรัชญา จรัสจิตวิไล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ กล่าวว่า การหายเจ็บไมได้หมายถึงการพร้อมลงสนาม ซึ่งเราจะใช้ Functional Movement Screen (FMS) ในการประเมินรูปแบบการเคลื่อนไหวและค้นหาจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่ก่อนเกิดการบาดเจ็บ เป็นเกณฑ์ติดตามการฟื้นตัวตลอดกระบวนการ Return to Play ซึ่งทำงานร่วมกับทีมนักกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด
“นักกายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูความแข็งแรง ความสมดุล และการควบคุมการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้น หลังการรักษา ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนกลับไปเล่นกีฬาในระดับที่ต้องการ เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้อาการปวดหาย แต่เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปเล่นกีฬาได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงบาดเจ็บซ้ำ และอาจมีสมรรถภาพดีกว่าเดิม”
นพ.วิสิทธิ์ ชั้นประเสริฐภิญโญ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ กล่าวว่า การออกกำลังกายอย่างหนักโดยไม่รู้ว่าหัวใจพร้อมหรือไม่ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันระหว่างออกกำลังกาย หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก จะสามารถวางแผนการรักษาและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นการประเมินความพร้อมของหัวใจ (Cardiac Readiness) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ ผู้ที่กลับมาออกกำลังกายหลังหยุดไปนาน ผู้ที่ต้องการเล่นกีฬาจริงจัง และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
นอกจากนี้ การตรวจค่า VO2 Max ยังช่วยให้แพทย์ออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล ทั้งประเภทกีฬา ระดับความหนัก ความถี่ และระยะเวลา เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย
พญ.สุวรรณา สุวรรณพงษ์ Program Director ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ กล่าวว่า การพัฒนาสมรรถภาพของร่างกายไม่ได้ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความสมดุลจากภายใน ทั้งสุขภาพของเซลล์ ระดับสารอาหาร ฮอร์โมน และภาวะโภชนาการ ซึ่งล้วนส่งผลต่อพลังงาน ความทนทาน การฟื้นตัว และคุณภาพการนอนหลับ
“จุดเด่นของ Bumrungrad Sports Medicine คือการทำงานร่วมกับ VitalLife Scientific Wellness Center ผสานองค์ความรู้ด้านเวชศาสตร์การกีฬา เวชศาสตร์ป้องกัน โภชนาการ และสุขภาพเชิงลึกเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การตรวจระดับ Micronutrients วิตามิน แร่ธาตุ ฮอร์โมน ไปจนถึงการวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) เพื่อออกแบบแผนการดูแลเฉพาะบุคคลอย่างแม่นยำ ช่วยให้ทุกคนออกกำลังกาย ฟื้นตัว และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพในระยะยาว”






