จิตตะ เวลธ์ ชี้ครึ่งปีหลัง AI ล็อกเป้าลงทุนหุ้นจีน

0
18

จิตตะ เวลธ์ เผยสูตรฝ่าวิกฤติ​ Trump Tariffs จัดพอร์ตแบบ Core & Satellite กระจายความเสี่ยง ด้วย Global ETF และ Jitta Ranking Alpha ในสัดส่วน 80:20  ชนะความผันผวนด้วยผลตอบแทน +3.49%*  ฟาก AI Market Prediction ชี้ชัดครึ่งปีหลัง หุ้นจีนน่าลงทุนอัตราส่วนหุ้นดีราคาถูกเพิ่มขึ้นถึง 15.6 เท่า​ ผลตอบแทน (YTD) ​ตลาดหุ้นจีนโดดเด่น ทั้ง Jitta Ranking หุ้นฮ่องกง +19.64% หรือกลุ่ม Thematic หุ้นจีนผลตอบแทนสูงกว่า 20%  ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯลดลงอยู่ที่ 0.61 เท่า สะท้อนราคาที่แพงไปแล้ว 

นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนในครึ่งปีหลัง 2568 ว่า  ความกังวลจากประเด็นสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะผ่อนคลายลง​เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกที่ผันผวนรุนแรง แต่ยังคงกดดันตลาดและอาจกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ และส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อต่อไป

นักลงทุนจึงต้องมีหลักคิดในการลงทุนที่ถูกต้องพร้อมเผชิญกับความไม่แน่นอน ซึ่งการกระจายความเสี่ยงโดยจัดพอร์ตลงทุนแบบ Core & Satellite ที่แบ่งสัดส่วนของพอร์ตหลัก​ หรือ Core Port ให้มีสินทรัพย์ที่กระจายความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงให้พอร์ต ควบคู่ไปกับ Satellite Port หรือพอร์ตรองที่เน้นผลตอบแทน ในประเทศหรือธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ในสัดส่วนที่ปลอดภัยที่ Jitta Wealth แนะนำคือ 80:20 

โดยแนะนำจัด Core Port ด้วย Global ETF กระจายความเสี่ยงในหุ้นและตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลก และจัด Satellite Port ด้วย Jitta Ranking Alpha การลงทุนที่มี Alpha AI อัลกอริทึมวิเคราะห์ประเทศของ Jitta Wealth คัดเลือก ‘ตลาดหุ้นที่ดี ในเวลาที่เหมาะสม’ ซึ่งการจัดพอร์ตที่สัดส่วน 80:20  สามารถผ่านพ้นวิกฤติ Trump Tarriffs มาได้  จากเหตุการณ์วันที่ 8 เมษายน 2568 ที่สหรัฐฯประกาศ Liberation Day   ผลตอบแทนของพอร์ต -5.27% จากต้นปี  ซึ่งน้อยมากเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกที่ร่วงรุนแรง  ​และล่าสุด (14 กรกฎาคม 2568) ผลตอบแทนกลับมา +3.49%  

นายตราวุทธิ์กล่าวถึง​ Jitta Market Prediction ว่าเป็นการวิเคราะห์ในแบบ AI Predictive Analytics ที่นำฐานข้อมูลการลงทุนมาวิเคราะห์ในทุกมิติ เพื่อเฟ้นหาตลาดที่น่าลงทุน และมีศักยภาพที่จะสร้างผลกำไรดีที่สุดในอนาคต โดยข้อมูล ณ (11 กรกฏาคม)   พบว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีอัตราส่วนหุ้นถูกต่อหุ้นแพงลดลงมาอยู่ที่ 0.61 เท่า จากสิ้นปีก่อนที่มี 0.72 เท่า สะท้อนว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจจะแพงไปแล้ว เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นจีนที่มีอัตราส่วนหุ้นถูกต่อหุ้นแพงเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15.6 เท่าจากสิ้นปีก่อนที่มีเพียง 9 เท่า 

“นักลงทุนอาจจะให้ความสนใจตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังทำ All Time High แต่มีประเด็นที่ต้องติดตาม ทั้งปัญหาภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง ความต้องการพันธบัตรสหรัฐฯเริ่มลดน้อยลง ขณะที่จีนแม้ในภาพรวมของภาคประชาชนจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่เศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง GDP เติบโตอยู่ในระดับที่สูงกว่า 5.5% (2564-2567) สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบ 2%”

สำหรับผลตอบแทนการลงทุนของ Jitta Wealth ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (14 กรกฎาคม 2568) นโยบายที่เกี่ยวกับหุ้นจีนสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่น เช่น Jitta Ranking หุ้นฮ่องกง สร้างผลตอบแทน (YTD)  +19.64% และหากดูเป็นธีมการลงทุน พบว่าบริการสุขภาพจีน +29.34% พลังงานสะอาดจีน +26.19% ตลาดหุ้นจีน +23.16% หุ้นฮ่องกง +22.50% เทคโนโลยีจีน +19.26% ส่วนJitta Ranking หุ้นจีน +4.77% และ Jitta Ranking Alpha +4.15% 

“AI ของ Jitta Wealth ชี้ให้เห็นโอกาสในตลาดหุ้นจีนมาโดยตลอด​ และยิ่งตอกย้ำความแม่นยำได้จากผลตอบแทนที่ชัดเจน ซึ่่งตลาดหุ้นฮ่องกงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนำไปก่อนเพราะเป็นตลาดที่เงินทุนไหลเข้าออกง่าย แต่หากมองโครงสร้างในระยะยาวแล้วในอนาคตเชื่อว่าจะเห็นการโยกเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่แน่นอน” นายตราวุทธิ์ กล่าวสรุป

หมายเหตุ * +3.49% เป็นผลตอบแทน Core & Satellite ตั้งแต่ต้นปี (YTD)ในสกุลเงินไทยบาท หากเป็นสกุลเงินในประเทศที่ลงทุน จะมีผลตอบแทน +8.32% 

ผลตอบแทน การเปรียบเทียบหรือการจัดอันดับการดำเนินงานในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ไม่การันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงอื่นๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน