ไทยเครดิต เปิดตัวสินเชื่อใหม่ “SME กล้าสู้” ชูโมเดล Risk-based Pricing  เข้าถึงง่ายขึ้น

0
43

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดตัวสินเชื่อใหม่ “SME กล้าสู้” กระตุ้นผู้ประกอบการให้กล้าลุกขึ้นสู้ ฝ่าฟันอุปสรรคและความท้าทายทางธุรกิจ ชูกลยุทธ์ Risk-based Pricing เน้นความยืดหยุ่น คำนวณดอกเบี้ยตามความเสี่ยง ทลายข้อจำกัดของผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีในการขอสินเชื่อ ตอกย้ำจุดยืน “STANDBY เคียงข้าง SME” พร้อมคิกออฟแคมเปญ Always STANDBY ส่งกำลังใจให้ผู้ประกอบการผ่านบทเพลงและหนังสั้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “แค่มีเรา STANDBY”

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารเริ่มให้บริการ ‘สินเชื่อ SME กล้าให้ อย่างเป็นทางการในปี 2562  ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน  โดยตลอด 6 ปี มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 2% ในปี 2562 ขยายเป็น 8% ในปี 2567 ยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่ (New Booking Volume) รวมกว่า 180,000 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนเคสในการปล่อยสินเชื่อรวม 28,000 เคส พอร์ตสินเชื่อกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี (Loan Balance) มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 26.9% และปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี มีมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านบาท

 “สิ่งที่ท้าทาย คือการทลายกรอบเดิมๆของระบบการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ซึ่งตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ธนาคารฯควบคุมและบริหารความเสี่ยงได้น่าพอใจ สะท้อนได้จากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีในระดับเลขสองหลักมาโดยตลอด โดยในปี 2567 มีอัตราการเติบโต 12.8% จากปี 2566 มีอัตราหนี้เสีย (NPL) อยู่ที่ 3.7% สวนทางกับภาพรวมของ อุตสาหกรรม ที่มีอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อประเภทวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท ที่ -5% จากปี 2566 และมีอัตราหนี้เสีย (NPL) อยู่ที่ 7.01%”

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2568 มีแผนขับเคลื่อนองค์กร ผ่านกลยุทธ์สำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ 1. การเติบโตของสินเชื่อหลัก 2. Digital Transformation โดยเชื่อมั่นว่า ‘สินเชื่อ SME กล้าให้’ จะเป็นผลิตภัณฑ์หลักในการขับเคลื่อนให้ธนาคารฯ สามารถก้าวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้

นายนาธัส กฤตวรานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่การฟื้นตัวอย่างล่าช้า และการชะลอตัวของสินเชื่อใหม่จากเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีหลายรายประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ เพื่อช่วยทลายข้อจำกัดดังกล่าว ธนาคารฯ ได้นำโมเดลการพิจารณาสินเชื่อแบบ Risk-based Pricing เข้ามาใช้เป็นครั้งแรกสำหรับกลุ่มลูกค้าไมโครเอสเอ็มอี  ซึ่งโมเดลดังกล่าวจะช่วยผ่อนปรนให้ธนาคารฯ สามารถพิจารณาสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการภายใต้เงื่อนไขการบริหารความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ธนาคารฯได้เปิดตัว ‘สินเชื่อ SME กล้าสู้’ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 6.95% ต่อปี ใช้เงินฝากเป็นหลักประกัน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 5 เท่าของหลักประกัน และไม่เกิน 10 ล้านบาท เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงเงินทุนในระบบภายใต้สภาวะคับขันทางเศรษฐกิจ และสามารถก้าวข้ามวิกฤตครั้งนี้เพื่อการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังขยายเพดานวงเงินสูงสุดสินเชื่อ SME กล้าให้ จากเดิม 35 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีอย่างเต็มศักยภาพ ตามจุดยืนของธนาคารไทยเครดิตที่พร้อม STANDBY เคียงข้าง SME และที่สำคัญธนาคารฯ ยังมีแผนขยายจุดให้บริการลูกค้าธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี โดยการเปิด Business Center ในจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอีได้สะดวกและครอบคลุมยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ธนาคารฯได้เปิดตัวแคมเปญ ‘Always STANDBY’ ดึงบทเพลง ‘แค่มี’ ที่ปรับเนื้อร้อง ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘แค่มีเรา STANDBY’ นำเสนอผ่าน MV และภาพยนตร์สั้น 4 เรื่อง สะท้อนภาพชีวิตและการต่อสู้ของผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี โดยมีธนาคารไทยเครดิต STANDBY คอยอยู่เคียงข้างเป็นกองหนุนให้ผู้ประกอบการ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์สินเชื่อ

SME กล้าสู้  สินเชื่อธุรกิจแบบมีระยะเวลา (Term Loan) ใช้เงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารไทยเครดิตเป็นหลักประกัน อนุมัติวงเงินสินเชื่อสูงสุด 5 เท่าของหลักประกันเงินฝาก สูงสุด 10 ล้านบาท* สำหรับนิติบุคคล และสูงสุด 5 ล้านบาท* สำหรับบุคคลธรรมดา อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น MRR-3.05% ต่อปี (6.95% ต่อปี) ถึง MRR+17.95% ต่อปี (27.95% ต่อปี)* ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด 12 ปี โดยผู้กู้ต้องมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

สินเชื่อ SME กล้าให้เต็ม MAX ขยายวงเงินสินเชื่อสูงสุด 50 ล้านบาท* และไม่เกิน 2 เท่าของมูลค่าประเมินหลักประกัน โดยสามารถใช้ที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ห้องชุดพักอาศัย หรือเงินฝาก เป็นหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น MRR-4.55% ต่อปี* (5.45% ต่อปี) ถึง MRR+3.20% ต่อปี* (13.20% ต่อปี) ระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด 12 ปี โดยผู้กู้ต้องมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป

*หมายเหตุ:

วงเงินสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยพิจารณาตามคุณสมบัติของผู้กู้ เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ธนาคารฯ www.thaicreditbank.com หรือ โทร. 0-2697-5454

อ้างอิง MRR ตามประกาศของธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 2/2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2568 เท่ากับ 10.00% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้