“Curico” เมื่อทีมเด็กไทย ใช้สมองและหัวใจ ปั้น AI พลิกโฉมการศึกษา

0
140

Curico.ai แพลตฟอร์มกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ด้วย AI ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กอายุ 4-10 ปี ให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อลดการติดหน้าจอ ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว และสร้างนิสัยให้เด็กกล้าตั้งคำถามและออกไปหาคำตอบเอง

กิจกรรมของ Curico มีมากกว่า 1,000 กิจกรรม ที่เด็กๆสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือทำร่วมกับผู้ปกครอง โดยใช้อุปกรณ์หาง่ายรอบตัว  แบ่งเป็น 2 รูปแบบหลักๆ คือ กิจกรรมบนแอปพลิเคชัน (At-Home Activities) และกิจกรรมออนไซต์ (Family Workshop)

1.กิจกรรมบนแอปพลิเคชัน แบ่งตามหมวดหมู่การเรียนรู้หลักๆดังนี้

  • หมวด Scientist (วิทยาศาสตร์) : กิจกรรมทดลอง ชวนให้เด็กสังเกต คิดเป็นเหตุเป็นผล เช่น การทดลองเรื่องการละลายของน้ำแข็งและสีสัน หรือการทำกล้องดูดาวอย่างง่ายจากแกนทิชชู่
  • หมวด Engineering (วิศวกรรมและการประดิษฐ์): กิจกรรมที่ฝึกการออกแบบและทักษะการแก้ปัญหา เช่น การประดิษฐ์รถของเล่นจากขวดพลาสติก
  • หมวด Art and Craft (ศิลปะและงานฝีมือ): กิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น การตัดแปะ ทำของตกแต่งตามเทศกาล
  • หมวด Storytelling & Nature (การเล่าเรื่องและธรรมชาติ): กิจกรรมสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวและการฝึกคิดเชื่อมโยงเพื่อเล่าออกมาเป็นเรื่องราว

2. กิจกรรมเวิร์กชอป (Family Workshop) : กิจกรรมเวิร์กชอปออฟไลน์ที่จัดร่วมกับพาร์ทเนอร์ True Digital Park เพื่อให้ครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกัน ตัวอย่างกิจกรรมไฮไลท์ที่เคยจัดไปแล้ว เช่น

Marshmallow Spaghetti Tower: กิจกรรมท้าทายให้เด็กๆ และผู้ปกครองช่วยกันสร้างหอคอยที่สูงที่สุด โดยใช้เพียงเส้นสปาเกตตี้ดิบและมาร์ชเมลโลว์ ฝึกการทำงานเป็นทีมและคิดเชิงโครงสร้าง

–  Popsicle Lift Toy: กิจกรรมออกแบบและสร้างแขนจับหุ่นยนต์จำลองจากไม้ไอติม เรียนรู้กลไกเชิงวิศวกรรมขั้นพื้นฐาน

–  Paper Whirlybird Flyers: กิจกรรมประดิษฐ์เฮลิคอปเตอร์กระดาษ เพื่อเรียนรู้เรื่องแรงลมและการหมุน

DIY Animal Masks: กิจกรรมสร้างสรรค์หน้ากากสัตว์ด้วยตัวเองเพื่อส่งเสริมจินตนาการ

โดยล่าสุดทีมงานได้จัดกิจกรรม Paper Whirlybird Flyers และ DIY Animal Masks ให้กับเด็กๆและครอบครัวจำนวน 40 ครอบครัว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ทุกกิจกรรมทั้งในแอปและเวิร์กชอป จะมี AI Guide คอยทำหน้าที่แนะนำขั้นตอน และเสนอไอเดียคำถามให้ผู้ปกครองนำไปถามเด็กๆ เพื่อกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ในระหว่างที่ลงมือทำ  เมื่อจบกิจกรรมจะมีสาระน่ารู้และคำถามต่อยอด เพื่อให้เด็กเชื่อมโยงสิ่งที่ทำกับความรู้ในชีวิตจริง

เพื่อความเท่าเทียมทางการศึกษา ไม่แสวงหากำไร

Curico เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร (Nonprofit Organization) เป้าหมายหลักคือการใช้เทคโนโลยี AI สร้างความเท่าเทียมและลดช่องว่างทางการศึกษาให้กับเด็กๆ  เป็นโครงการที่เริ่มต้นจากการเป็น Side Project ของกลุ่มนักพัฒนาที่สนใจด้าน AI for Education ด้วยความเชื่อว่าเด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการค้นหาความชอบของตนเองตั้งแต่เยาว์วัย และมุ่งเน้นการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับโลกจริงมากกว่าการดึงดูดให้เด็กติดหน้าจอ  โดยสิ่งที่ AI ทำให้เด็กได้ดีที่สุดอาจไม่ใช่การตอบคำถาม แต่คือการสร้างนิสัยให้เด็กกล้าตั้งคำถามและออกไปหาคำตอบเอง

ดังนั้น เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถเข้าถึงได้ คลังกิจกรรมกว่า 1,000 กิจกรรม ของ Curico จึงเปิดให้ใช้งานได้ฟรี

ขณะเดียวกัน ก็มี Curico Plus (เพิ่มโหมดเสียง AI หรือการส่งออกสมุดภาพ) ที่คิดราคาอย่างสมเหตุสมผล เพื่อนำเงินมาครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านระบบและการประมวลผลของ AI ไม่ได้ตั้งเป้าสร้างกำไร  และเมื่อแพลตฟอร์มเริ่มมีรายได้หรือกำไร ก็จะขยายสู่ชุมชนห่างไกลที่เด็กๆยังขาดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี

ทีมเด็กไทยรวมสมองและหัวใจสร้างทักษะเด็กไทยคิดแบบวิเคราะห์

แพลตฟอร์ม Curico ก่อตั้งโดย ดร.พิชญา โพธิลิ้มธนา (พี่แมงปอ) ปัจจุบันเป็น Technical Staff อยู่ที่ Open AI ทำงานด้าน AI scaling system (ทีมผู้พัฒนา ChatGPT) ทำให้ AI รันได้เร็วและรันได้ระดับ large scale และอดีตนักวิจัยจาก Google DeepMind ซึ่งนำองค์ความรู้ระดับท็อปของโลกมาใช้วิเคราะห์และวางโครงสร้างระบบ AI ไกด์ของแอป

พี่แมงปอ บอกว่าในยุคที่ AI รู้ทุกอย่าง โรงเรียนต้องเปลี่ยนระบบมาสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ creativity และทักษะในการตรวจสอบว่าสิ่งที่ AI ตอบมา make sense หรือไม่  เพราะทุกคนถาม AI ได้เหมือนกัน ถ้าก็อปปี้คำตอบไปทำก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะทุกคนทำได้เหมือนกันหมด

ดร.ผันชมพู วิสิฐธนวัฒน์ (พี่ฝ้าย) นักวิจัยด้านการศึกษาคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ที่ สสวท. ทำหน้าที่เป็น Education Advisor หรือที่ปรึกษาด้านการศึกษา และดูเรื่องความถูกต้องตามหลักจิตวิทยาเด็ก รวมถึงโครงสร้างเนื้อหาของบทเรียน ช่วยเกลา “แนวทางการตั้งคำถามของ AI” และออกแบบ “คำถามปลายเปิด” เพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมต่างๆ ปลอดภัย เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กอายุ 4-10 ปี และสามารถกระตุ้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง

พี่ฝ้าย บอกว่า Curico ไม่ได้เป็นสิ่งทดแทนโรงเรียน แต่เป็นการเตรียมเด็กให้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่โรงเรียนสอนได้ดีขึ้น ถ้าเด็กรู้จักถามคำถามแบบที่ Curico ฝึกให้ เมื่อเข้าห้องเรียนวิทยาศาสตร์เด็กจะถามคำถามที่ทำให้เนื้อหา มีความหมายมากขึ้น ไม่ใช่แค่ท่องจำ  ซึ่งระบบโรงเรียนส่วนใหญ่จะมีคำถามที่คนถามรู้คำตอบอยู่แล้ว เช่น  2 บวก 2 ได้เท่าไหร่ ซึ่งคำตอบทำให้เด็กต้องแสดงความรู้ ไม่ใช่การแสดงความเห็น ขณะที่นกแก้วของ Curico ออกแบบมาให้เด็กคุ้นเคยกับคำถามที่ชวนสื่อสารความคิด ไม่ใช่แค่ตอบให้ถูกต้อง

กฤตภาส รังสิมันตุชาติ  (เท็น) จบ คณะวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชี่ยวชาญด้าน Software และ AI  ดูแลและพัฒนาระบบหลังบ้านของแอปพลิเคชัน ในตำแหน่ง Curcio Technical Lead  เท็นจะลงพื้นที่จัดกิจกรรมให้คำแนะนำด้านเทคนิคการใช้งานแอปพลิเคชันแก่ครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมออฟไลน์ เพื่อสังเกตพฤติกรรมการใช้งาน เก็บข้อมูลข้อจำกัดของการใช้แอปพลิเคชัน นำมาปรับปรุงระบบให้ Curio ใช้งานได้อย่างเสถียรและลื่นไหล

เท็นมองว่า ในยุคนี้ gap ระหว่างคนเก่งกับคนทั่วไปจะกว้างมาก คนเก่งจะเก่งขึ้นแบบที่คาดไม่ถึง เพราะใช้ AI เรียนพื้นฐานในทุกแง่มุมแบบที่ยุคก่อนทำไม่ได้ เลือกเรียนกับอาจารย์คนไหนในมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ แล้วเอามาสร้าง project ของตัวเองจากพื้นฐานนั้น

นอกจากนี้ยังมีทีมน้องนักศึกษาอาสาสมัครจากจุฬา ลาดกระบัง Stanford Berkeley UCSD มาช่วยทำกิจกรรมและดูแลเด็กๆอีกด้วย

ลองชวนลูกหลานคลิก curico.ai หรือ Curico: the kid’s curiosity app เข้าไปสํารวจและเรียนรู้ด้วยกัน  แล้วจะเข้าใจว่าสิ่งที่ AI ทำให้เด็กได้ดีที่สุดอาจไม่ใช่การตอบคำถาม แต่คือการสร้างนิสัยให้กล้าตั้งคำถามและออกไปหาคำตอบด้วยตัวเอง