บริษัท หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด (Finnomena Funds) ภายใต้กลุ่มบริษัท Finnomena Group “WealthTech Platform for all ตอกย้ำความสำเร็จในการยกระดับศักยภาพธุรกิจ เร่งสร้าง “Alpha Advisors” โต 100% ในอีก 5 ปี ปลดล็อกคนนับล้านด้วยคำแนะนำการลงทุนที่ “ใช่” ให้บรรลุเป้าหมายชีวิต
นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ Co-Founder Finnomena Group และ CEO Finnomena Funds เปิดเผยว่า ปัญหาของนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ล้มเหลวในการลงทุน คือการไม่เจอแนวทางและสินทรัพย์ที่เหมาะกับตัวเอง และไม่เคยได้พบกับผู้แนะนำการลงทุนที่ “ใช่” เราจึงยกระดับประสบการณ์ของนักลงทุนไทย ผ่านโครงการ “Better Together” ซึ่งมุ่งเน้นการ matching นักลงทุนทุกระดับกับผู้แนะนำการลงทุนที่ใช่ ทั้งเรื่องของสไตล์และพฤติกรรมการลงทุน อาชีพ ไปจนถึงถิ่นที่อยู่อาศัย
โดย ณ เดือนมีนาคม 2569 แพลตฟอร์ม Finnomena มีสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุนของกลุ่มบริษัทกว่า 72,385.60 ล้านบาท มีจำนวนผู้เปิดบัญชีทั้งหมด 194,006 คน โดยบริษัทมีแผนขยายจำนวนผู้แนะนำการลงทุนอิสระให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดสู่ 6,000 คนในอีก 5 ปี จากปัจจุบัน 3,342 คน พร้อมพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็น “Alpha Advisors” ด้วยความรู้ที่เข้มข้น และเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม
นายเจษฎา สุขทิศ Co-Founder & CEO Finnomena Group เปิดเผยถึง มุมมองการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ว่า ทิศทางตลาดกำลังก้าวเข้าสู่เฟส “Moving On” โดยความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์จะกลายเป็น New Normal และทรัมป์หันไปให้ความสนใจกับการเตรียมตัวเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของ AI แต่เม็ดเงินลงทุนจะเริ่มกระจายตัวไปยังอุตสาหกรรมและภูมิภาคอื่น ๆ มากขึ้น ในภาพรวมจึงมีโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
นายวศิน ปริธัญ Managing Director บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ในเครือของ Finnomena Group แนะนำกลยุทธ์การลงทุนว่า ประกอบด้วย 3 ธีมหลัก ได้แก่
1.) The AI Divergence จากความต้องการ AI ที่ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จากแรงหนุนหลักงบลงทุน (CapEx) ของกลุ่ม Hyperscaler โดยแนะนำลงทุนผ่านกองทุนหุ้นเทคโนโลยี K-GTECH, กองทุนหุ้นสหรัฐฯ KF-SP500M, กองทุนหุ้นญี่ปุ่น KT-JAPANALL-A และกองทุนในธีม Grid Infrastructure อย่าง A-GRID
2.) The Catch-Up Trade ซึ่งที่ผ่านมาตลาดหุ้นถูกลากขึ้นด้วยหุ้นเพียงกระจุกตัว แต่กลุ่มที่เหลือยังคง Laggard และยังมีโอกาสด้วยระดับ Valuation ที่น่าสนใจ จึงแนะนำกลยุทธ์ Selective เน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับหรือมีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน เช่น ธีม Global Healthcare แนะนำกองทุน KKP GHC-A, หุ้นทั่วโลกนอกสหรัฐฯ แนะนำกองทุน U-WXUSFX และหุ้นไทยปันผลสูง TISCOHD-A
3.) Structural Geopolitics ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะยังคงอยู่และยืดเยื้อ ควรมองหาโอกาสในสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับความปลอดภัยและการย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐฯ ที่มีความมั่นคง แนะนำธีม Defense กองทุน LHGDEFENSE-A, ธีม US Industrials กองทุน A-AIRR, ธีม Gold Miner กองทุน A-RING รวมถึงให้มีการป้องกันความเสี่ยง (Hedge) พอร์ตการลงทุนบางส่วนด้วยสินค้าโภคภัณฑ์อย่างกองทุน SCBCOMP
นายกสิณ สุธรรมมนัส Co-Founder & Chief Strategy Officer Finnomena Group กล่าวว่า ตลอด 10 ที่ผ่านมา Finnomena มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งรอบด้าน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำ WealthTech Platform ของไทย ทั้งการลงทุนในกองทุน หุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์อื่น ๆ ผ่านการให้บริการข้อมูลข่าวสาร Open Knowledge กลยุทธ์การลงทุนที่พิสูจน์แล้วมานับทศวรรษ พร้อมด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพ จนสามารถครอบคลุมทุกประสบการณ์การลงทุนในแพลตฟอร์มเดียว
#Finnomena #WealthTechPlatform #AlphaAdvisors




