SCB-แสนสิริ อัด 2,000 ล้านบาท พลิกโฉมซัพพลายเชนอสังหาฯ

0
10

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จัดงาน “Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน” ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย เตรียมความพร้อมสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยวงเงินสนับสนุนกว่า 2,000 ล้านบาท

นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้น การแข่งขันรุนแรงต่อเนื่องกับสินค้านำเข้า ส่งผลกดดันต่อการสร้างรายได้และการรักษาอัตรากำไรของธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SME  ที่เป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคการผลิต การค้า และการบริการ รวมถึงมีความเชื่อมโยงทางซัพพลายเชนกับธุรกิจขนาดใหญ่ 

ผู้ประกอบการต้องตระหนักถึงรากฐานสำคัญ 3 ประการในประกอบธุรกิจ ได้แก่  การบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow) ซึ่งเป็นหัวใจแห่งความอยู่รอด ความผูกพันและรักษาสัญญา (Commitment to Obligation) ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพราะความเชื่อใจ คือต้นทุนที่แพงที่สุดและขาดไม่ได้ในยามวิกฤต และการประคองกันให้รอด หากคนตัวเล็กในระบบสะดุดล้ม คนตัวใหญ่ก็ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ หน้าที่ของผู้นำและองค์กรขนาดใหญ่คือการสนับสนุน ช่วยเหลือและประคับประคองพันธมิตรท ให้ก้าวข้ามความท้าทายและเติบโตไปด้วยกัน

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรีนพาร์ตเนอร์และความร่วมมือใน Ecosystem คือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน ซึ่งธุรกิจหลักของแสนสิริมี Value Chain และ Supply Chain ที่ครอบคลุมธุรกิจหลากหลาย โดยได้นำโมเดล Green Supply Chain มาประยุกต์ใช้ (ผ่าน 3 แกนหลัก: Green Procurement, Green Construction, Green Architecture & Design) โดยมีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 4,000 ราย เป็นฟันเฟืองในการสร้างมูลค่าให้กับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกหนึ่งเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ที่มีธุรกิจอื่นต่อเนื่องอีกมากมาย

“แสนสิริพร้อมสนับสนุน Green Partner ทุกราย โดยร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์มอบโซลูชันทางการเงิน ทั้งสินเชื่อเพื่อธุรกิจโดยมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และวงเงินสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ หรือ Sustainable Finance เพิ่มโอกาสการเติบโตของคู่ค้าแสนสิริในการติดสปีดธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีดิจิทัล การประยุกต์ใช้ AI พฤติกรรมผู้บริโภค และมาตรฐานด้านความยั่งยืน ทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ในห่วงโซ่อุปทาน ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว

ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Value Chain Ecosystem และมุ่งสู่การเป็น Business Value Chain Partner ขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น เชื่อมโยงโอกาส เครือข่าย และศักยภาพทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าและพันธมิตรตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ

โดยอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนบทบาทของซัพพลายเชนต่อเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน ซึ่งมีห่วงโซ่มูลค่าขนาดใหญ่และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก กำลังเผชิญความท้าทายในหลายมิติ ทั้งต้นทุนที่ผันผวน การขาดแคลนแรงงานทักษะ และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีก่อสร้างสมัยใหม่

การจัดงาน “Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน” เพื่อเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการซัพพลายเชน ให้รับมือกับความท้าทายในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการเข้าถึงแหล่งทุนที่จำเป็น โดยมุ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำ AI ไปเสริมศักยภาพ ปรับธุรกิจสู่แนวทางที่ยั่งยืน และเข้าถึงโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม สร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว

นางพิกุล ศรีมหันต์ Chief Debt Recovery Management Officer และ Chief Business Banking Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความสำเร็จของธุรกิจในปัจจุบันเกิดจากความแข็งแกร่งของทุกฟันเฟืองในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างสมดุล พร้อมเดินหน้าสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ (Business Transactional) ที่ช่วยเชื่อมโยงคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัว   ธนาคารจึงมุ่งทำหน้าที่เป็น Business Value Chain Partner โดยผสานความร่วมมือกับลูกค้าองค์กรชั้นนำ เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการในซัพพลายเชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุน องค์ความรู้ เครือข่ายธุรกิจ และเครื่องมือสำคัญในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่

“ธนาคารพร้อมขับเคลื่อนเอสเอ็มอี ด้วยวงเงินสนับสนุนกว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย วงเงินกู้ระยะยาวและวงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ (แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ* และ สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ** (Sustainable Financing) วงเงินกู้รวมสูงสุด 50 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้ง Value Chain”

*ทั้งนี้วงเงินกู้ระยะยาวและวงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ (แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับลูกค้าในโครงการที่ได้รับการคัดเลือกจากธนาคาร การอนุมัติสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และการพิจารณาของธนาคาร ทั้งนี้ ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับข้อมูลทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ และเงื่อนไขอื่นตามที่ธนาคารกำหนด

** สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ (Sustainable Financing) อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.50% (ปีแรก) สำหรับลูกค้าที่ได้รับอนุมัติภายใน 31 ธันวาคม 2569 วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับธุรกิจที่ดำเนินกิจการด้าน Green Activities เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ ระบบบำบัดน้ำเสีย อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

#SCB #แสนสิริ ##SustainableFinance #อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ #SupplyChain