โรงพยาบาลวิมุต ครบรอบ 5 ปี ปั้นกลยุทธ์ 3E: Expertise-Experience-Expansion ทรานส์ฟอร์มโรงพยาบาลสู่การเป็น Integrated Specialty Hospital หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางแบบบูรณาการ รองรับวิกฤตสุขภาพของคนไทยในยุคสังคมสูงวัย ตลอดจนมุ่งใช้ความเข้าใจและองค์ความรู้ทางการแพทย์มาดูแลโรคยาก-ซับซ้อน พร้อมเผยผลงานไตรมาส 1/2569 โต 19% ตั้งเป้าทั้งปี โต 15%
นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนในปี 2569 ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่เลือกแนวทาง Selective Growthและมีจุดแข็งในบริการเฉพาะด้าน วางทิศทางธุรกิจชัดเจน สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างได้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการแข่งขันด้านจำนวนสาขา สู่การแข่งขันด้านความชำนาญและผลลัพธ์การรักษา โดยเฉพาะในกลุ่มโรคซับซ้อนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก
ในโอกาสครบรอบ 5 ปี รพ.วิมุต ได้ทรานส์ฟอร์มสู่ “Integrated Specialty Hospital” ตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่เชื่อว่า การรักษาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนป่วย แต่ต้องเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการติดตามผลในระยะยาว โดยมีเป้าหมายสร้างผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้นควบคู่กับการลดภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพในอนาคต ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปราะบาง
รวมทั้งเดินหน้าพัฒนาองค์กรภายใต้กลยุทธ์ 3E ประกอบด้วย 3 แกนหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
แกนแรก “Expertise” การยกระดับศักยภาพทางการแพทย์ ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาและการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อรองรับโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งสุขภาพปอด หัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ สูตินรีเวช สุขภาพเต้านม และระบบทางเดินอาหารและตับ
แกนที่สอง “Experience” ยกระดับสู่การให้บริการแบบ “Integrated Healthcare” ออกแบบเส้นทางการรักษาที่เชื่อมต่อกัน ตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการฟื้นฟู โดยมี ViMUT Application และแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลเป็นศูนย์กลาง
แกนสุดท้าย “Expansion” ขยายการเติบโตผ่านการสร้างระบบสุขภาพโดยมุ่งขยายฐานลูกค้าองค์กรและกลุ่มประกันในรัศมี 35 กิโลเมตร โดยเฉพาะในพื้นที่พหลโยธิน รวมถึงต่อยอดความร่วมมือกับพฤกษา เรียลเอสเตท ที่มีฐานลูกบ้านกว่า 270,000 ครัวเรือน เพื่อเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
นอกจากนี้ยังยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่าน 3 แนวทาง คือ ขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะตลาดเมียนมาและเอเชียใต้ที่เติบโตสูงถึง 141% และ 70% ขยายฐานลูกค้ากลุ่มประกันภัยที่เติบโต 8% และลูกค้าองค์กรที่เติบโต 12% และการยกระดับบริการทางการแพทย์เฉพาะด้านโดยเฉพาะบริการสุขภาพผู้หญิงที่เติบโต 12%
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้ 337 ล้านบาท เติบโต 19% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่ 283 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2568 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,302 ล้านบาท เติบโต 7% เป็นรายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) 711 ล้านบาท รายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) 591 ล้านบาท โดยไตรมาส 4 ปี 2568 มีรายได้รวม 376 ล้านบาท จากการขยายตัวของกลุ่มผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 1,500 ล้านบาท เติบโต 15%
นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยกำลังเผชิญกับโรคซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเครียด การพักผ่อนน้อย มลภาวะ รวมถึงภาวะสังคมสูงวัย หลายโรคเกิดเร็วและรุนแรงขึ้น ขณะที่หลายโรคค่อยๆสะสมโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว เมื่อมีอาการมักอยู่ในระยะที่ซับซ้อนแล้ว
โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า 5 กลุ่มโรคหลักที่กระทบคุณภาพชีวิตคนไทยมากที่สุด ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินอาหารและตับ และสุขภาพผู้หญิง ทั้งสูตินรีเวชและสุขภาพเต้านม ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นในกลุ่มวัยทำงาน และมักเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยรายเดียวกัน เราจึงเร่งปรับองค์กรสู่การเป็น Integrated Specialty Hospital ที่เชื่อมโยงการดูแลโรคซับซ้อนด้วยความเข้าใจและความเชี่ยวชาญของแพทย์
“หัวใจสำคัญของการเป็น Specialty Hospital คือโมเดล Multidisciplinary Care หรือการทำงานร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพราะโรคบางโรคเชื่อมโยงกันทั้งด้านร่างกาย พฤติกรรม และคุณภาพชีวิต ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจจำนวนมากมักมีภาวะเบาหวาน ความดัน หรือโรคไตร่วมด้วย หากรักษาเฉพาะอาการใดอาการหนึ่ง อาจรักษาได้ไม่ยั่งยืน รพ.วิมุต จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์หลายสาขา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับภาวะของแต่ละราย”
ทั้งนี้ รพ.วิมุต มุ่งพัฒนาศักยภาพการรักษาโรคยากและโรคซับซ้อนผ่าน 5 กลุ่มโรคหลัก ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทั้งด้านสุขภาพ การใช้ชีวิต และภาระค่าใช้จ่าย ได้แก่
- กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ โดยให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยง ผู้สูบบุหรี่ ผู้สัมผัสฝุ่นควันเป็นประจำ และผู้มีประวัติครอบครัว พร้อมนำเทคโนโลยี Low-dose CT Scan, การตรวจหลอดลมด้วยกล้อง (Bronchoscopy) และ EBUS (Endobronchial Ultrasound) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย ลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่ และเพิ่มโอกาสในการรักษา โดยมีทีมแพทย์สหสาขาร่วมวางแผนเฉพาะบุคคล
- โรคหัวใจและหลอดเลือด หนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของคนไทย โดยมุ่งเน้นการตรวจคัดกรองเชิงรุกและการประเมินความเสี่ยง พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง TAVI หรือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน และ MICS หรือการผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก เข้ามาช่วยลดความเจ็บปวด ลดระยะเวลาพักฟื้น และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น
- กลุ่มโรคกระดูกและข้อ ที่เริ่มพบมากขึ้นในวัยทำงานและคนรุ่นใหม่จากพฤติกรรมนั่งทำงานนาน การใช้ชีวิตแบบ Sedentary Lifestyle และการใช้ร่างกายหนักต่อเนื่อง อาการปวดเรื้อรังและการเคลื่อนไหวที่ไม่คล่องตัวส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ความสามารถในการทำงาน และสุขภาพจิต รพ.วิมุต จึงมุ่งเน้นการรักษาด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้องและ Minimally Invasive Surgery ครอบคลุมทุกข้อต่อของร่างกาย ทั้งไหล่ ข้อศอก ข้อมือ สะโพก เข่า ข้อเท้า และกระดูกสันหลัง ที่ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และลดโอกาสติดเชื้อ พร้อมออกแบบระบบการดูแลที่ลื่นไหลตั้งแต่ตรวจ วินิจฉัย รักษา จนถึงฟื้นฟูในที่เดียว
- โรคระบบทางเดินอาหารและตับ จากพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตเร่งรีบ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในคนอายุน้อยและวัยทำงาน โดยเน้นการตรวจคัดกรองผ่าน Colonoscopy โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป พร้อมนำเทคโนโลยี Anorectal Manometry เข้ามาวินิจฉัยและ Biofeedback Therapy มาฟื้นฟูปัญหาระบบขับถ่าย
- สุขภาพเต้านม ซึ่งมะเร็งเต้านมพบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย และเริ่มพบในกลุ่มอายุน้อยมากขึ้น รพ.วิมุต จึงให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองและการรักษาแบบ Personalized พิจารณาจากระยะของโรค ขนาดก้อน การกระจาย และชนิดของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ ตั้งแต่การคัดกรอง การวินิจฉัย การวางแผนรักษา ไปจนถึงการผ่าตัดด้วยเทคนิคสงวนเต้านม เพื่อลดผลกระทบต่อความมั่นใจ ให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว
“บทใหม่ของ รพ. วิมุต กับการเป็น Integrated Specialty Hospital สะท้อนว่าการรักษาโรคซับซ้อนในยุคนี้คือการดูแล “คุณภาพชีวิต” ของผู้ป่วยในระยะยาว แนวทางรักษาจึงต้องออกแบบเฉพาะบุคคล ควบคู่กับการป้องกันตั้งแต่ต้น เพราะการตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้นไม่เพียงเพิ่มโอกาสรักษาให้หาย แต่ยังลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ” นพ.สุวาณิช กล่าวสรุป







