เปิดแผน 3 ปี ตลท. ชู 3 กลยุทธ์ยกระดับตลาดทุนไทย

0
21

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ชู 3 กลยุทธ์หลัก  Exciting Markets with Confidence – รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น Grow Business with Stakeholders – ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต  และGreat Process and People – เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน  เพื่อผลักดันให้เติบโตภายใต้ภาวะตลาดชะลอตัวและปัจจัยผันผวนรอบด้าน   

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า  จากสถานการณ์ความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายหดตัว  ธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียนมีจำนวนน้อย ขณะที่การแข่งขันจากต่างประเทศ สินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็น ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้ตลาดทุนไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อกลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจอีกครั้ง ด้วยแผนกลยุทธ์ 3 ปี  ที่จะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ  

โดย แผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้

1) รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น (Exciting Markets with Confidence)

· ดึงดูด Fund Flow  โดยผนึกพันธมิตรกระตุ้นให้ผู้ลงทุนกลับมาซื้อขายและขยายฐานผู้ลงทุนใหม่  ด้วยการเพิ่มสินค้าใหม่ Bond Connect Platform, Crypto ETF พร้อมขยาย DR และ L&I ETF  ควบคู่กับการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ ให้เป็นศูนย์รวมพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ทุกประเภท  พร้อมเตรียมจัดโรดโชว์ inbound และ outbound เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างประเทศ

· ยกระดับบริษัทจดทะเบียนด้วยคุณภาพ โดยผนึกหน่วยงานกำกับฯ ทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย และผลักดันให้แข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศ พร้อมร่วมมือ BOI และ EEC  ดึงดูดบริษัทกลุ่ม New Economy, บริษัทต่างชาติ รวมถึง SME และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย   รวมไปถึงเดินหน้าโครงการ JUMP+ ต่อเนื่อง

· รุก TFEX เสริมกลยุทธ์ลงทุน  ส่งเสริมการใช้ TFEX เสริมพอร์ตหุ้นอย่างจริงจัง พร้อมเพิ่มสินค้าอนุพันธ์ใหม่ๆ ขยายโอกาสการลงทุน เช่น ตราสารอนุพันธ์ระยะสั้น (Short-dated products) Crypto-based product ตลอดจนเพิ่มสภาพคล่องทางการซื้อขายผ่านการทำงานของ Market Maker และ Professional Trader พร้อมร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศขยายฐานผู้ลงทุนในวงกว้าง

2) ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders)

· สร้าง SET Climate Ecosystem  ร่วมกับพันธมิตรขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึง Supply chain ของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร โดยพัฒนาฟังก์ชันให้ครบวงจรเพื่อ บจ. ใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 100 บริษัท พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศด้วยมาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และเตรียมพร้อมทุกภาคส่วนให้รองรับ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

· ต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access  โดยนำ AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและให้บริการภายนอกองค์กร พัฒนานโยบายสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ให้เทียบเคียงสากล

3) เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People) โดยพัฒนายกระดับประสิทธิภาพระบบ Clearing ที่จะเริ่มให้บริการในปี 2570 และยกระดับ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer, e-Proxy, e-Document, Investor Portal      พร้อมขับเคลื่อนบุคลากรให้สอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง  ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ