ลีสซิ่งกสิกรไทย โชว์สินเชื่อรถใหม่ปี 2564 โตสวนตลาด อัดแคมเปญปี 2565 ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า

0
37

 

ลีสซิ่งกสิกรไทยประกาศผลงานปี 64 ฐานสินเชื่อโต 5.46% แตะระดับ 121,166 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อใหม่โต  32% สวนตลาดรถยนต์โตติดลบ เดินหน้าปี 65 อัดแคมเปญเชิงรุก เสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ทุกกลุ่มลูกค้า เปิดแคมเปญรับนโยบาย Green Zero ออกรถ BEV ใหม่ขับฟรี 3 เดือน พร้อมชูจุดแข็งด้านเครือข่ายบริการและฐานลูกค้า พร้อมขยายบริการออนไลน์และพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมกับพันธมิตร

นายธีรชาติ จิรจรัสพร กรรมการผู้จัดการ ลีสซิ่งกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ใหม่ปี 2564 ที่ผ่านมา มียอดจำหน่าย 759,119 คัน ลดลง 4.2% เมื่อเทียบปี 2563 จากปัจจัยลบ 2 ด้าน คือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น และปัญหาการขาดแคลนชิปอิเล็กทรอนิกส์ทำให้รถยนต์บางรุ่นต้องหยุดผลิตลงเป็นระยะเวลาหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ปี 2565 สถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลาย  โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้ตลาดรถยนต์โดยรวมจะมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่จะยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิด  โดยคาดการณ์ยอดขายรถยนต์รวมปีนี้ อยู่ที่ 800,000–850,000 คัน หรือขยายตัว 5.4%-12.0% โดยกลุ่มรถยนต์ที่มีปัจจัยบวกคือกลุ่ม BEV (Battery Electric Vehicle) จากมาตรการภาครัฐที่ออกมาเพื่อกระตุ้นการซื้อรถยนต์ BEV ในประเทศ  ทั้งนี้คาดการณ์ยอดขายปี 2565 ที่ 4,000-5,000 คัน ขยายตัวจากปีที่ผ่านมา 104.7%-155.9% 

สำหรับผลประกอบการของลีสซิ่งกสิกรไทย ในปี 2564 สามารถขยายฐานสินเชื่อหรือยอดคงค้างสินเชื่อ (Outstanding Loan) ขึ้นมาที่ 121,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 5.46% โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อรถใหม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 32% สวนทางกับตลาดยอดขายรถยนต์ใหม่ในปี 2564 ที่ติดลบ 4%   ด้วยกลยุทธ์การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าหลากหลายขึ้น รวมถึงลูกค้าฐานรากทั้งประเภทเช่าซื้อและจำนำทะเบียน  

นอกจากนี้ ได้เพิ่มบริการสินเชื่อรถใช้แล้วผ่านช่องทางเต็นท์รถยนต์ ซึ่งปกติจะมีความเสี่ยงสูงมาก  แต่บริษัทได้วางกรอบนโยบายเครดิตที่สามารถควบคุมความเสี่ยงและตอบโจทย์ผู้ซื้อและผู้ขายรถยนต์ทั้งดีลเลอร์รถใหม่และรถใช้แล้ว  รวมถึงมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19  สามารถแบ่งเบาภาระเกือบ 5 หมื่นราย ส่งผลให้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปี 2564 อยู่ที่ 1.12% ดีกว่าปีก่อนอยู่ที่ 0.20%  ทั้งยังได้ทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานและควบคุมค่าใช้จ่ายดีขึ้นส่งผลให้บริษัทมีกำไร 1,710 ล้านบาท เติบโต 52.86%  

นายธีรชาติ กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2565 ว่าจะทยอยออกแคมเปญเชิงรุกด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรองรับความต้องการและเสนอผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจลูกค้า  รวมถึงจับมือกับพันธมิตรรายใหญ่ทั้งผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ ดีลเลอร์ผู้แทนจำหน่ายรถใหม่และรถใช้แล้ว  ทำการตลาดร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกเดินหน้าเชิงรุกสอดรับกับนโยบาย Green Zero ของธนาคารกสิกรไทย เสนอโปรแกรมพิเศษสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ประเภท BEV 

“ ลูกค้าที่ออกรถ BEV และใช้ “สินเชื่อรถใหม่” รับสิทธิ์ขับฟรี ผ่อน 0 บาทเป็นเวลา 90 วัน ตั้งแต่วันนี้ -30 มิถุนายน 65 ด้าน “สินเชื่อรถใช้แล้ว” เตรียมขยายการให้บริการสำหรับสินเชื่อรถมือสอง ทั้งรถเต็นท์และรถบ้าน โดยออกแคมเปญที่โดนใจ สำหรับรถบ้านมือสองรับโปรแกรมขยายระยะเวลาประกันอะไหล่รถครอบคลุมถึง 1 ปี หรือ 30,000 กม. (Extended Warranty) ตั้งแต่วันนี้- 30 เมษายน 65” 

สำหรับ “สินเชื่อรถช่วยได้” ที่มุ่งเน้นเสริมสภาพคล่องทางการเงินของคนที่มีรถและต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบธุรกิจหรือใช้จ่ายอเนกประสงค์  ได้ออกผลิตภัณฑ์ “รถช่วยได้ ไม่ต้องใช้เอกสารรายได้” ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว  ส่วนลูกค้าที่ยังผ่อนรถอยู่ไม่ว่ากับที่ไหน สามารถนำมาขอสินเชื่อ “รถช่วยได้ ผ่อนอยู่ก็กู้ได้” ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา  เพื่อรับวงเงินเพิ่ม  ลดค่างวดที่ผ่อนอยู่ 

ทั้งนี้ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย  รายงานว่าตลาดสินเชื่อรถช่วยได้และรถใช้แล้วยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องจากปี 64 จากปัจจัยสนับสนุนทั้งอุปสงค์และอุปทาน  เนื่องจากมีรถเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดเพิ่มขึ้น  ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนบางส่วนลดลงเข้าไม่ถึงการซื้อรถใหม่ 

นอกจากนี้สำหรับลูกค้าที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การโควิด-19 ลีสซิ่งกสิกรไทยจะนำเสนอโปรแกรมที่ให้ความช่วยเหลือทั้งรูปแบบมาตรการช่วยเหลือ และสินเชื่อรถช่วยได้ เพื่อแบ่งเบาภาระ โดยลูกค้าปรับระยะเวลาการผ่อนชำระให้ยาวขึ้น ทำให้ลูกค้ายังสามารถผ่อนชำระ และมีรถยนต์เพื่อใช้ประกอบอาชีพต่อไปได้ 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่