เคทีซี ประกาศปี 2565 นิวไฮต่อเนื่อง เดินเครื่อง New S Curve ดันสินเชื่อทะลุแสนล้าน

0
45

เคทีซี โชว์ผลงานปี 2564  กำไรนิวไฮกว่า 6,000 ล้าน  กางแผน 2565 ปีทองแห่งการเปลี่ยนแปลง ลุย 2 โมเดลธุรกิจขับเคลื่อนอนาคต New S Curve  ด้วยแอพฯ “MAAI By KTC”  ลอยัลตี้แพลตฟอร์มครบวงจร พร้อมจับมือ KTB รุกสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม” เต็มกำลัง  รายได้โตก้าวกระโดด 11,500 ล้านบาท  ดันพอร์ตสินเชื่อทะยานทะลุแสนล้าน ในปี 2565

นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยถึงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2565 ว่าจะเป็นปีทองแห่งการเปลี่ยนแปลงของ เคทีซี ที่ยังคงมีผลการดำเนินงานนิวไฮ โดยมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าเป็นหลัก ด้วย 2 โมเดลธุรกิจใหม่ (New S Curve) ที่จะเป็นเรือธงให้เคทีซี เติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 

1.โมบายแอปพลิเคชัน  “MAAI BY KTC” ลอยัลตี้แพลทฟอร์มเต็มรูปแบบ ที่จะมาต่อยอดความแข็งแกร่งของคะแนนสะสม KTC FOREVER ที่สามารถตอบโจทย์พันธมิตรและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ลูกค้า   

2. ผนึกกับธนาคารกรุงไทยขยายธุรกิจสินเชื่อมีหลักประกัน “เคทีซี พี่เบิ้ม” ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด จากปี 2564 ที่มีเป้าสินเชื่อ 2,200 ล้านบาท เป็น 11,500 ล้านบาท ในปี 2565 ผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย ทั่วประเทศกว่า 900 สาขา และกรุงไทยธุรกิจ ลีสซิ่ง (KTBL) 11 สาขา รวมทั้ง  “พี่เบิ้ม เดลิเวอรี่” ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเชิงรุกด้วยทีมขายของ KTC ทั่วประเทศ 

อย่างไรก็ตามแม้ยังคงตั้งเป้าหมายกำไรนิวไฮ แต่ระดับการเติบโตจะไม่สูงเหมือนปีที่ผ่านมา  เนื่องจากจะนำกำไรส่วนที่เกินกว่าเป้าไปขยายการลงทุน  ขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสร้าง Ecosystem เชื่อมต่อกับพันธมิตร เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“ด้วยสองโมเดลธุรกิจใหม่  บวกกับการขยายฐานสมาชิกกลุ่มใหม่และดูแลคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ ของธุรกิจเดิมคือบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ตลอดจนการคัดสรรสิทธิประโยชน์ที่ตอบสนองทุกความต้องการของสมาชิกกว่า 3.3 ล้านบัญชี  จะร่วมกันผลักดันให้เคทีซีสร้างสถิติการทำกำไรสูงสุดกว่า 6,000 ล้านบาท และพอร์ตสินเชื่อเติบโตเกินแสนล้านบาท”

“ ปีนี้ช่องทางการจัดจำหน่ายต้องทำงานเชิงรุกอย่างหนัก  โดยใช้จุดแข็งของแต่ละผลิตภัณฑ์กว้านลูกค้าเข้าพอร์ต ซึ่งคาดว่าความต้องการสินเชื่อบุคคลสูงขึ้นตามเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ผู้ประกอบการต้องการเงินทุนมากอบกู้หรือขยายธุรกิจ  ซึ่งเป็นความท้าทายที่เคทีซีจะต้องกลั่นกรองความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อเพื่อให้ได้รับประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย โดยตั้งเป้าสมาชิกใหม่บัตรเครดิต 250,000 ราย และสินเชื่อส่วนบุคคลเคทีซี พราว 100,000 ราย” นายระเฑียรกล่าว

โฟกัสลูกค้าระดับบน เน้นพอร์ตคุณภาพดี

รุกขยายฐานบัตรเครดิตร่วม (Co-Brand)

นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจบัตรเครดิต เคทีซี  กล่าวว่า  ในปี 2565 เคทีซีจะทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ  ทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์และกระตุ้นการใช้จ่าย  โดยจะเน้นการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้คุณภาพดี  ขยายฐานบัตรร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่  หรือบัตรเครดิตร่วม (Co-Brand)  ที่จะประกาศอย่างเป็นทางการช่วงปลายไตรมาสแรก  โดยใช้สิทธิประโยชน์และผูกสมาชิกกับบัตรในระยะยาว  ด้วยคะแนน KTC FOREVER  และการผ่อนชำระรายเดือนเป็นแรงขับเคลื่อนกิจกรรมการตลาด  ใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่ายพันธมิตร ขยายไปยังร้านค้ากลุ่มพรีเมี่ยมและไลฟ์สไตล์มากขึ้น พัฒนาบริการต่างๆ เพื่อให้สมาชิกบัตรได้รับความสุขจากการใช้งานผ่านแอปฯ KTC Mobile หรือ KTC Phone รวมไปถึงบริการด้านการเดินทางท่องเที่ยวกับ “KTC World Travel Service” และการซื้อสินค้าบนอีมาร์เก็ตเพลซ “KTC UShop”

สำหรับสินเชื่อบุคคล  มุ่งขยายฐานสมาชิกใหม่ บัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” (KTC PROUD) ไปยังกลุ่มที่มีรายได้ประจำซึ่งมีฐานรายได้เกิน 30,000 บาทขึ้นไป ด้วยแคมเปญแบ่งเบาภาระสมาชิก ลดดอกเบี้ยเหลือเพียง 0.93% ต่อเดือน และเพิ่มเวลาผ่อนให้นานถึง 60 งวด  และในปี 2565  สามารถขอสินเชื่อออนไลน์ผ่านโมบาย แอปพลิเคชัน  ยืนยันตัวตนแบบดิจิทัล (Electronic Know Your Customer หรือ E-KYC)   โดยยังคงผูกใจสมาชิกสินเชื่อบุคคลปัจจุบันกว่า 7 แสนราย ด้วยแคมเปญแบ่งเบาภาระ  ทั้งโครงการเคลียร์หนี้เกลี้ยงที่เพิ่มรางวัลมากขึ้นเป็น 600 รางวัล เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสรับสิทธิ์เคลียร์หนี้ 100% และ 10% ตลอดปี   

รวมไปถึงการออกแคมเปญสิทธิประโยชน์กับร้านค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าเมื่อใช้บัตรกดเงินสดรูดซื้อสินค้า และสามารถผ่อนสินค้า 0% ได้ที่ร้านค้าร่วมรายการ ตอกย้ำความคุ้มค่าของการใช้วงเงินสินเชื่อบนบัตรกดเงินสดทั้ง 4 ฟังก์ชั่น “รูด โอน กด ผ่อน”

“ ปัจจุบันเคทีซีมีลูกค้า 2 ล้านคน  ถือบัตร 2.5 ล้านบัตร  แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะใช้เคทีซีเป็นบัตรแรกเสมอไป  ดังนั้นในปี 2565 จึงเป็นปีที่เราต้องศึกษาข้อมูลทำความเข้าใจลูกค้า  เพื่อจูงใจให้นึกถึงบัตรเคทีซีและเลือกใช้บัตรแรกมากขึ้น”

ลอยัลตี้ แพลตฟอร์ม “MAAI By KTC”

ต่อยอดคะแนนสะสม  KTC FOREVER

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร -การตลาดบัตรเครดิต เคทีซี กล่าวว่า โมบาย แอพพลิเคชั่น “MAAI By KTC” ให้บริการพันธมิตรธุรกิจที่มีความต้องการใช้ลอยัลตี้แพลทฟอร์มแบบครบวงจร อีกทั้งมาช่วยต่อยอดและเติมเต็มความแข็งแกร่งระบบคะแนนสะสม และความเชี่ยวชาญด้านการตลาดในการบริหารคะแนน KTC FOREVER ที่ตอบโจทย์และครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์  ด้วยโซลูชั่นส์ที่สำคัญคือ

1. ระบบบริหารจัดการสมาชิก (Membership Management)

2. ระบบบริหารจัดการคะแนน (Point System Management) ซึ่งไม่ว่าเป็นคะแนนของพันธมิตร หรือจะใช้คะแนน MAAI POINT ในการทำ Loyalty Program   โดยสามารถใช้คะแนน MAAI POINT เป็นคะแนนกลางในการแลกเปลี่ยนกับคะแนนอื่นๆ ในกลุ่มพันธมิตรบน MAAI Platform ได้ด้วย

3. ระบบบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ในรูปแบบคูปองอิเล็กทรอนิก (e-Coupon Management)  เพื่อให้การแลกคะแนนมีความหลากหลายตรงใจ ไม่ว่าจะแลกเป็นอีคูปอง (E-Coupon) หรือแลกสินค้าได้ที่ร้านค้าพันธมิตร  ครอบคลุมทุกหมวดการใช้จ่าย ทั้ง ร้านค้า โรงภาพยนตร์ ร้านอาหารและบริการเดลิเวอรี่

ทั้งนี้ “MAAI By KTC” จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงไตรมาสแรกของปี 2565  โดยในเดือนมกราคม จะทดลองใช้ในกลุ่ม พนักงานเคทีซี  และสมาชิกบัตรเคทีซีที่มีการใช้บัตรอย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มแจกพอยท์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม คิดเป็นเงิน 30 ล้านบาท  โดยสมาชิกสามารถนำพอยท์ไปแลกใช้ในเบื้องต้นจำนวน 16 ร้านค้า  และกำลังขยายพันธมิตรร้านค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ คำว่า MAAI (มาย) มาจาก MAK MAAI (มากมาย) หมายถึงสิทธิประโยชน์ที่มากมาย กับร้านค้าพันธมิตรที่มากมาย และความสะดวกในการใช้ที่มากมาย อีกทั้งยังพ้องเสียงกับคำว่า Mine ที่ต้องการสื่อถึงสิทธิประโยชน์ที่เป็นของผู้ใช้และเพื่อผู้ใช้ (user) โดยสามารถดาวน์โหลดแอปฯ เพื่อใช้งานผ่าน Apple Store, Play Store และ Huawei Store ”

“เคทีซี พี่เบิ้ม” หัวหมู่ทะลวงฟัน

ดันสินเชื่อทะเบียนรถทะลุหมื่นล้าน

จากยอดรวมสินเชื่อทั้งบริษัท  ที่ไม่เคยแตะหลักหมื่นล้าน แต่ในปี 2565 นี้  “ระเฑียร  ศรีมงคล” ประกาศก้อง เฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียน “เคทีซี พี่เบิ้ม”  ขยายเป้าจาก 2,200 ล้านในปี 2564 ทะยานสู่หลักหมื่นล้านบาทในปี 2565 ด้วยข้อได้เปรียบจากเครือข่ายธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ  และจุดแข็งที่เปิดโอกาสให้ทุกอาชีพด้วยวงเงินใหญ่ถึง 1 ล้านบาท

นางสาวเรือนแก้ว เกษมสวัสดิ์ศรี ผู้อำนวยการ-ธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ “เคทีซี พี่เบิ้ม” กล่าวว่า การโตแบบก้าวกระโดดจาก2,200 ล้านบาท สู่เป้าหมายใหญ่ 11,500 ล้านบาท เป็นเรื่องท้าทายมาก  แต่ด้วยการสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทย ที่เห็นโอกาสการเติบโตและศักยภาพในการแข่งขัน  จึงมั่นใจว่าสามารถทำได้  ด้วยช่องทางสาขาธนาคารกว่า 900 แห่งทั่วประเทศ และกรุงไทยลีสซิ่งอีก 11 สาขา  ที่เข้าถึงลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักที่จะขยายพอร์ตได้อย่างรวดเร็ว  และจะขยายไปยังช่องทางอื่นๆของธนาคารในเฟสต่อๆไป ไม่ว่าจะเป็นโมบาย แบงกิ้ง krungthai NEXT และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ภายใต้เครือข่ายธนาคารกรุงไทย

ปีนี้ “เคทีซี พี่เบิ้ม” จะโฟกัสที่สินเชื่อจำนำทะเบียน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดแข็งและแข่งขันในตลาดได้ โดยจะขยายพอร์ต 80% ของยอดสินเชื่อใหม่  ขณะที่อีก 20% เป็นธุรกิจเช่าซื้อผ่านกรุงไทยลีสซิ่ง ซึ่งเคทีซีถือหุ้นอยู่ 75.05% โดยฑ์ มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการหลักของตลาดคือ 1. วงเงินใหญ่  จากเดิมทึ่เคยให้สูงสุด 700,000 บาทต่อราย ปรับเป็น 1 ล้านบาทต่อราย  2. บริการพี่เบิ้ม ดีลิเวอรี่ โดยใช้ทีมขายของเคทีซีทั่วประเทศ ไปให้บริการสินเชื่อถึงบ้านหรือสถานที่ที่ลูกค้าสะดวกด้วยความรวดเร็ว ไร้กระดาษ (Paper Less) อนุมัติภายใน 2 ชั่วโมง  พร้อมรับเงินทันที  และ 3.เปิดโอกาสให้กับทุกอาชีพ มีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อ

นอกจากนี้ยังมีบัตรกดเงินสด “เคทีซี พี่เบิ้ม” ซึ่งเป็นครั้งแรกของสินเชื่อทะเบียนรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ในรูปแบบของบัตรกดเงินสด ที่ลูกค้าสามารถรูด-โอน-กด-ผ่อน ผ่านบัตรได้ทันที

“ เราพัฒนากระบวนการทำงานด้วยหลักการของดิจิทัล ทวิน (Digital Twin) นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการสมัครและอนุมัติสินเชื่อ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย  ขณะเดียวกันก็เติมเต็มตลาด ด้วยจุดแข็งที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น ด้วยวงเงินใหญ่ที่ขยายถึง 1 ล้านบาท อนุมัติใน 2 ชั่วโมง พร้อมรับเงินทันที รับทุกอาชีพและเอกสารง่าย ไม่ยุ่งยาก เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ในการเปิดโอกาสและทางเลือกให้คนทำมาหากินที่ไม่ท้อทุกอาชีพเข้าถึง “เคทีซี พี่เบิ้ม” ได้ไม่ยาก”

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่