บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ “Must Win” เพิ่ม 2 สายการผลิตใหม่ ณ โรงงานจังหวัดสระบุรี ด้วยเงินลงทุนครั้งใหญ่กว่า 2 พันล้านบาท เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รองรับการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่หลากหลาย ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น “บริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง”
นายมาทิแอส วอลลิน รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายซัพพลายเชน บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การขยาย 2 สายการผลิตใหม่ที่โรงงานสระบุรี เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและเสริมความแข็งแกร่งของระบบซัพพลายเชนในระยะยาว โดยการนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมาใช้ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
กระบวนการผลิต 2 สายการผลิตใหม่นี้ มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1,500 ขวดต่อนาที ส่งผลให้โรงงานสระบุรีมีขีดความสามารถในการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 800 ล้านลิตรต่อปี รองรับเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจในอนาคต พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ในการสร้างรากฐานการเติบโตที่มั่นคง สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) ที่ยึดมั่นมาโดยตลอด
นายอากิระ โนจิมะ รองประธานบริหารฝ่ายการผลิต โรงงานสระบุรี บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สายการผลิตที่ 5 และ 6 ของโรงงานสระบุรี ออกแบบด้วยความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพเครื่องดื่มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติขั้นสูงที่ควบคุมทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ ตั้งแต่การขึ้นรูปขวด PET การผสมเครื่องดื่ม การบรรจุขวด ปิดฝา ติดฉลาก ไปจนถึงกระบวนการบรรจุและจัดเรียงผลิตภัณฑ์ปลายสายการผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน
โดยสายการผลิตที่ 5 รองรับผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟพร้อมดื่ม ด้วยเทคโนโลยีระบบปิดและกระบวนการฆ่าเชื้อแบบปลอดเชื้อ (Aseptic) ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การสกัดใบชาและเมล็ดกาแฟคั่วบดด้วยกระบวนการสกัดแบบชงร้อนและล็อกเย็น เพื่อรักษาคุณภาพ กลิ่น และรสชาติของเครื่องดื่มให้ใกล้เคียงกับการชงสดมากที่สุด ควบคู่ไปกับการควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารในระดับสากล
ที่สำคัญ ทั้ง 2 สายการผลิตได้รับการออกแบบให้ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการผสานเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องเป่าขวดปลอดเชื้อแรงดันต่ำที่รองรับการใช้พลาสติกรีไซเคิล ระบบจัดการน้ำและพลังงานที่ช่วยลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต รวมถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาคุณภาพสินค้า ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน
นายจูนิชิโร ทาคาตะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ซันโทรี่ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การขยายสายการผลิตใหม่ที่โรงงานสระบุรี เป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ โดยต่อยอดจากแบรนด์หลักอย่างเป๊ปซี่และผลิตภัณฑ์น้ำอัดลมอื่นๆ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มชาและกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ ทีพลัส และบอส คอฟฟี่ ช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ผ่านโรงงานผลิตของบริษัทฯ เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น







