“ณัฐ เจษฎารมย์” จากวิศวกร สู่ AXA Prime Agent บทพิสูจน์สู่ Financial Advisor ด้วยกลยุทธ์ Small Win 

0
164

ในยุคปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่มองว่าการ “เปลี่ยนงาน” คือความเสี่ยง แต่สำหรับ คุณณัฐ เจษฎารมย์  ตลอด 14 ปีในฐานะพนักงานประจำ คือการเก็บเกี่ยว “จิ๊กซอว์” นำมาต่อเติมสร้างตัวตน ในโครงการ AXA Prime ของ บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการวางแผนการเงินและประกันสุขภาพ

คุณณัฐมีต้นทุนทางความคิดที่เป็นระบบจาก วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นการทำงานในส่วนของ IT Support ที่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCG ก่อนจะได้รับโอกาสให้ข้ามสายงานไปทำ Brand Communication ในช่วงที่ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เริ่มเติบโต ได้ฝึกฝน “ทักษะที่ไม่มีวันตาย” อย่างการตลาดและการสื่อสารดิจิทัล  โดยดูแลคอนเทนต์ต่างๆ ทั้งเว็บไซต์  เฟซบุ๊กเพจ  จนกลายเป็นคน IT ที่สามารถสื่อสารภาษาการตลาดได้อย่างเข้าใจ และสร้างคอนเทนต์ที่เข้าถึงโลกโซเชียลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จนถึงปี 2018 ยุคทองของสตาร์ทอัพ  คุณณัฐได้รับโอกาสใหม่ที่ท้าทายอีกครั้ง โดยได้รับการทาบทามให้ไปบุกเบิกโปรเจกต์ “มาร์เก็ตเพลส ออนไลน์” จากที่เคยอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ต้องออกจากคอมฟอร์ทโซน เดินทางเข้าพบลูกค้า ได้ฝึกทักษะการเจรจา รับฟังปัญหา และการหาแนวทางแก้ปัญหา เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งาน

กระทั่งธุรกิจสตาร์ทอัพมาถึงจุดอิ่มตัวในปี 2023 บริษัทฯ ได้ยื่นข้อเสนอให้เลือก 2 ทาง คือย้ายไปอยู่ทีมอื่นหรือลาออก คุณณัฐจึงตัดสินใจก้าวออกมาเริ่มต้นใหม่บนเส้นทางตัวแทนประกันชีวิต

จากวิศวกร สู่ AXA Prime Agent

ตัวแทนประกันชีวิต Full-time  

ย้อนกลับไปช่วงที่คุณณัฐเป็นพนักงานประจำ  เคยได้รับการทาบทามจากเพื่อนซึ่งเป็นระดับผู้จัดการตัวแทน ของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ให้มาร่วมงาน  ซึ่งเมื่อศึกษาข้อมูลและโครงสร้างผลตอบแทน พบว่าอาชีพตัวแทนประกันชีวิตเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางการเงิน  อีกทั้งได้เห็นความสำเร็จของทีมงานรุ่นน้องของผู้จัดการตัวแทน  ที่สามารถไปถึงเป้าหมายอิสรภาพทางการเงินด้วยวัยไม่ถึง 30 ปี  คุณณัฐจึงตัดสินใจลาออกจากพนักงานประจำที่ทำมาตลอด 14 ปี เพื่อเริ่มต้นอาชีพตัวแทนประกันชีวิตแบบเต็มเวลา  

“MindSet ผมเปลี่ยนทันที จากเดิมที่เคยมองภาพธุรกิจประกันชีวิตแค่เรื่องของลดหย่อนภาษี ผมมองไปถึงการปกป้องความเสี่ยง  ซึ่งเป็นพื้นฐานในการสร้างความมั่นคงทางด้านการเงิน เมื่อเป็นความจำเป็น ธุรกิจต้องเติบโต  ทุกคนที่เข้ามาสู่อาชีพมีโอกาสประสบความสำเร็จ ผมจึงตัดสินใจสมัครเข้าโครงการ AXA Prime Blue ออกโค้ดกับผู้จัดการทันที”

โดยเหตุผลที่เป็นแรงบันดาลใจให้เข้าโครงการ AXA Prime Blue คือ แคมเปญ  “5 ปี 5 ล้าน”  ซึ่งเป็น Extra Bonus ก้อนใหญ่ที่ท้าทายและกระตุ้นให้ทำงานไปถึงเป้าหมาย ที่สำคัญ AXA Prime Blue  มีโปรแกรมพัฒนาอาชีพ ถึงแม้ว่าไม่เคยมีประสบการณ์ในการขายหรือนัดหมายลูกค้า จะมีทีมงานช่วยเสริมทักษะ สร้างความมั่นใจและพัฒนาให้สามารถเติบโตในอาชีพได้  

นอกจากนี้  เป้าหมายสูงสุดของคุณณัฐคือการเป็น Financial Advisor ที่มีอิสระทางการเงิน  และใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ  ทำงานได้จากทุกที่  ซึ่งอาชีพตัวแทนประกันชีวิตตอบโจทย์มากที่สุด เช่น การนำเสนอแผนงานให้ลูกค้าผ่านออนไลน์ แม้อยู่เชียงใหม่ ลูกค้ากรอกใบสมัครและปิดเคสได้ทันที  ยิ่งเป็นแรงบันดาลใจให้มีพลังในการทำงาน  สามารถบาลานซ์ชีวิตได้  ในขณะที่รายได้ก็เติบโตตามความขยันและความสามารถ

การตัดสินใจเปลี่ยนสายงานครั้งนี้จึงไม่ใช่ความเสี่ยง แต่เป็นการนำทักษะที่สั่งสมมาสร้างตัวตนในฐานะที่ปรึกษาการเงินที่ใช้“ตรรกะในการวิเคราะห์แผนการเงินด้วยตัวเลขที่ชัดเจน และใช้ “ทักษะการสื่อสาร” เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง

ระบบซัพพอร์ตสร้าง “มือใหม่” ให้เป็น “มือโปร”

พิชิต MDRT พร้อมคว้าโบนัส 5 ปี 5 ล้าน 2 ปีซ้อน

ในปีแรกของการทำงาน คุณณัฐ สามารถสร้างผลงานจนติดคุณวุฒิ MDRT และได้เป็น AXA Prime ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า ได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงาน และความเชี่ยวชาญตั้งแต่การวางแผนสุขภาพไปจนถึงการวางแผนมรดกและภาษี ทั้งยังสามารถพิชิตโบนัสพิเศษ 5 ปี 5 ล้าน ได้ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ได้รับการันตีรายได้และทำผลงานได้ตามเป้าหมาย รับ Top Extra Bonus ราย 3 เดือน, 6 เดือน และรายปี  พร้อมโบนัส จากการเลื่อนตำแหน่งภายใน 12 เดือน และได้รับโอกาสในการเข้าร่วมงาน AXA PRIME EVENT

รวมไปถึงการสนับสนุนการอบรมทั้งรูปแบบ On-site และ Online ซึ่งกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มีกิจกรรมที่ซัพพอร์ตฝ่ายขายมากมาย ตั้งแต่ Professional Connext  กิจกรรมที่ตัวแทนทุกคนเข้าร่วมได้ ทั้งตัวแทน  AXA Prime และตัวแทนอิสระที่ยังไม่เป็น AXA Prime ได้เข้าร่วมฟังประสบการณ์จากรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จ มาแบ่งปันกลยุทธ์และเคล็ดลับในการทำงาน   

สำหรับการเป็นสมาชิก AXA Prime ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Soft Skill ด้านเทคนิคการขาย  และ Hard Skill ความรู้ต่างๆ เช่น การวางแผนการเงิน การประกันสุขภาพและปัจจัยในการพิจารณารับประกัน  การให้บริการลูกค้ามีความสำคัญอย่างไร  ซึ่งช่วยให้ตัวแทนที่เพิ่งเข้าสู่อาชีพมีความเข้าใจและพัฒนาเพื่อเป็นที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญต่อไป

นอกจากนี้ ยังมี AXA Prime Mentorship Program กิจกรรมรายไตรมาส  ที่รวมกลุ่มรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จ จับคู่โค้ชชิ่งรุ่นน้อง   เพื่อเปิดมุมมองเส้นทางสู่ความสำเร็จที่หลากหลาย นอกจากการนำเสนอให้กับคนรู้จักและเพื่อนร่วมงานแล้ว ยังมีตลาด Knock Door การออกบูธ และอื่นๆ  รวมไปถึงกิจกรรมเพิ่มเติมความรู้ด้านอื่นๆ เช่น กิจกรรม Personal Color เพื่อพัฒนาและยกระดับทั้งเรื่องการแต่งกาย และมารยาทในการเข้าสังคม  

ล่าสุด บริษัทฯ ได้เตรียมจัดกิจกรรมใหม่ AXA Prime Summit  เพื่อวัดผลงานช่วงครึ่งปี  และวางแผนให้ตัวเองและทีมงานไปถึงเป้าหมายและคุณวุฒิต่างๆที่กำหนดไว้  โดยรูปแบบกิจกรรมจะจัดเป็น Panel Discussion ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองให้ความรู้  มีห้อง Main Stage สำหรับรุ่นพี่ร่วมบรรยายประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ  แล้วจัดแยกเป็นห้องย่อยเพื่อลงรายละเอียดต่อไป

โดยเฉลี่ย ใน 1 เดือน จะมีกิจกรรมของบริษัทอย่างน้อย 2 กิจกรรม และกิจกรรมเติมความรู้จากสำนักงานอีกต่างหาก  ซึ่งการเข้าร่วมกิจกรรม สร้างแรงบันดาลใจและเป็นโอกาสในการทำงานมากขึ้น  เช่น การอัพเดทกิจกรรมต่างๆ ผ่านโซเชียล มีเดีย ทำให้ลูกค้าเห็นว่าตัวแทนไม่ได้เน้นแค่งานขาย  แต่มีครบทั้งวิชาการ  กิจกรรมพัฒนาตัวเอง  และงานขายแบบวางแผนการเงินให้ลูกค้า

“คนติดตามเห็นผมไปทานอาหารที่ แมนดาริน โอเรียนเต็ล ร่วมอีเวนต์คอนเสิร์ตระดับพรีเมียม หรือรับรางวัลบนเวทีที่อิมแพ็คฯ ทำให้เขาเปิดใจ บางคนทักมาเพราะอยากเข้าสู่อาชีพเลยก็มี เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่การขาย แต่มีระบบซัพพอร์ตระดับมืออาชีพอย่าง AXA Prime ที่ช่วยพัฒนาทักษะให้ตัวแทนเป็น Financial Advisor ได้จริงๆ”

ปักหมุดขึ้นแท่น ‘Manager’ เติบโตแบบ Small Win

จากปีแรกที่โฟกัส โบนัส 5 ปี 5 ล้าน ในโครงการ AXA Prime สู่ปีที่ 2 ในฐานะ Pre-Manager และตั้งเป้าขึ้นเป็น ‘Manager ในปีหน้า  เพื่อท้าทายตัวเองในเรื่องการบริหารคนและการโค้ชชิ่ง ซึ่งมีโครงสร้างผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมและมั่นคง

คุณณัฐ  บอกว่าจากเดิมที่กล้าๆ กลัวๆ แต่เมื่อผ่านปีแรก เริ่มมองเห็นอนาคตอยู่ข้างหน้า  ขณะที่มองเห็นลูกค้าที่สัญญาว่าจะดูแลอยู่ข้างหลัง  เป็นจุดกึ่งกลางที่บอกตัวเองว่ายังไงก็ต้องไปต่อ  พอจบปี 2 มีโบนัสพร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ  จึงมองไปปีที่ 3 เห็นโอกาสเติบโต ขึ้นตำแหน่ง Manager ซึ่งโครงสร้างของผลตอบแทนที่เป็นธรรมและมั่นคง และการบริหารทีมเป็นงานที่มีความท้าทาย เป็นอีกทักษะที่ต้องทำและอยากทำเพื่อการเติบโตในอาชีพ  

“ตำแหน่ง Manager ไม่เพียงสะท้อนประสบการณ์การทำงาน แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจให้ลูกค้า ว่าได้รับคำปรึกษาจากระดับผู้บริหาร อีกอย่างการเป็น Manager ต้องมีทักษะในการบริหารและดูแลทีม ซึ่งประสบการณ์ทำงานตัวแทนเต็มเวลา 2 ปี ทำให้ผมมองเห็นไซเคิลของธุรกิจ และสามารถพัฒนาศักยภาพของทีมงานให้ประสบความสำเร็จอย่างที่ผมเคยทำได้”

อย่างไรก็ตาม คุณณัฐไม่กดดันตัวเองเพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับผู้อำนวยการตามสเต็ปการเติบโต แต่จะเน้นการทำงานแบบ Day-by-Day โฟกัสที่ความสำเร็จเล็กๆ ให้เกิดขึ้นซ้ำๆ แบบ Small Win ในทุกวัน

“Manager ของผมสอนไว้ว่า เวลาปีนเขาให้มองที่สเต็ปการก้าว ค่อยๆ ก้าวขึ้นไป อย่ามองไปที่ยอดทีเดียว มันเหนื่อย ค่อยๆ ทำให้เกิด Small Win ซ้ำๆ จนเป็นแรงเหวี่ยงที่ผลักดันให้ไปถึงยอดเขาได้เองในที่สุด”

เส้นทางจาก Agent สู่ Manager ของ คุณณัฐ เจษฎารมย์ AXA Prime Agent กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จึงสะท้อนการเติบโตอย่างเป็นระบบ ที่มีความสมดุลระหว่าง “ผลตอบแทน” “ความรับผิดชอบ” และ “ความสุขในการทำงาน” อย่างลงตัว  และเป็นบทพิสูจน์ของการนำต้นทุนประสบการณ์การทำงานมาเป็น “จิ๊กซอว์” เพื่อเติมเต็มเส้นทางสู่ Financial Advisor มืออาชีพได้จริง