ทริสเรทติ้งคาดปี 2569 โรงกลั่นฟื้น-ค้าปลีกทรงตัว

0
44

ทริสเรทติ้ง คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยจะอยู่ที่ 69 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2568 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาอยู่ในช่วง 60–70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2569 โดยมีสาเหตุหลักมาจากอุปทานส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร (OPEC+) จะทยอยผ่อนปรนการลดกำลังการผลิต

ในทางตรงกันข้าม อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกคาดว่าจะยังคงอยู่ในภาวะซบเซาจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ และการบังคับใช้เชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับเครื่องบินในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นได้หากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันหรือทำให้อุปทานน้ำมันทั่วโลกประสบภาวะตึงตัว

ทั้งนี้คาดว่า EBITDA ของผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2569 หลังจากปี 2568 หดตัวจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมัน โดยคาดว่าระดับหนี้จะลดลงหลังจากปี 2568 จากการลงทุนที่ลดลงและการชำระหนี้ในอนาคต

สำหรับผู้ค้าปลีก การเติบโตของ EBITDA คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากผู้ประกอบการยังมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการขยายสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง โดยค่าใช้จ่ายนี้จะยังส่งผลให้ระดับหนี้ยังคงทรงตัว

สำหรับการบริโภคน้ำมันในประเทศไทยช่วงปี 2568–2569 คาดว่าจะเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าการเติบโตเฉลี่ยในอดีต (1.3%) ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซา ทั้งนี้ อุปสงค์น้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักอาจหดตัวจากผลของการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและกิจกรรมการขนส่งที่ชะลอตัว ส่วนน้ำมันอากาศยานนั้นเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เดียวที่คาดว่าจะเติบโตที่ตัวเลขหลักเดียวในระดับสูงในปี 2569 จากการฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศหลังสถานการณ์โรคโควิด

นอกจากนี้ ผู้ค้าปลีกรายใหญ่เริ่มใช้กลยุทธ์การตลาดแบบบูรณาการร่วมกับบริการในเครือมากยิ่งขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ผู้ค้าปลีกอิสระไม่สามารถแข่งได้ และนำไปสู่การลดลงของจำนวนสถานีบริการน้ำมันอิสระ ในขณะที่ผู้ค้าปลีกรายใหญ่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้แผนขยายกำลังการผลิตของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ในปี 2571 จะเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันของประเทศให้มากขึ้นถึงประมาณ 11% ดังนั้น เมื่อรวมกับอุปสงค์ภายในประเทศที่เติบโตในระดับต่ำแล้วก็อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาขายส่งน้ำมันและส่งผลให้มีความจำเป็นจะต้องเพิ่มการส่งออกซึ่งมีอัตรากำไรที่ต่ำกว่า

ค่าการกลั่นในตลาดสิงคโปร์ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อส่วนต่างกำไรปิโตรเลียมในเอเชียนั้นคาดว่าจะอยู่ในระดับเฉลี่ยที่ราว 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในระหว่างปี 2568-2569 ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนค่าการกลั่นน่าจะเกิดจากการปิดตัวของโรงกลั่นในอเมริกาเหนือและยุโรปซึ่งจะช่วยชดเชยการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ในเอเชีย