นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เยี่ยมชมการดำเนินงาน บริษัท สไมล์ รับเบอร์ จำกัด เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. หัวขบวน จังหวัดระยอง ภายใต้ “โครงการยกระดับสินค้าเกษตรสู่สินค้า Glam Agro” ซึ่งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เล็งเห็นปัญหาราคายางพาราผันผวนและกระทบต่อรายได้ จึงจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง เพื่อรับซื้อผลผลิตยางพาราธรรมชาติจากเกษตรกรในพื้นที่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ Kaika (ไก่กา) อาทิ หมอนยางพารา ที่นอน และเบาะนั่งสมาธิ ที่มีจุดเด่นด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพ รองรับสรีระตามหลักการยศาสตร์ ปราศจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนได้รับการยอมรับในตลาด
ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้ให้การสนับสนุนเงินทุน การบริหารจัดการ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เสริมองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและการตลาด โดยเฉพาะการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และภาพลักษณ์สินค้าให้มีความสวยงาม ทันสมัย และมีมูลค่า เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดระดับพรีเมียม รวมถึงการต่อยอดธุรกิจผ่านโครงการ New Gen Hug บ้านเกิด ด้วยการ Rebranding ไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ SME เกษตรหัวขบวน ภายใต้แบรนด์ PARARAKSA (พารารักษา)
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่นอนปุ่มยางพารา เบาะนั่งสมาธิ และเบาะรองหลัง ยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO9001:2015 มาตรฐาน A-Product Premium และการขึ้นทะเบียนนวัตกรรมไทย รวมถึงการจดสิทธิบัตรนวัตกรรม โดยปัจจุบันแบรนด์ PARARAKSA สามารถสร้างรายได้เดือนละกว่า 600,000 บาท จำหน่ายไป 4 ประเทศในทวีปเอเชีย และต่อยอดผลิตภัณฑ์ยางพาราเพื่อสุขภาพผสมผสานเทคโนโลยี Smart AI อาทิ การผสานเซนเซอร์วัดสุขภาพในที่นอนยางพาราสำหรับผู้สูงอายุ และร่วมกับ ธ.ก.ส. พัฒนานวัตกรรมการตลาด และการส่งออก รวมถึงสร้างแบรนด์ PARARAKSA ให้เป็นแบรนด์สุขภาพไทยที่คนทั่วโลกรู้จักในตลาดสากล
ผู้สนใจดูรายละเอียดสินค้าและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook SmileRubber หรือ Line Official Account @ParaRaksa
“โครงการยกระดับสินค้าเกษตรสู่สินค้า Glam Agro” ส่งเสริมองค์ความรู้ การตลาด และนวัตกรรม ยกระดับเกษตรกรเป็น “ผู้ประกอบการยุคใหม่” ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน สร้างงานและอาชีพในชุมชน พร้อมต่อยอดสินค้าชุมชนไปสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนองค์ความรู้ 3 ด้าน ดังนี้
1. การสร้างมูลค่าเพิ่ม สนับสนุนให้เกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนพัฒนาสินค้าเกษตรผ่านกระบวนการ Rebranding, Re-Packaging และการแปรรูปด้วยนวัตกรรม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ แตกต่าง และตรงตามความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
2. การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางการตลาดด้วยการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อต่อยอดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งในและต่างประเทศ สร้างพันธมิตรทางการค้ากับเครือข่ายสถาบันเกษตรกร สหกรณ์ และภาคเอกชน
3. การเพิ่มขีดความสามารถและความเข้มแข็งชุมชน โดยส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) มีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูง สร้างงาน สร้างรายได้ และต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
สำหรับปีบัญชี 2568 ธ.ก.ส. ผลักดันให้เกิดแบรนด์สินค้า Glam Agro กว่า 12 แบรนด์ทั่วประเทศ ครอบคลุมหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ผลไม้แปรรูป สมุนไพร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว และสินค้าจากยางพารา โดยมีเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 800 ครัวเรือน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรจากเดิมเฉลี่ย 2-3 เท่า นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นแล้ว โครงการดังกล่าวยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแรง และขับเคลื่อนไปสู่การเป็น “เกษตรพรีเมียม” ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก







