บล.ทิสโก้ ปรับเป้าหุ้นไทยปี 68 เป็น 1,334 จุด อานิงส์รัฐบาลใหม่ – กนง.ลดดอกเบี้ยหนุนตลาด

0
20

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายในประเทศสร้างความหวังเชิงบวกแก่ตลาด ทั้งรัฐบาลใหม่และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ แม้รัฐบาลใหม่อาจมีระยะเวลาทำงานเพียง 4 เดือน แต่การมีรัฐมนตรีคนนอกที่ได้รับการยอมรับและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้ามารับตำแหน่งในหลายกระทรวงสำคัญถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว หากการทำงานของรัฐบาลใหม่เห็นผลในเชิงประจักษ์และผสานกันได้เป็นอย่างดีกับ ธปท. คาดว่าจะสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของตลาดได้ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้

ทั้งนี้คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งในไตรมาส 4/2025 (ให้น้ำหนักลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม มากกว่าเดือนตุลาคม) เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งอุปสงค์ภายในประเทศที่ชะลอตัวลงแรง และจากภาคต่างประเทศ ขณะที่แนวโน้มสินเชื่อใหม่ยังมีทิศทางที่หดตัวต่อเนื่อง คุณภาพสินเชื่อยังปรับด้อยลง และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

ส่วนแนวโน้มปีหน้า คาดว่า กนง.มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพิ่มอีก 2 ครั้งภายในช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2568 และปี 2569 จะอยู่ที่ 1.25% และ 0.75% ตามลำดับ

ทั้งนี้ จากการศึกษาวัฎจักรการลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง.ตั้งแต่ปี 2543 พบว่าตลาดหุ้นไทยมักตอบสนองทางบวก (4 ใน 5 วัฎจักรดอกเบี้ยขาลงล่าสุด) โดย SET Index ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย +25% มีเพียงวัฎจักรการลดดอกเบี้ยครั้งครั้งล่าสุดที่ให้ผลตอบแทนติดลบ เพราะคาบเกี่ยวกับการช่วงเกิดวิกฤติ COVID-19 ระบาดในช่วงต้นปี 2563 ดังนั้นวัฎจักรดอกเบี้ยขาลงรอบนี้ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว และคาดว่าจะแตะจุดต่ำสุดในช่วงกลางปีหน้าน่าจะช่วยให้ตลาดหุ้นไทยค่อยๆ ยกกรอบแกว่งขึ้นสู่ระดับ 1,300-1,400 จุดจากปัจจุบันที่แกว่งอยู่ในกรอบ 1,200-1,300 จุด

นอกจากนี้  ยังเห็นสัญญาณการปรับประมาณการกำไรตลาด (SET EPS) พร้อมกับมูลค่าที่เหมาะสมของ SET Index ขึ้นเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่ต้นปีนี้ หากแนวโน้ม SET EPS และ SET Target ยังปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยได้อย่างมั่นคงขึ้น

บล.ทิสโก้ จึงปรับเป้าหมาย SET Index สำหรับปีนี้ และปีหน้ามาอยู่ที่ 1,334 จุด และ 1,388 จุดตามลำดับจากเดิมประเมินไว้ที่ 1,208 และ 1,279 จุด และเชื่อมั่นว่า SET Index จะสามารถขึ้นบรรลุเป้าหมายที่เราประเมินไว้ภายในครึ่งแรกของปีหน้า

โดยหุ้นที่น่าสนใจระยะสั้น เลือกหุ้นที่คาดว่างบไตรมาส 3/2568 จะออกมาดีเป็นพื้นฐานสำคัญ (อย่างน้อยเติบโต YoY) โดยผสานทั้งหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลใหม่ เลือก CPAXT และหุ้นกลุ่มปันผลสูง KTB, SCB, COM7, PRM, WHA  และหุ้นที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเคลื่อนไหวดีกว่าตลาด (Outperform) ในเดือนตุลาคม คือ COM7, CPAXT, KTB, PRM, SCB และ WHA

สำหรับการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือนตุลาคมนี้ GOLD19 และ JD80 สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มอ่อนแอลง ความไม่แน่นอนของนโยบายทรัมป์ และความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งโอกาสสหรัฐฯ จะเกิด Government Shutdown ล้วนเป็นผลดีต่อแนวโน้มราคาทองคำ ขณะที่ราคาหุ้น JD ยัง Laggard สะท้อนกำไรปีนี้ที่อ่อนแอ มองแนวโน้มปีหน้าจะกลับมาเติบโต 58% และ PER จะลดลงเหลือเพียง 9 เท่าจากปัจจุบันที่ 13 เท่า