เคทีซีชวน ‘เดอะแบก’ เช็กสุขภาพใจก่อนหมดแรง   

0
30

ข้อมูลจากการประเมินสุขภาพจิตผ่านระบบ Mental Health Check In ของกรมสุขภาพจิต ซึ่งเผยแพร่ในปี 2569 พบว่า คนไทยวัยทำงานอายุ 20-59 ปี ร้อยละ 11 มีความเครียดอยู่ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่า สุขภาพใจเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของคนวัยทำงาน

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรของสมาชิกเคทีซีในช่วงครึ่งปีแรก 2569 พบว่า หมวดสุขภาพเป็นหนึ่งในหมวดที่มีการใช้จ่ายสูงสุด และสมาชิกอายุ 30-49 ปี มีสัดส่วนการใช้จ่ายในหมวดนี้มากที่สุด

ขณะที่ข้อมูลจากการประเมินสุขภาพจิตผ่านระบบ Mental Health Check In ของกรมสุขภาพจิต ซึ่งเผยแพร่ในปี 2569 พบว่า คนไทยวัยทำงานอายุ 20-59 ปี ร้อยละ 11 มีความเครียดอยู่ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่า สุขภาพใจเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของคนวัยทำงานในปัจจุบัน

ซึ่งความท้าทายของคนทำงาน อาจไม่ได้อยู่ที่การทำงานไม่ได้ แต่เป็นการยังคงทำงานต่อไปได้ แม้พลังงานทางกายและใจเริ่มร่อยหรอ หลายคนยังทำหน้าที่เป็นพนักงาน หัวหน้าทีม พ่อแม่ ลูก หรือเสาหลักของครอบครัวได้ตามปกติ แต่กลับแทบไม่เหลือพลังสำหรับการพักผ่อน การดูแลตัวเอง หรือการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ ที่มีความหมายไม่แพ้กัน

“คนวัยทำงานจำนวนมากดูแลทุกคนได้ดี แต่อาจไม่มีเวลาเหลือให้ตัวเอง เราอาจเคยชินกับการวัดความสำเร็จจากงานที่ทำเสร็จ แต่ไม่ค่อยได้ถามว่า หลังเลิกงานเรายังเหลือแรงใช้ชีวิตหรือเปล่า เคทีซีจึงอยากชวนให้มองการดูแลสุขภาพในมิติของคุณภาพชีวิต ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และโอกาสในการฟื้นตัว เพราะการพักไม่ใช่รางวัลของคนที่ทำงานเสร็จแล้ว แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน”

ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานเสวนา KTC FIT Talk ว่า สุขภาพกายและสุขภาพใจเชื่อมโยงกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อใจไม่อยากไปทำงาน ร่างกายอาจแสดงออกผ่านอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง หรืออ่อนล้าได้ ขณะเดียวกันเมื่อร่างกายเจ็บป่วยก็อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจและการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ความเหนื่อย อาการปวดศีรษะ ปวดท้อง หรือนอนไม่หลับ ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นกำลังเผชิญภาวะหมดไฟเสมอไป

สิ่งสำคัญคือการสังเกตความเปลี่ยนแปลงจากภาวะปกติของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง พักแล้วไม่ดีขึ้น หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน

 “ภาวะหมดไฟและความเป็นพิษในที่ทำงาน เป็นปัญหาเชิงระบบ ซึ่งองค์กรต้องทบทวน ทั้งโครงสร้าง วัฒนธรรมองค์กร และวิธีการทำงาน หากสภาพแวดล้อมบั่นทอนคนทำงานอย่างต่อเนื่อง การบอกให้เข้มแข็งขึ้นหรือจัดการความเครียดด้วยตัวเอง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน  จำเป็นต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น ปริมาณงานที่ไม่สอดคล้องกับกำลังคน บทบาทหน้าที่ที่ไม่ชัดเจน ความเร่งด่วนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หรือบรรยากาศการทำงานที่ทำให้พนักงานไม่กล้าสื่อสารเมื่อเริ่มรับมือไม่ไหว”

5 สัญญาณบ่งชี้ คุณอาจใช้พลังเกินกว่าที่คิด

  • พักแล้วแต่ยังไม่รู้สึกสดชื่น
  • หลังเลิกงานไม่เหลือแรงทำสิ่งที่เคยมีความสุข
  • ต้องใช้พลังมากขึ้นเพื่อเริ่มงานหรือพบปะผู้คน
  • มีอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง ลำไส้แปรปรวน หรือนอนไม่หลับบ่อยในช่วงวันทำงาน
  • สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย หรือความเหนื่อยเริ่มกระทบความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

สัญญาณเหล่านี้ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรค แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง พักแล้วไม่ดีขึ้น หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์ นักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อรับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม  เพราะสุขภาพเป็นส่วนสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว  การเหลือพลังไว้ดูแลตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เรามีพลังดูแลคนที่รักและสิ่งสำคัญในชีวิตต่อไปได้อย่างยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่ทุกคนพึ่งพา ก็ควรมีโอกาสได้พักและฟื้นตัวเช่นเดียวกัน

#เคทีซี #เช็คสุขภาพใจ #MentalHealthCheckIn #กรมสุขภาพจิต