เมย์แบงก์ เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล “Maybank Private Fund” ตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาการเติบโตในระยะยาว ชูจุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญเชิงลึกในตลาดหุ้นไทยและอาเซียน และความแข็งแกร่งจากเครือข่ายระดับภูมิภาค ผ่านกองทุนส่วนบุคคลหุ้นไทย และกองทุนส่วนบุคคลหุ้นอาเซียน ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
นายอารภัฎ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อต่อยอดและสร้างการเติบโตการลงทุนให้ยืนระยะได้ยาว เพื่อส่งต่อความมั่งคั่งไปสู่รุ่นต่อไปอย่างเป็นระบบ Maybank Private Fund ยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และธุรกรรมการลงทุน สู่การเป็น Strategic Wealth Partner ที่ให้บริการวางแผนการเงิน และบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม เพื่อขยายโอกาสให้นักลงทุนไทย เข้าถึงการบริหารเงินในรูปแบบกองทุนส่วนบุคคลได้มากขึ้น
ปัจจุบัน ตลาดบริหารความมั่งคั่งผ่านกองทุนส่วนบุคคลในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 12.6% ต่อปี ในช่วงปี พ.ศ. 2560 ไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ. 2569 โดยกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่มีความต้องการบริการที่ตอบโจทย์ได้มากกว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์ลงทุนเป็นรายตัว อีกทั้งทางบริษัทพร้อมวางให้ Maybank Private Fund เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขยายธุรกิจ Wealth Management
ทั้งนี้เมย์แบงก์มี 3 จุดแข็ง ที่สามารถต่อยอด ไทย–อาเซียน สู่ Private Fund ที่โดดเด่น ได้แก่
1.Focused Strategy: มุ่งสร้างผลตอบแทนผ่านกองทุนส่วนบุคคลเพียง 2 กลยุทธ์หลัก คือหุ้นไทยและหุ้นอาเซียนโดยมีการจำกัดขนาดของกองทุนสำหรับกลยุทธ์หุ้นไทย เพื่อให้ทางทีมสามารถโฟกัสและมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
2.Dedicated Team: กองทุนส่วนบุคคลของเมย์แบงก์ได้รับการดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สามารถวางกลยุทธ์ ติดตาม และบริหารพอร์ตอย่างใกล้ชิด ภายใต้แนวคิด Alignment of Interests ที่ ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกการตัดสินใจลงทุนมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว
3.Understand Local, Think Global: การมีฐานธุรกิจในภูมิภาค ทำให้มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจตลาดในแต่ละประเทศอย่างลึกซึ้ง และมีเครือข่ายที่ช่วยให้ทีมลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูล ผู้บริหาร และโอกาสทางธุรกิจในพื้นที่ได้โดยตรง โดยผสาน Local Insights ในประเทศไทยและอาเซียนเข้ากับ ASEAN and Global Connectivity เพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงทั้งบริษัทไทยที่มีศักยภาพเติบโตเหนือภาพรวมตลาด และบริษัทชั้นนำระดับภูมิภาคที่ไม่สามารถหาได้จากตลาดหุ้นไทยเพียงแห่งเดียว
นายกันชนะพล วัน คอมเพอร์นอล์เลอ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันแต่ละประเทศ อุตสาหกรรม และบริษัทอยู่ในวัฏจักรที่แตกต่างกัน การลงทุนในไทยและอาเซียน ต้องแยกให้ออกว่าเป็นการเติบโตใดเป็นเพียงกระแสระยะสั้น และการเติบโตใดสามารถเปลี่ยนเป็นกำไรและมูลค่าของบริษัทได้จริง
บริหารเชิงรุก ภายใต้กรอบการลงทุนและวินัยที่เข้มงวด
Maybank Private Fund ใช้แนวทางการบริหารเชิงรุก หรือ Active Management โดยผสานการวิเคราะห์ภาพรวมทางเศรษฐกิจ ประเทศ และอุตสาหกรรมแบบ Top-down เข้ากับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานรายบริษัท แบบ Bottom-up เพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์ประมาณ 15–30 บริษัท ที่ทีมลงทุนมีความเชื่อมั่นจากการศึกษาเชิงลึก เพื่อประเมินศักยภาพของธุรกิจ ผู้บริหาร ปัจจัยสร้างมูลค่า และความเสี่ยงอย่างรอบด้าน
นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนยังสามารถปรับน้ำหนักรายหลักทรัพย์ กลุ่มอุตสาหกรรม และประเทศ รวมถึงถือเงินสดหรือพักเงินในตลาดเงินเพื่อรอจังหวะลงทุน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเต็มพอร์ตหรือลงทุนตามน้ำหนักของดัชนีตลอดเวลา ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือทั้งโอกาสและความผันผวนของตลาด
“เราให้ความสำคัญกับการคัดเลือกธุรกิจคุณภาพ ผู้บริหารแข็งแกร่ง มีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตชัดเจน และราคาที่สะท้อนโอกาสอย่างเหมาะสม พร้อมกำหนดขนาดการลงทุนตามระดับความเชื่อมั่นและความเสี่ยง ไม่ได้เลือกเฉพาะหุ้นที่ดี แต่ต้องรู้ว่าควรลงทุนเมื่อใด มากเพียงใด เป้าหมายของ Maybank Private Fund จึงสร้างพอร์ตจากบริษัทที่ไม่มาก แต่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ปรับได้เมื่ออสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลง และบริหารความเสี่ยงที่มีวินัยเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงโอกาสของไทยและอาเซียน”
2 นโยบายการลงทุน -ความเชี่ยวชาญตลาดไทยสู่โอกาสทั่วอาเซียน
Maybank Private Fund เปิดให้บริการผ่าน 2 กลยุทธ์การลงทุนหลัก ได้แก่ MSTPF Thai Equity มุ่งลงทุนในบริษัทจดทะเบียนไทย ที่สามารถเติบโตเหนือภาพรวมของตลาด โดยอาศัยความเข้าใจเชิงลึก การเข้าถึงผู้บริหาร และความสามารถในการค้นหาหุ้นที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว กลยุทธ์ไม่ได้มุ่งสร้างพอร์ตให้ใกล้เคียงกับดัชนี SET แต่เน้นคัดเลือกบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน มีศักยภาพสร้างการเติบโต และมีระดับราคาที่น่าสนใจ
ขณะที่ MSTPF ASEAN Equity มุ่งลงทุนในบริษัทศักยภาพสูงทั่วภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุมประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยสามารถปรับน้ำหนักรายประเทศแบบ Active ตามแนวโน้มเศรษฐกิจ ระดับมูลค่า และโอกาสเฉพาะของแต่ละตลาด ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการเติบโตจากประเทศใดประเทศหนึ่ง และเปิดโอกาสให้พอร์ตได้รับประโยชน์จากการเติบโตของภูมิภาคอย่างหลากหลาย
ทั้งนี้ Maybank Private Fund เปิดรับเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท MSTPF Thai Equity และ MSTPF ASEAN Equity โดยนักลงทุนจะได้รับรายงานผลการดำเนินงานและข้อมูลพอร์ตเป็นประจำทุกเดือน พร้อมบทวิเคราะห์เพิ่มเติมเป็นรายไตรมาส ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
และในอนาคต เตรียมขยายกลยุทธ์การลงทุนสู่ MSTPF Global Equity เพื่อลงทุนทั่วโลกผ่านตลาดหุ้นของประเทศ G10, และตลาดหุ้นของประเทศจีนและฮ่องกง โดยกลุ่มประเทศ G10 ประกอบไปด้วย ประเทศเบลเยียม, แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา







