กรุงศรีปี 69 ชูกลยุทธ์ “ONE Krungsri” ตั้งเป้าโตแบบสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ

0
36

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “ONE Krungsri ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” (ONE Krungsri for a Sustainable Future) ผสานความแข็งแกร่งทั้งในประเทศและเครือข่ายต่างประเทศ ขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลังแห่งข้อมูล (Data) และเทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนลูกค้าให้ก้าวผ่านความท้าทาย และเติบโตได้อย่างมั่นคง  พร้อมสร้างสังคมยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการปรับเพิ่มเป้าหมายพอร์ตการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนสู่ 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2573

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ว่ายังคงเดินหน้าเสริมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ  ด้วยกลยุทธ์ “ONE Krungsri ผนึกกำลังเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดยผสานพลังกลุ่มธุรกิจของกรุงศรีทั้งในประเทศและเครือข่ายในอาเซียนรวมถึง MUFG เพื่อเป้าหมายสูงสุดที่ไม่ใช่การเติบโตของธนาคาร แต่คือการสร้างรากฐานความมั่นคงในระยะยาวให้กับลูกค้า ภาคธุรกิจ และระบบเศรษฐกิจไทยโดยรวม

โดยกำหนด 5 วาระเร่งด่วนเชิงโครงสร้าง ได้แก่

1) การผ่อนคลายปัญหาหนี้ครัวเรือน ผ่าน 3 แนวทาง คือ การช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อเสริมสภาพคล่องในยามวิกฤต การร่วมมือกับภาครัฐในมาตรการแก้หนี้ให้ถึงครัวเรือน  และการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล ควบคู่กับการให้ความรู้ทางการเงิน

2) เสริมแกร่งผู้ประกอบการ SME ให้อยู่รอด ปรับตัว และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

3) ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการลงทุน เชื่อมโยงโอกาสระดับภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา

4) ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมและครอบคลุมทุกภาคส่วน

5) สร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินเพื่อสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในระบบการเงินไทยอย่างยั่งยืน


วาง 3 กลยุทธ์หลักปี 2569
กรุงศรีกำหนด 3 แกนกลยุทธ์หลัก (Strategic Pillars) เป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย ประกอบด้วย
• Customer First: ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เชื่อมต่อบริการอย่างไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสำหรับลูกค้ารายย่อย ลูกค้าธุรกิจ และนักลงทุน
• Transform with AI & Technology: เร่งนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารความเสี่ยง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และระบบ Core Banking เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
• ONE Krungsri Collaboration: ผสานพลังความร่วมมือภายในกลุ่มกรุงศรี เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงินแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กร พร้อมใช้จุดแข็งจากเครือข่ายระดับโลกของ MUFG เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระดับภูมิภาค


ONE Krungsri in Action: จากกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ
กรุงศรีเดินหน้าพัฒนาโซลูชันทางการเงิน ที่ออกแบบจากความเข้าใจเชิงลึกในแต่ละช่วงชีวิต และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลที่หลากหลายและแตกต่างของกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล อาทิ การยกระดับบริการสู่รูปแบบ One Stop Service ที่เชื่อมโยงช่องทางต่าง ๆ ทั้งแอปพลิเคชัน สาขา และศูนย์บริการลูกค้า (Contact Center) เข้าด้วยกัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาโซลูชันด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนและการเสริมสร้างองค์ความรู้ (Sustainable Finance & Capacity Building) ตลอดจนบริการที่ปรึกษาวาณิชธนกิจ และโซลูชันการบริหารความเสี่ยงอย่างครบวงจร รวมถึงการผนึกกำลังเครือข่าย MUFG และพันธมิตรระดับโลก ผสานกับนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการและมอบโอกาสทางธุรกิจที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

สำหรับปี 2569 ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 2–4% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) โดยรวมที่
4.0–4.3% โดย NIM ในประเทศอยู่ที่ 3.25–3.50% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ Mid-40s% ควบคู่ไปกับการเดินหน้าพันธกิจด้านความยั่งยืนสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการปรับเพิ่มเป้าหมายพอร์ตการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance) เป็น 350,000 ล้านบาท พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

“เป้าหมายของกรุงศรีคือการสร้างการเติบโตที่สมดุล ทั้งในด้านผลประกอบการ นวัตกรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม เรากำลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ภูมิทัศน์ทางการเงินแห่งอนาคต ที่บริการทางการเงินได้รับการบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ ขับเคลื่อนด้วยพลังของเทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อปลดล็อกศักยภาพการเติบโตให้แก่ลูกค้า พันธมิตร และสังคม” นายเคนอิจิ กล่าวสรุป