BAM เปิดตัว “ทรัพย์มหาชน พลัส” เพิ่มโอกาสคนไทยมีบ้าน

0
18

BAM ต่อยอดความสำเร็จโครงการ “ทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต” เปิดตัว “ทรัพย์มหาชน พลัส” ขยายโอกาสให้คนไทยมีบ้านเป็นของตนเองง่ายขึ้น  พร้อมเพิ่มทางเลือกทั้งราคา ทำเล กลุ่มผู้ซื้อ และทรัพย์พร้อมขายกว่า 21,000 รายการทั่วประเทศ

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า โครงการ “ทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต” ที่ผ่านมา เปิดโอกาสให้ประชาชนมีบ้านเป็นของตนเอง แต่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน  จึงนำทรัพย์สินรอการขาย (NPA) มาปรับเงื่อนไขให้เหมาะสมกับผู้ซื้อ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ส่งต่อที่อยู่อาศัยให้ประชาชนได้แล้วกว่า 1,500 รายการ ครอบคลุมทรัพย์สินตั้งแต่ราคาประมาณ 100,000 บาท ถึง 3 ล้านบาท

ดังนั้นจึงต่อยอดช่วยเหลือประชาชนในวงกว้าง โดยเปิดตัวโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” พร้อมขยายเพดานราคาจากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็น ไม่เกิน 5 ล้านบาท ตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานในเมืองและข้าราชการที่ต้องการบ้านราคาสูงขึ้น แต่ยังคงได้รับสิทธิพิเศษทางการเงินที่ผ่อนปรนกว่าการขอสินเชื่อปกติ

 “ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดเพียงแค่ยอดทรัพย์ที่จำหน่าย แต่คือได้เห็นคนไทยมีบ้านเป็นของตนเอง และเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นคง เรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนสินทรัพย์ที่เคยเป็นปัญหา ให้กลับมาเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่าและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน” นางทองอุไร กล่าว

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM  เปิดเผยว่า โครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการมีบ้านได้มากขึ้น ภายใต้แนวคิด 3 พลัส ได้แก่

  • พลัสด้านราคา ขยายเพดานราคาทรัพย์จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท
  • พลัสด้านทำเล เพิ่มจำนวนทรัพย์ในทำเลที่หลากหลายทั่วประเทศ
  • พลัสด้านกลุ่มผู้ซื้อ ขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมคนไทยทุกคน ทุกอาชีพ

ทั้งนี้การขยายเงื่อนไขทำให้โครงการ“ทรัพย์มหาชน พลัส” มีทรัพย์เข้าร่วมได้มากกว่า 21,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 32,000  ล้านบาท ในทำเลที่หลากหลายทั่วประเทศ

โดยผู้ซื้อจองทรัพย์ด้วยเงินจองเพียง 1,000 บาท  สามารถเลือกผ่อนชำระกับ BAM หรือขอสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินพันธมิตรได้ตามความเหมาะสม ด้วยเงื่อนไขการผ่อนชำระ อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 อัตรา 0% ปีที่ 2–3 อัตรา 3% และตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป ใช้อัตราดอกเบี้ย MRR ของ BAM โดยผ่อนชำระได้นานสูงสุด 20 ปี พร้อมค่างวดเริ่มต้นเพียง 500 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ประชาชนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่ 1 มีนาคม – 30 ธันวาคม 2569  เพื่อซื้อทรัพย์ได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า ในราคาสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท

ดร.รักษ์ กล่าวว่า BAM  มีความเชี่ยวชาญการปรับโครงสร้างหนี้ (Debt Restructuring) และมีความต้านทานต่อความล้มเหลว (Resilience) สูงกว่าสถาบันการเงินพาณิชย์ทั่วไป เพราะเข้าใจในธรรมชาติของผู้ประกอบการและผู้มีรายได้น้อย  ดังนั้นหากลูกหนี้ประสบปัญหาทางการเงินในอนาคต BAM มีกลไกการปรับแผนชำระหนี้เพื่อประคับประคองให้ลูกหนี้ยังคงรักษาที่อยู่อาศัยไว้ได้

“BAM เกิดจากวิกฤตและคุ้นชินกับการปรับโครงสร้างหนี้  ดังนั้นหากลูกหนี้ประสบปัญหาทางการเงิน เราก็พร้อมปรับแผนการผ่อนชำระเพื่อให้ไปต่อได้ เพราะเราเชื่อว่าบ้านคือสินทรัพย์ที่ทุกคนรักและอยากรักษาไว้ให้ถึงที่สุด” ดร.รักษ์ กล่าวย้ำ

นอกจากนี้ ในมิติของความยั่งยืน (ESG) การระบายทรัพย์ NPA ของ BAM ในแต่ละปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1.5 แสนตันต่อปี   จากการนำทรัพยากรเดิมกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)  ช่วยลดความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรเพื่อก่อสร้างใหม่  ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยเข้าถึงเป้าหมาย Net Zero ได้ตามเป้าหมาย

เตรียมลงนาม MOU  ภาครัฐ—หนุนข้าราชการมีบ้าน
ดร.รักษ์ กล่าวว่า จากโครงการแรกที่ให้โอกาสกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน โครงการทรัพย์มหาชน พลัส ได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มข้าราชการและพนักงานรัฐวิสหกิจ  โดยได้เตรียมแผนการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่พักอาศัยในบ้านพักสวัสดิการ (บ้านหลวง) ให้เป็นเจ้าของบ้านได้เอง 

ทั้งนี้จากจำนวนที่อยู่อาศัยคงค้างในระบบหรือทรัพย์ร้างในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน มีมากกว่า 7 แสนยูนิต เป็นทรัพย์ร้างที่อยู่ในความดูแลของ BAM ประมาณ 1 แสนยูนิต  ซึ่งเป็นโอกาสดีในการนำทรัพย์เหล่านี้มาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้   เพิ่มโอกาสให้กลุ่มข้าราชการระดับ C5-C7 ที่มีรายได้เฉลี่ย 30,000 – 40,000 บาทต่อเดือน ผ่อนชำระในอัตรา 4,000 – 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าราคาเช่า

ด้านนายจิตกร พยัคฆโส รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า ข้าราชการ กทม. ใน 50 เขต มีจำนวนรวมกว่า 150,000 ราย ซึ่งจากผลการทำเซอร์เวย์ เมื่อปลายปี 2568 โดยโฟกัสกลุ่มข้าราชการครู จาก 437 โรงเรียน  พบว่าระดับต่ำกว่าชำนาญการ กรอกแบบสอบถามให้สำนักงานเป็นตัวกลางในการประสานงานหาที่อยู่อาศัยถึง 3,200 ราย   และได้เซอร์เวย์กลุ่มข้าราชการสามัญปกติ เกือบพันราย พบว่ามีดีมานด์ต้องการที่อยู่อาศัยที่มั่นคงค่อนข้างสูง   

ดังนั้นสำนักงานฯ จึงจัดทำโครงการ BKK Housing Matching Platform  โดยร่วมมือกับ BAM และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ในการประสานฝั่งซัพพลายในตลาด  ซึ่งได้รับความสนใจจากภาคเอกชนผู้ประกอบการอสังหาฯ โดยเสนอสินค้าต่างๆที่ค้างสต๊อกให้กทม. สามารถแมชชิ่งให้ตรงกับความต้องการของข้าราชการที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง

“ความร่วมมือกับ BAM เป็นโอกาสสำคัญสำหรับกลุ่มลูกจ้างและข้าราชการที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อธนาคารปกติ  เพราะโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ตอบโจทย์กลุ่มข้าราชการที่ลืมวางแผนเรื่องที่อยู่อาศัยก่อนเกษียณ  โดยเริ่มต้นผ่อนได้ในราคาที่ถูกกว่าเช่า เพียงเดือนละ 500 – 2,000 บาท ก็มีบ้านเป็นของตนเองได้” นายจิตกร กล่าวสรุป