InnovestX ชี้เศรษฐกิจโลกยังหัวเลี้ยวหัวต่อ มองไทยอยู่ในช่วง U-Shape Recovery

0
16

InnovestX เผยมุมมองเศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 3 ปี 2569 ในธีม Breaking Free from Gravity: ฝ่าแรงโน้มถ่วง มุ่งสู่โอกาสครั้งใหม่” มองเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่าง “แรงฉุด” จากปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ และ “แรงส่ง” จากเมกะเทรนด์การเติบโตใหม่  ประเมินตลาดหุ้นไทย  Upside มีจำกัด ที่ 1550-1600 จุด แนะคัดสรรการลงทุน เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่น ธนาคาร ท่องเที่ยว ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นิคมอุตสาหกรรม สื่อสาร และสาธารณูปโภค

นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Investment Strategy & Research บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด  เปิดเผยว่า  เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ระหว่างแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยงเดิมและแรงขับเคลื่อนใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น โดยโลกยังเผชิญ 3 แรงดึงสำคัญ ได้แก่ เงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็น 3 แรงส่งใหม่จากการลงทุนด้าน AI การคลี่คลายของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากหลายประเทศ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจโลกให้ก้าวผ่านช่วงชะลอตัว และสร้างโอกาสการลงทุนรอบใหม่ในระยะข้างหน้า

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวในลักษณะ U-Shape Recovery โดยอาจชะลอตัวในช่วงไตรมาส 2–3 จากต้นทุนการเงินที่ตึงตัวขึ้นทั่วโลก สัญญาณอ่อนตัวของภาคการผลิตยุโรป ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ลดลง และการเติบโตแบบ K-shaped growth ในจีนที่ภาคการผลิตและส่งออกดี แต่การใช้จ่ายในประเทศซบเซา ก่อนจะทยอยฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 4 จากแรงสนับสนุนของการลงทุนด้านเทคโนโลยีและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศ

สำหรับประเทศไทย ได้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปี 2569 จาก 1.4% เป็น 1.6% จากแรงหนุนของการลงทุนภาคเอกชน อุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และ โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามพัฒนาการของมาตรการดังกล่าว รวมถึงกระแสการลงทุนด้าน AI และการบังคับใช้มาตรา 301 ของสหรัฐอย่างใกล้ชิด

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า  การเปิดช่องแคบฮอร์มุส หลังสหรัฐและอิหร่านทำข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน  และรอบใหญ่ของวัฏจักรการลงทุนใน AI รวมถึงความคาดหวังจากการเลือกตั้งของสหรัฐในเดือน พ.ย. 2569 จะเป็นประเด็นสนับสนุนตลาดและทำให้ความเสี่ยงขาล่างไม่สูงนัก  

อย่างไรก็ตาม  ปรากฎการณ์ El Nino ที่รุนแรงขึ้นและแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ รวมถึงการเปลี่ยนท่าทีของธนาคารกลางทั่วโลกที่จะดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ เป็นความเสี่ยงที่ตลาดมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงในไตรมาสที่ 3 และจะฟื้นตัวในช่วงของไตรมาสที่ 4

ดังนั้นจึงปรับเพิ่มเป้าหมาย SET Index ปี 2569 เป็น 1,550–1,600 จุด จากเดิม 1,500–1,550 จุด เพื่อสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด และคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตประมาณ 20% โดยหุ้นเด่นสำหรับไตรมาส 3 ได้แก่ CENTEL, CPN, GULF, HANA และ WHA

และนอกจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยแล้ว ยังมองว่าการกระจายการลงทุนไปยังบริษัทชั้นนำระดับโลกจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ท่ามกลางสภาวะที่เศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนในหลายมิติ

นายศรัณย์ โพธิวิรัตนานนท์ Head of Proprietary Trading บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า ในระยะเวลาเพียง 1 ปี DR23 ได้ขยายจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิง สู่ 85 หลักทรัพย์ ครอบคลุม 4 ประเทศ และ 6 ตลาดหลักทรัพย์สำคัญของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง จีน และญี่ปุ่น สะท้อนความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงโอกาสการลงทุนระดับโลกได้สะดวกมากขึ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ปัจจุบัน DR23 ครอบคลุมธีมการลงทุนสำคัญของโลก ทั้ง AI และเซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ เทคโนโลยีดิจิทัล การเงินดิจิทัล เฮลท์แคร์ พลังงาน และ ETF ชั้นนำระดับโลก ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงเมกะเทรนด์การเติบโตระยะยาวได้ด้วยเงินบาท ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไทยที่มีอยู่เดิม  DR23 จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่เชื่อมโยงกับโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ