บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศกลยุทธ์ “Passion for Growth” ตั้งเป้าขยายจำนวนร้านอาหารในเครือเพิ่มขึ้นอีก 1,800 สาขา รวมเป็น 4,500 สาขา ภายในปี 2572 พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “THE STEAK & MORE” ด้วยคอนเซ็ปต์คุ้มค่าและเข้าถึงง่าย ผลักดันให้ไมเนอร์ ฟู้ด ก้าวสู่การเป็น “Global Franchise Soul of Choice” หรือแบรนด์ที่ผู้ประกอบการสากลให้ความเชื่อมั่นเป็นอันดับแรก
นายธันยเชษฐ์ เอกวิชวิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไมเนอร์ ฟู๊ด ตั้งเป้าสู่การเป็น “Global Franchiser” หรือผู้ให้สิทธิ์แฟรนไชส์ระดับโลกอย่างเต็มตัว โดยมีกลยุทธ์ “Passion for Growth” ขับเคลื่อนองค์กรระหว่างปี 2568-2572 ซึ่งปัจจุบัน ไมเนอร์ ฟู้ด มีพอร์ตธุรกิจมากกว่า 30 แบรนด์ มีร้านอาหารกว่า 2,700 สาขาใน 24 ประเทศ เป็นร้านในรูปแบบแฟรนไชส์ 1,300 สาขา (48%) สะท้อนถึงศักยภาพและความสำเร็จของโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ในอนาคต โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนร้านแฟรนไชส์เป็น 2,500 ร้าน หรือ 56% ของพอร์ตธุรกิจทั้งหมด และตั้งเป้ามีร้านอาหารรวมกว่า 4,500 ร้าน ในอีก 5 ปีข้างหน้า
โดยกำหนด 3 กลยุทธในการขยายธุรกิจ ดังนี้
1.ขยายแฟรนไชส์ในประเทศ โดยเน้นการขยายสาขาของแบรนด์ยอดนิยมอย่าง บอนชอน (Bonchon), แดรี่ควีน (Dairy Queen) และ กาก้า (GAGA) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมพัฒนานวัตกรรมร้านค้ารูปแบบใหม่ เช่น “Dairy Queen Standalone Modular Format” ร้านค้าที่สามารถเคลื่อนย้ายทำเลได้ด้วยงบประมาณที่ประหยัด เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในทำเลที่มีข้อจำกัดและกลุ่มที่ชื่นชอบของหวานยามดึก (Late-night sweets) โดยตั้งเป้าเปิด 15 สาขาในปีนี้
ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย และผู้บริโภคใช้ชีวิตกลางคืนมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มในช่วงเวลาดึก(Late-Night Market) สูงขึ้นตามไปด้วย การเปิดร้านแบบ Stand-Alone ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาเปิดปิดและพื้นที่ทำให้ไม่สามารถขยายตัวได้มากเหมือนในห้างสรรพสินค้า
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าปรับรูปแบบร้านให้เหมาะกับแต่ละท้องถิ่น ทำให้ร้านมีเอกลักษณ์ฉพาะตัวที่โดดเด่น ผ่าน Flagship Store ในจังหวัดต่างๆ เช่น The Pizza Company ไส้อั่ว ที่จังหวัดแพร่, Swensen’s Flagship Store ที่ขอนแก่น และ GAGA’s Flagship Store ที่หาดใหญ่ เพื่อสร้างจุดเช็คอินและตอกย้ำความเป็นผู้นำในแต่ละพื้นที่ ช่วยให้ร้านกลายเป็นหนึ่งจุดเช็คอินที่ต้องมา มากกว่าแค่มาทานอาหาร
2.รุกตลาดต่างประเทศ โดยเร่งขยายสาขาตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่งมีการเติบโตได้ดี หลังรุกตลาดเพียง 1 ปี แดรี่ควีน (Dairy Queen) ขยายไปแล้ว 38 สาขา และ กาก้า (GAGA) 32 สาขา ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตในตลาดร้านของหวาน โดยมีแผนเปิดตัวแบรนด์ใหม่อีก 2 แบรนด์ภายในสิ้นปี 2568 นี้
ขณะที่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ตลาดที่มีกำลังซื้อสูง จะใช้แบรนด์เรือธง เดอะ คอฟฟี่ คลับ (The Coffee Club) เป็นหัวหอกในการเจาะตลาด รวมไปถึง สเวนเซ่นส์ และแบรนด์ร้านสเต๊กสไตล์ญี่ปุ่น ที่รู้จักกันในชื่อ “ร้านโยนไข่” บุกตลาดใหม่ๆ โดยปรับโมเดลธุรกิจให้ทันสมัยและน่าสนใจยิ่งขึ้น และได้ขยายสาขาแรกไปที่ประเทศมาเลเซียแล้ว
3.พัฒนาและเปิดตัวแบรนด์ใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย โดยล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ “THE STEAK & MORE” ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 5 สาขา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยคอนเซ็ปต์ร้านสเต็กที่เน้นความคุ้มค่าและเข้าถึงง่าย ภายใต้แนวคิด “สเต็กสำหรับทุกคน” ราคาอาหารเซ็ตไม่เกิน 200 บาท ด้วยวัตถุดิบที่หลากหลาย ทั้งหมู ไก่ เนื้อ ปลา และเครื่องเคียงกว่า 20 รายการ รวมถึง ส้มตำ เมนูที่ถูกปากคนไทย
ทั้งนี้ The Steak and More แตกต่าง Sizzler อย่างชัดเจน โดย Sizzler จะเน้นความเป็นร้านอาหารสเต็กระดับพรีเมียมที่เน้นจุดขายสลัดบาร์ ขณะที่ The Steak and More มุ่งตลาดที่เข้าถึงง่ายและเน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก
โดยโมเดลธุรกิจของ The Steak and More เน้นการเติบโตผ่านแฟรนไชส์ (Franchise-First) เป็นสำคัญ โดยจะมีสาขาของบริษัทเพียง 15-20% เท่านั้น ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจลงทุนแฟรนไชส์ ในการเข้าถึงทำเลที่มีศักยภาพพร้อมกับการเติบโตของแบรนด์ตั้งแต่เริ่มต้น
“กลยุทธ์ ‘Passion for Growth’ นอกจากจะยกระดับแบรนด์ในเครือสู่เวทีระดับโลกแล้ว ยังสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรแฟรนไชส์ ด้วยจุดแข็งของไมเนอร์ ฟู๊ด ที่เป็นทั้งผู้ประกอบการ (Operator) และผู้ให้สิทธิ์ (Franchisor) ทำให้เข้าใจแฟรนไชส์อย่างดี”
“การขยายสาขาแบบแฟรนไชส์ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย และช่วยลดต้นทุนในรูปแบบ Asset-Light ให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว การเปิดสาขาแฟรนไชส์มากขึ้นด้วยต้นทุนที่ลดลง ทำให้กำไรเติบโตมากกว่ารายได้ หรือลงทุนน้อยแต่มีกำไรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ไมเนอร์ ฟู๊ด มีกำไรสุทธิดีขึ้นแต่ลงทุนน้อยลง” นายธันยเชษฐ์กล่าวสรุป







